ทุกคำพิสูจน์ได้รู้ได้

[เล่มที่ 17] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้า 1
๑. มูลปริยายสูตร
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงเหตุที่เป็นมูลของธรรมทั้งปวงแก่พวกเธอ พวกเธอจงฟังเหตุนั้น จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว.
ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า อย่างนั้น พระเจ้าข้า.
(๒) พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งทลาย ปุถุชนในโลกนี้ ไม่ได้สดับ ไม่ได้เห็นพระอริยะ ไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยะ ไม่ได้รับแนะนําในธรรมของพระอริยะ ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับแนะนําในธรรมของสัตบุรุษ.
ย่อมหมายรู้ธาตุดิน โดยความเป็นธาตุดิน ครั้นหมายรู้ธาตุดินโดยความเป็นธาตุดินแล้ว ย่อมสําคัญหมายธาตุดิน ย่อมสําคัญหมายในธาตุดิน ย่อมสําคัญหมายโดยความเป็นธาตุดิน ย่อมสําคัญหมายธาตุดินว่าของเรา ย่อมยินดียิ่งซึ่งธาตุดิน. ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร.? เราตถาคตกล่าวว่าเพราะเขาไม่ได้กําหนดรู้.
อ.ชุมพร: กราบท่านอาจารย์ หนูขอนำพระสูตรในมูลปริยายสูตร สนทนากับท่านอาจารย์ แต่หนูอ่านข้อความทั้งหมด เพื่อจะได้นำประโยคสั้นๆ กราบเรียนท่านอาจารย์ค่ะ ในหัวข้อนี้ก็อยากจะขอความละเอียดจากท่านอาจารย์ว่า ย่อมหมายรู้ธาตุดิยโดยความเป็นธาตุดินค่ะ กราบท่านอาจารย์ค่ะ
ท่านอาจารย์: ธาตุดิน คืออะไร?
อ.ชุมพร: ธาตุดิน คือสภาพที่ แข็งหรืออ่อน ค่ะ
ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้มีธาตุดินไหม?
อ.ชุมพร: เดี๋ยวนี้มีธาตุดินค่ะ
ท่านอาจารย์: รู้ไหมว่า เป็นธาตุ
อ.ชุมพร: ไม่รู้ค่ะ
ท่านอาจารย์: จงใส่ใจให้ดี คพว่า ธาตุ หมายความว่าอะไร?
อ.ชุมพร: ธาตุ คือสภาพที่มีจริงๆ ค่ะ ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตน
ท่านอาจารย์: เปลี่ยนเป็นอื่นได้ไหม?
อ.ชุมพร: ไม่ได้แน่นอนค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ธาตุดินจะเป็นนิ้วของเราได้ไหม?
อ.ชุมพร: ไม่ได้ค่ะ
ท่านอาจารย์: จะเป็นโต๊ะได้ไหม?
อ.ชุมพร: ไม่ได้ค่ะ
ท่านอาจารย์: จะเป็นขนมได้ไหม?
อ.ชุมพร: ไม่ได้ค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่ธาตุดินปรากฏ รู้ธาตุดินหรือยังว่า เป็นธาตุ ไม่ใช่ใครทั้งสิ้น ไม่ใช่อะไรทั้งสิ้น ไม่ใช่จานไม่ใช่ช้อนไม่ใช่ซ่อม ไม่ใช่วิทยุ ไม่ใช่เตียง ไม่ใช่ที่นอน ไม่ใช่อะไรทั้งหมด
อ.ชุมพร: ค่ะ แค่ประโยคแรก หมายความว่า ธาตุดินปรากฏแต่ปรากฏเป็นโต๊ะเป็นเก้าอี้ ซึ่งเราไม่เข้าใจธาตุดินใช่ไหมคะ
ท่านอาจารย์: ถ้าไม่มีการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จะได้ยินคำนี้ไหม ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา
อ.ชุมพร: ไม่ได้ยินแน่ๆ ค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ธรรมคือธาตุดินหรือเปล่า?
เพราะฉะนั้น ธาตุดินเป็นธรรมเป็นอนัตตาหรือเปล่า?
อ.ชุมพร: เป็นค่ะ
ท่านอาจารย์: เป็นคนได้ไหม?
