จนกว่ารู้สิ่งที่เกิดแล้วเดี๋ยวนี้

อ.ณภัทร: ท่านอาจารย์ครับ เมื่อต้นชั่วโมงท่านอาจารย์ได้สนทนากับ อ.คำปั่น ถาม อ.คำปั่น ว่า ติดข้องในอะไร? ก็เป็นประโยคที่ทำให้คิดพิจารณา เพราะว่าชีวิตประจำวันครับ ก็มีสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไป แล้วก็ไม่ได้คิดเลยว่า ติดข้องในอะไร แต่ ติดข้องเพราะไม่รู้ครับ
ก็มาเริ่มพิจารณาว่า ติดข้อง ติดข้องในอะไร? ก็ติดข้องในรูปที่สวย ในเสียงที่ไพเราะ ในกลิ่นที่หอม ในรสอาหารที่อร่อย แล้วก็สัมผัสที่สบาย แล้วทั้งรูปที่สวย เสียงที่ไพเราะ กลิ่นที่หอมนี่ครับท่านอาจารย์ นำมาซึ่งความสุขความรู้สึกดีๆ ซึ่งก็ติดในความรู้สึกอีก
เพราะฉะนั้น เมื่อความรู้สึกนั้นหมดไป ก็แสวงหาเพื่อที่จะให้ได้ความรู้สึกอย่างนั้นอีก แต่ก็ไม่รู้เลยครับว่า กำลังติดข้องในสิ่งที่กำลังปรากฏครับท่านอาจารย์ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เดี๋ยวนี้ยากที่จะรู้ได้ใช่ไหมว่า ติดข้องแล้ว!! เห็นไหม ไม่ต้องนานเลยไม่ต้องช้าเลย ติดข้องแล้วแม้ในขันธ์ สัญญาความจำ แค่นี้ ติดข้องไหม?
อ.ณภัทร: ติดข้องครับ
ท่านอาจารย์: ลองคิดดู คนนี้จำเก่งมาก มาแล้วใช่ไหม?
อ.ณภัทร: ครับ
ท่านอาจารย์: หมดทุกอย่างไม่ว่าอะไรทั้งสิ้นเป็นที่ตั้ง เพราะไม่รู้ จึงติดข้อง แน่นอนที่สุด ระดับอาสวะ
จึงแสดงความติดข้องไว้หลายระดับให้รู้ว่า ระดับนี้รู้หรือยัง? กำลังพูดนี่แหละ ติดข้องหรือเปล่า? เห็นไหม ปานนั้น ไม่ว่าอะไรทั้งหมดที่ไม่รู้ ขณะนั้นติดข้องโดยประการต่างๆ โดยภาวะความเป็นเรา
โดยภาวะเป็นเราแน่ๆ เป็นอื่นไม่ได้ ก็เราอยู่ตรงนี้ ทิฏฐิ เป็นเราโดยไม่รู้ เป็นเราโดยความเป็นภพ เกิดมาก็เป็นเรา คนได้อย่างไรนี่!! ละเอียดจนไม่รู้ เดี๋ยวนี้ก็กำลังติดข้องในกาม สิ่งที่กระทบตา หู จมูก ลิ้น กาย กามาสวะ ทิฏฐาสวะ เป็นอะไรล่ะเดี๋ยวนี้ เห็นอะไรล่ะ!? จริงหรือ? แค่สิ่งที่กระทบตาแล้วดับ เร็วจนปรากฏเป็นนิมิตรูปร่างสัณฐานให้ทรงจำไว้ว่าเป็นอะไร แค่นั้นก็ติดข้องแล้ว
อ.ณภัทร: ครับท่านอาจารย์ ก็เป็นความละเอียดที่ติดข้องก็ไม่รู้จริงๆ แล้วที่ท่านอาจารย์เคยกล่าวว่า แม้ติดข้องเพิ่มขึ้นนิดหนึ่งก็ละยากขึ้นไปอีกครับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: แน่นอน ใช่ไหม? จากผงเล็กๆ ฝุ่นเล็กๆ ก็เป็นภูเขาลูกใหญ่ได้ เห็นโทษไหมแม้เพียงเล็กน้อย?
เพราะฉะนั้น ถ้าไม่คิดถึงพระอรหันต์หมดจดจากกิเลสทั้งปวงไม่เหลือเลย สะอาด ไม่มีสิ่งใดๆ แอบแฝงที่จะสกปรกได้เลยทั้งสิ้น แล้วเราจะเก็บความเป็นสิ่งที่สกปรกเล็กๆ น้อยๆ ไว้ทำไม แล้วไม่เห็นโทษเลยว่าเดี๋ยวนี้ถ้ายังมีอยู่ ก็เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นไปทุกขณะ
เพราะฉะนั้น หนทางใดที่จะทำให้ลดน้อยลง
ไม่ใช่เราทำได้ แต่ศึกษาให้รู้ให้เข้าใจว่า อะไรล่ะที่จะทำหน้าที่นั้นได้ ความเข้าใจสิ่งที่กำลังมีขณะนี้ตามความเป็นจริง จึงจะรู้ว่า เกิดแล้วดับ
เพราะฉะนั้น ทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งที่ว่า ถ้าไม่ละเอียดพอที่จะรู้คุณ ไม่สามารถที่จะประจักษ์แจ้งความจริงได้ จนกว่ารู้สิ่งที่เกิดแล้วเดี๋ยวนี้ตามความเป็นจริง ค่อยๆ รู้จนประจักษ์แจ้ง
อ.ณภัทร: กราบท่านอาจารย์ ก็เป็นเหมือนสิ่งที่ท่านอาจารย์กล่าวว่า จนกว่าจะรู้สิ่งที่ปรากฏเดี๋ยวนี้ ซึ่งก็เป็นคำที่น่าพิจารณาครับ เพราะว่า ถ้าไม่รู้สิ่งที่กำลังปรากฏในขณะนี้จริงๆ ก็ย่อมที่จะติดข้องต่อไป เพราะไม่รู้ แต่เมื่อรู้จึงค่อยๆ ละคลายการติดข้อง
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ณภัทร ด้วยค่ะ
