นมัสการอยู่ตลอดคืนและวัน

อ.กุลวิไล: วันนี้ได้ประโยชน์มากโดยเฉพาะที่ท่านอาจารย์กล่าวถึงชีวิตที่มีค่าจริงๆ นั่นก็คือรู้ความจริงของสิ่งที่มีจริง ซึ่งความเป็นผู้ที่ตรง ท่านอาจารย์ก็ให้ความเข้าใจว่า ถ้าเป็นผู้ที่อบรมเจริญสติปัฏฐานก็เป็นผู้ที่ตรงตรงสภาพธรรมตามความเป็นจริง
ดิฉันก็มีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านอาจารย์ เพราะว่าได้ฟังรายการแนวทางเจริญวิปัสสนา ก็สนใจคำว่า นมัสการอยู่ตลอดคืนและวัน ซึ่งข้อความที่ท่านอาจารย์ได้นำมาแสดงเอาไว้เกี่ยวกับการนมัสการอยู่ตลอดคืนและวัน ซึ่งให้ความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า นมัสการอยู่ ความว่า นมัสการ สักการะเคารพนับถือบูชาอยู่ด้วยกายบ้าง ด้วยวาจาบ้าง ด้วยจิตบ้าง ด้วยการปฏิบัติเป็นไปตามประโยชน์บ้าง ด้วยการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมบ้าง ย่อมอยู่คือยับยั้งอยู่ตลอดคืนและวัน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นมัสการอยู่ตลอดคืนและวัน
ก็เห็นถึงการอบรมปัญญา แล้วก็เป็นชีวิตที่มีค่าจริงๆ มีค่าถึงขั้นที่สามารถจะรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริงได้ แต่ก็เป็นไปกับการขัดเกลากิเลส ทั้งๆ ที่เป็นผู้ที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งแล้วก็จะนมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดวันและคืนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ แม้แต่ท่านอาจารย์ให้ความเข้าใจเกี่ยวกับการนมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยกาย ด้วยวาจาที่สุจริต แม้แต่ใจที่สุจริต แล้วก็ปฏิบัติเป็นไปเพื่อประโยชน์ซึ่งก็ต้องเป็นไปกับกุศลธรรมทั้งหมด สุดท้ายก็คือปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม กราบเรียนท่านอาจารย์ค่ะ ก็ไม่พ้นสติปัฏฐานนั่นเองค่ะ กราบเรียนท่านอาจารย์ค่ะ
ท่านอาจารย์: แต่ต้องเริ่ม สติคืออะไร? สติปัฏฐานต่างกันหรือเหมือนกันกับสติ? เมื่อไหร่เป็นสติ เมื่อไหร่เป็นสติปัฏฐาน?
อ.กุลวิไล: เพราะว่า ถ้าเป็นสติปัฏฐานต้องเป็นสภาพที่ระลึกรู้ลักษณะของสิ่งที่มีจริงที่ปรากฏค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ถ้าไม่รู้ว่า อะไรมีจริง จะเป็นสติปัฏฐานได้ไหม?
อ.กุลวิไล: ไม่ได้เลยค่ะ อย่างที่ท่านอาจารย์ให้ความเข้าใจว่า ความเป็นผู้ที่ตรง แล้วสติปัฏฐานก็เป็นสภาพธรรมที่ตรงต่อความเป็นจริงค่ะ นั่นก็คือความเป็นผู้ตรงแล้ว
ท่านอาจารย์: ถ้าไม่มีความเข้าใจธรรมจนรอบรู้เป็นอริยสัจจธรรมรอบที่ ๑ จะมีสติปัฏฐานเกิดได้ไหม?
อ.กุลวิไล: ไม่ได้แน่นอนค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ก็ต้องรู้ความต่างกันความห่างกันของความเข้าใจในสิ่งที่กำลังปรากฏตั้งแต่เริ่มฟัง จนกระทั่งถึงอริยสัจจ์รอบที่ ๒ ได้ด้วยปัจจัยตามเหตุตามปัจจัย
อ.กุลวิไล: ซึ่งท่านอาจารย์ก็ให้ความเข้าใจเกี่ยวกับความลึกซึ้งของธรรม แล้วก็ลึกซึ้งมาก ไม่ใช่แค่ขั้นปริยัติ แต่ท่านอาจารย์ให้เห็นถึงโลกไม่ได้ปรากฏตามความเป็นจริง เพราะว่าความจริงแท้สภาพธรรมเกิดดับ แต่โลกก็ไม่ได้ปรากฏตามความเป็นจริงค่ะ
ท่านอาจารย์: ก่อนจะเกิดดับ สภาพธรรมต้องปรากฏทีละหนึ่งใช่ไหม?