อ.ชุมพร: เป็นคนไม่ได้ค่ะ
ท่านอาจารย์: เป็นกระเป๋าได้ไหม?
อ.ชุมพร: ไม่ได้ค่ะ
ท่านอาจารย์: เป็นเก้าอี้ได้ไหม?
อ.ชุมพร: ไม่ได้ค่ะ
ท่านอาจารย์: จนกว่าจะรู้อย่างนี้ใช่ไหม?
อ.ชุมพร: ค่ะ
ท่านอาจารย์: สงสัยอะไรอีกไหม?
อ.ชุมพร: ธาตุดินไม่ปรากฏ แต่สิ่งอื่นที่ไม่ใช่ธาตุดินปรากฏ เพราะไม่รู้ธาตุดินตามความเป็นจริงเช่นนั้นนะคะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: ไม่รู้อะไรสักอย่างตามความเป็นจริง ถ้าไม่มีการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อ.ชุมพร: ประโยคแรกก็ชัดเจนว่า เริ่มที่จะไม่รู้ความจริงแล้วในความเป็นธาตุดินค่ะ
ท่านอาจารย์: แล้วใครรู้?
อ.ชุมพร: ต้องเป็นเรื่องของปัญญาค่ะ
ท่านอาจารย์: ปัญญาของใคร?
อ.ชุมพร: ปัญญาของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เราจะรู้อย่างพระองค์ทันทีได้ไหม?
อ.ชุมพร: ไม่ได้แน่นอนค่ะ
ท่านอาจารย์: แต่พระองค์ทรงแสดงให้เราใส่ใจให้ดีใช่ไหม?
อ.ชุมพร: ค่ะ ใส่ใจให้ดี ก็ละเอียดนะคะเรื่องของความใส่ใจค่ะท่านอาจารย์
หนูขอประโยคต่อไปนะคะ ครั้นหมายรู้ธาตุดินโดยความเป็นธาตุดินแล้ว ย่อมสำคัญหมายธาตุดิน ค่ะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: ก็เป็นธาตุดินไง จะเป็นอะไรได้! เปลี่ยนได้ไหม?
อ.ชุมพร: เปลี่ยนไม่ได้
ท่านอาจารย์: เป็นโต๊ะได้ไหม?
อ.ชุมพร: เป็นโต๊ะไม่ได้
ท่านอาจารย์: เป็นกระเป๋าได้ไหม?
อ.ชุมพร: ไม่ได้
ท่านอาจารย์: เป็นแขนเป็นขาเป็นหัวเป็นหู้ได้ไหม?
อ.ชุมพร: ก็ไม่ได้ค่ะ
ท่านอาจารย์: ตรงตามที่ทรงแสดงไว้ใช่ไหม?
อ.ชุมพร: แต่ท่านแสดงว่า ย่อมสำคัญธาตุดิน
ท่านอาจารย์: สำคัญ ลืมไหม? เป็นอื่นได้ไหม?
อ.ชุมพร: สำคัญ หมายความว่า ..
ท่านอาจารย์: รู้แน่ แน่นอน จะเป็นอื่นได้ไง!! เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้หรือ?
อ.ชุมพร: ฉะนั้น หมายความว่า เวลาธาตุดินปรากฏเราเป็นผู้ที่ไม่ได้สดับ ย่อมสำคัญในความเป็นธาตุดินใช่ไหมคะ?
ท่านอาจารย์: ไม่มีทาง!! ถ้าไม่ได้สดับ สำคัญว่าเป็นกระเป๋า เป็นแว่นตา เป็นหมอน เป็นทุกสิ่งสิ่งอย่าง เป็นอัตตาแต่ละหนึ่ง
อ.ชุมพร: เป็นอัตตาแต่ละหนึ่ง
ท่านอาจารย์: คุณชุมพรมีแขนไหม?
อ.ชุมพร: มีค่ะ
ท่านอาจารย์: มีหมอนไหม?
