รู้เพียงชื่อ
ความรู้มีหลายระดับ หรือ ระดับเดียว ความรู้ชัด ความรู้แจ้ง ไม่ใช่รู้ชื่อ ในเมื่อสภาพธรรมกำลังปรากฏ และเรารู้เพียงชื่อ รูปารมณ์นี่เรารู้ สีก็รู้ สิ่งที่ปรากฏทางตาก็รู้ แสดงว่าเรารู้เพียงชื่อ ไม่ใช่ความรู้ชัดในธาตุ วัณณะธาตุ หรือในสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏ
ความรู้จึงมีหลายระดับ ที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไม่ใช่ระดับคิด แต่ระดับการประจักษ์แจ้ง แล้วทรงแสดงหนทางที่จะให้บุคคลอื่นอบรมเจริญปัญญา สามารถจะประจักษ์แจ้งด้วย แล้วผู้ที่ได้ประจักษ์แจ้งแล้วเป็นพระอริยบุคคลก็มาก เพราะว่าท่านสะสมมาที่สามารถจะรู้ชัด รู้แจ้ง ตามความเป็นจริงของสภาพธรรม
ไม่ใช่เพียงฟังแล้วเชื่อ แล้วก็เข้าใจ นั่นไม่พอ ยังไม่ได้ดับการยึดถือว่าเป็นเราได้ เพราะเหตุว่าไม่ใช่การประจักษ์แจ้ง ถ้าขณะนี้มีความเห็นถูกว่าสภาพธรรมที่ปรากฎในขณะนี้ เกิดแล้วเพราะปัจจัย ใครไปปฏิบัติหรือใครไปทำให้สภาพธรรมนี้เกิด แต่ไม่รู้ความจริงว่าขณะนี้เป็นสภาพธรรมที่เกิดแล้วจึงปรากฏ ก็ไปปฏิบัติ
ขณะใดที่ไปปฏิบัติหรือปฏิบัติ ขณะนั้นไม่ได้รู้ความจริงว่าขณะนี้สภาพธรรมที่ปรากฏกำลังเกิดดับ แล้วก็เกิดแล้วจึงปรากฏ แล้วเมื่อไรจึงจะรู้ความจริงเพราะไปปฏิบัติ หรือปฏิบัติแต่ไม่เข้าใจลักษณะของสภาพธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งแล้วเกิดแล้ว ก็ไม่มีวันที่จะเข้าใจความจริงว่าสภาพธรรมนั้นเกิดเพราะเหตุปัจจัย
ไม่มีใครไปปฏิบัติให้เกิดด้วย ที่จะไปปฏิบัตินั้นจะไปปฏิบัติให้อะไรเกิด ถ้าคิดว่าปฏิบัติคือทำ จะไปทำให้อะไรเกิดในเมื่อขณะนี้เกิดแล้วทั้งนั้น ทุกขณะนี้เกิดแล้วทั้งนั้นโดยที่ไม่มีใครทำ แต่มีความเข้าใจได้ถูกต้องว่า ขณะนี้เป็นสภาพธรรมที่ไม่ใช่เรา ค่อยๆ เข้าใจให้ถูกต้อง


