อย่างไรจึงจะเป็นผู้ที่โทสะจะไม่ลุกลามใหญ่โตจนทำอะไรแล้วต้องมาเสียใจภายหลัง?!! ... สนทนาธรรมยามค่ำคืน

โกธนาสูตร : คนผู้โกรธย่อมก่อกรรมที่ทำได้ยากเหมือนทำได้ง่าย ภายหลังเมื่อหายโกรธแล้ว เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้
ธรรมะคือสิ่งที่มีจริงในขณะนี้ ไม่ใช่เรา
คนครุ่นคิดถึงสิ่งใด เขาย่อมใส่ใจสิ่งนั้น
ผู้ที่ครุ่นคิดไตร่ตรองในพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง จะใส่ใจในความเป็นธรรมะที่ไม่ใช่ตัวตน เพราะการได้ฟัง ได้ไตร่ตรอง (ครุ่นคิด) ด้วยดี ก็จะไม่พลาดในแต่ละคำของพระองค์
ถ้าเข้าใจในความเป็นธรรมะ โกรธเป็นธรรมะ ให้เห็นในความเป็นธรรมะของความโกรธว่า โทสะเป็นสภาพของเจตสิกธรรมที่ไม่ดี เป็นอกุศลเจตสิกที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ปรุงแต่งให้จิตนั้นๆ เป็นไปด้วยความกระทบกระทั่ง แล้วความโกรธก็รุนแรงขึ้น เพราะโทสะเมื่อได้อารมณ์ ได้ปัจจัยก็มีกำลังมากขึ้นๆ ๆ นี่คือธรรมะของโทสะ
อย่างไรจึงจะเป็นผู้ที่โทสะจะไม่ลุกลามใหญ่โตจนทำอะไรแล้วต้องมาเสียใจภายหลัง?!!
เอาเรื่องราวออกไป มีธรรมะที่เป็นโทสเจตสิก และเมื่อโทสะนั้นมีกำลังลุกลาม ไม่มีสติเกิดแทรกคั่นที่จะเป็นเครื่องกั้นกระแสของอกุศล อกุศลนั้นก็ลุกลามรุนแรงจนทำอกุศลกรรมอะไรออกไป แล้วก็มาเศร้าโศกเสียใจในการกระทำในภายหลัง
แต่เมื่อถอดเรื่องราวออกไป เห็นโทษของโทสะ เมื่อมีกำลังขึ้นก็ทำให้ล่วงทุจริตกรรม จนถึงอกุศลกรรมบทต่างๆ ได้ด้วยกำลังของโทสะ เป็นโทสะที่มีกำลัง ก็มีโทษ
พระโสดาบันแม้เชื้อของโทสะ ยังไม่ได้ถูกดับ แต่จะไม่มีเหตุปัจจัยให้โทสะของท่านลุกลามใหญ่โตจนล่วงอกุศลกรรมบท ... เป็นไปไม่ได้ เพราะท่านได้อบรมเจริญปัญญารู้สภาพธรรมะที่มีจริงๆ ขณะนี้ได้
โทสะเกิดตามปัจจัย แต่การฟังพระธรรมเป็นปัจจัยที่ดีที่เห็นโทษของโทสะแล้วทิ้งเลย แต่ก็ขึ้นกับระดับปัญญาว่า ปัญญาแค่ไหนก็ดับได้แค่นั้น แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเสียเลย!!!