อ.ชุมพร: มีหลายอันด้วย
ท่านอาจารย์: เอาแขนไปวางบนหมอนซิ
อ.ชุมพร: เอาแขนไปวางบนหมอน ค่ะ
ท่านอาจารย์: ไม่รู้เลยว่า ไม่ใช่แขน ไม่ใช่หมอน เป็นธาตุดิน
อ.ชุมพร: ค่ะ แต่ขณะที่ธาตุดินปรากฏ แต่ไม่รู้ แต่เป็นหมอนกับแขนนะคะ เราเอาแขนของเราไปวางไว้บนหมอนเช่นนั้นนะคะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: ใช่ไหมล่ะ รู้หรือเปล่าว่า ไม่มีเราไม่มีแขนไม่มีหมอน แต่มีแข็ง
อ.ชุมพร: ค่ะ ไม่รู้เลยถ้าไม่มีโอกาสได้ยินได้ฟังค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น จะสำคัญธาตุดินว่าเป็นอื่นได้ไหมถ้าเข้าใจ?
อ.ชุมพร: ค่ะ ไม่สำคัญเป็นอย่างอื่น นอกจากเป็นธาตุดินค่ะ
ประโยคต่อไปนะคะ ย่อมสำคัญหมายในธาตุดิน ย่อมสำคัญหมายโดยความเป็นธาตุดิน
ท่านอาจารย์: ยังสงสัยไหม?
อ.ชุมพร: ให้ความสำคัญ แต่ว่าไม่รู้
ท่านอาจารย์: ไม่ใช่ให้ความสำคัญค่ะ รู้ความจริง!!
อ.ชุมพร: ค่ะ รู้ความจริงว่า เขาคือธาตุดินนะคะ
ท่านอาจารย์: แข็งเป็นแข็งในภาษาไทย แข็งเป็นอื่นไม่ได้
อ.ชุมพร: ค่ะ ก็ค่อยๆ มั่นคงขึ้นค่ะ
ท่านอาจารย์: ไม่อย่างนั้นจะฟังธรรมทำไม เห็นไหม ไม่รู้ว่าฟังทำไม!! จงใส่ใจให้ดี
อ.ชุมพร: หมายความว่า ฉะนั้น ขณะที่ธาตุปรากฏเราไม่เข้าใจธาตุ จึงสำคัญในสิ่งที่ไม่เป็นธาตุให้ความสำคัญในสิ่งที่ไม่เป็นธาตุ
ท่านอาจารย์: ไม่ใช่ค่ะ อะไรมีก็ไม่รู้สักอย่าง แข็งมีก็กลายเป็นโต๊ะเป็นเก้าอี้ เป็นช้อนซ่อม เป็นวิทยุ เป็นปากกา เป็นตู้อะไรทั้งหมด ถูกไหม?
อ.ชุมพร: ค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะไม่เป็นธาตุ แต่ก็เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดรู้ว่า เป็นแข็งเท่านั้น และรู้เมื่อกระทบกายเท่านั้น ถ้าไม่มีกายปสาทไม่กระทบกันแข็งปรากฏไม่ได้ว่า มีแข็ง ตรงต่อความเป็นจริงไหม? ถ้าไม่ตรงไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคำพิสูจน์ได้รู้ได้
อ.ชุมพร: ขั้นการฟังกว่าจะค่อยๆ มั่นคงนะคะ แม้ฟังว่า เป็นธาตุ แต่ก็เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดเสมอๆ ค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะไม่รู้ ใช่ไหม?
อ.ชุมพร: ค่ะ ความไม่รู้ปรากฏก็ไม่เห็นว่าไม่รู้นะคะ
ท่านอาจารย์: ตอนที่ไม่รู้ รู้จักพระพุทธเจ้าไหม?
อ.ชุมพร: ไม่รู้เลยค่ะ
ท่านอาจารย์: รู้จักเมื่อไหร่?
อ.ชุมพร: รู้จักเมื่อมีโอกาสได้ยินได้ฟัง ค่อยๆ รู้ขึ้นค่ะ
ท่านอาจารย์: รู้จักเมื่อรู้ว่า แข็งเป็นแข็ง เป็นอย่างอื่นไม่ได้
อ.ชุมพร: ค่ะ รู้ว่า แข็งเป็นแข็ง
ท่านอาจารย์: ถ้าไม่รู้ว่า แข็งเป็นแข็ง จะรู้จักพระพุทธเจ้าไหม?