อ.กุลวิไล: ใช่ค่ะ
ท่านอาจารย์: แล้วอะไรจะเกิด อะไรจะดับ?
อ.กุลวิไล: ค่ะ
ท่านอาจารย์: แต่เดี๋ยวนี้สภาพธรรมก็ไม่ได้ปรากฏทีละหนึ่งเลย
อ.กุลวิไล: ค่ะ ก็เห็นถึงข้อความที่ท่านกล่าวถึงการที่จะนมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดคืนและวันก็เป็นสิ่งที่ยากมาก ห่างไกลจากความเป็นจริงค่ะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: และถ้าไม่รู้ว่า นมัสการคืออะไร เป็นไปไม่ได้ใช่ไหมตลอดคืนและวัน?
อ.กุลวิไล: ไม่ได้เลย เพราะมากไปด้วยความไม่รู้ความจริงของสิ่งที่มีจริง ก็เป็นไปกับอกุศลธรรมตลอด
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ลองกล่าวถึง นมัสการอีกครั้ง
อ.กุลวิไล: คำว่า นมัสการอยู่ ความว่า นมัสการ สักการะ เคารพ นับถือ บูชาอยู่ ด้วยกายบ้าง ด้วยวาจาบ้าง ด้วยจิตบ้าง
ท่านอาจารย์: แค่นี้ ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ
อ.กุลวิไล: ค่ะ
ท่านอาจารย์: ต่อไปค่ะ
อ.กุลวิไล: ด้วยการปฏิบัติเป็นไปตามประโยชน์บ้าง
ท่านอาจารย์: เห็นไหม! ต้องเป็นกุศลใช่ไหม ตามที่พระองค์ได้ทรงแสดงโทษของอกุศล
อ.กุลวิไล: กุศลก็มีหลายระดับ แต่ชีวิตประจำวันการกระทำทางกาย ทางวาจา มากด้วยอกุศลค่ะ
ท่านอาจารย์: ข้อความต่อไป
อ.กุลวิไล: สุดท้ายก็คือ ด้วยการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมบ้าง
ท่านอาจารย์: เห็นไหม!! ไม่ใช่เพียงแต่กราบไหว้ด้วยกาย นอบน้อมด้วยวาจา แต่ด้วยใจที่เข้าใจแม้แต่การที่จะนอบน้อม
อ.กุลวิไล: ลึกซึ้งมากเลยค่ะ และท่านอาจารย์ให้ความเข้าใจว่า การที่จะนมัสการด้วยกายด้วยวาจาที่สุจริต แล้วก็ด้วยใจที่สุจริตก็ยากมากค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ขณะใดที่เป็นทุจริต ขณะนั้นไม่ได้นมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อ.กุลวิไล: และก็ไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ด้วย ไม่ได้อยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ท่านอาจารย์: ดีเมื่อไหร่เข้าใจธรรมเมื่อไหร่ วาจา ใจ กาย เป็นการนมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย เพราะเคารพสูงสุดในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นปัจจัยให้เกิดการกระทำนั้นๆ ซึ่งปกติจะไม่เป็นเลยเพราะไม่รู้จักพระองค์ จะนมัสการด้วยกายอย่างไร ด้วยวาจาอย่างไร ด้วยใจอย่างไร?
อ.กุลวิไล: ก็เห็นคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากค่ะ เพื่อให้กุศลธรรมเจริญขึ้นงอกงามขึ้นในชีวิตประจำวัน แล้วก็เป็นไปกับการขัดเกลากิเลส มิฉะนั้น ก็มากด้วยอกุศลสะสมอกุศลสะสมกิเลสค่ะท่านอาจารย์
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ
ขอเชิญอ่านเพิ่มได้ที่ ..
๙. ทุติยสักกนมัสสนสูตร ท้าวสักกะนมัสการพระพุทธเจ้า
๑๐. ตติยสักกนมนัสสนสูตร ท้าวสักกะนมัสการพระสงฆ์
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.กุลวิไล ด้วยค่ะ