อ.ชุมพร: ไม่รู้จัก ไม่รู้จักความจริงแน่ๆ ค่ะ หนูขอประโยคต่อไปนะคะ ย่อมสำคัญหมายธาตุดินว่า ของเรา
ท่านอาจารย์: ถูกต้องไหม ของเรา ถูกต้องไหม?
อ.ชุมพร: ไม่ถูกต้องค่ะ
ท่านอาจารย์: อ้าว! เป็นของเราหรือธาตุดิน?
อ.ชุมพร: ธาตุดินไม่ใช่ของเรา
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ประโยคนี้ว่าไง?
อ.ชุมพร: ย่อมสำคัญหมายธาตุดินว่าของเราค่ะ
ท่านอาจารย์: เมื่อไม่รู้จักธาตุดิน เดี๋ยวนี้เองธาตุดินหรือหมอน?
อ.ชุมพร: ธาตุดินค่ะ
ท่านอาจารย์: รู้จักหรือยัง?
อ.ชุมพร: ค่อยๆ รู้ขึ้นค่ะ
ท่านอาจารย์: ถ้าไม่ฟังประโยคนี้จะรู้ไหม?
อ.ชุมพร: ไม่รู้ค่ะท่านอาจารย์ เมื่อสำคัญธาตุดินว่าเป็นของเรา ย่อมยินดียิ่งซึ่งธาตุดิน
ท่านอาจารย์: คุณชุมพรยินดียิ่งในธาตุดินหรือเปล่า?
อ.ชุมพร: ติดเลยค่ะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: คุณชุมพรยินดียิ่งในธาตุดินว่าเป็นเราหรือเปล่าและเป็นของเราหรือเปล่า?
อ.ชุมพร: ก็ยังยินดีอยู่ค่ะ
ท่านอาจารย์: ก็ตรงตามที่ทรงแสดงใช่ไหม?
อ.ชุมพร: ค่ะ เพราะไม่รู้นะคะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น จะเห็นได้เลย อ่านไปเข้าใจแค่ไหน จงฟัง จงใส่ใจให้ดี เผินแค่ไหน!! แล้วใส่ใจให้ดี คือทุกคำลึกซึ้ง
อ.ชุมพร: สุดท้าย ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร เราตถาคตกล่าวว่า เพราะเขาไม่ได้กำหนดรู้ค่ะ
ท่านอาจารย์: ตรงไหม?
อ.ชุมพร: ตรงเลยค่ะ
ท่านอาจารย์: ต้องให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส จึงจะได้ฟังได้คิด มิเช่นนั้นไม่คิดเลย ไม่เข้าใจเลย ไม่รู้เลย
อ.ชุมพร: ค่ะ การมั่นคงในความเป็นธาตุ นอกจากธาตุดินแล้วก็ยังมีอีกหลายธาตุปรากฏในชีวิตประจำวัน แต่ก็ไม่ได้รู้ความจริง อยู่ในโลกของสิ่งที่ไม่มีจริง
ท่านอาจารย์: เริ่มเห็นความต่างกันของคนที่ไม่รู้กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วหรือยัง?
อ.ชุมพร: เริ่มเห็นความต่างกันค่ะ ฉะนั้น ความจริงในชีวิตของเราท่านทรงแสดงว่า โลกเป็นไปโดย ๖ โลก แม้ธาตุดินก็เป็น ๑ โลกที่ไม่สามารถจะรู้ความจริง แต่หลังจากที่มีกายปสาทกระทบธาตุดินแล้ว เรื่องราวต่างๆ ซึ่งไม่มีจริงต่างๆ มากมายมหาศาลในความคิด แล้วสำคัญว่าเป็นสิ่งที่มีจริงแต่ไม่รู้ธาตุดินเช่นนั้นนะคะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: เป็นชีวิตจริงๆ ประจำวันใช่ไหม?
อ.ชุมพร: เป็นชีวิตประจำวันจริงๆ ค่ะ ซึ่งเริ่มเห็นว่า ความไม่รู้มากมายแล้วก็หนาแน่นจริงๆ ค่ะ
ขอเชิญอ่านได้ที่ ..
เพราะเขาไม่ได้กําหนดรู้ [มูลปริยายสูตร]
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ชุมพร ด้วยค่ะ

