อเสวนา จ พาลานํ
อเสวนา จ พาลานํ
ไม่คบคนพาล
การไม่คบคนพาลย่อมเป็นมงคลสูงสุดแต่ในบางครั้งคนพาลนั้นกับเป็นได้ทั้ง มารดา บิดา พี่น้อง ญาติสนิท มิตรสหาย คนรัก คู่ครอง สามีภรรยา บุตร ซึ่งบุคคลเหล่านี้ก็ทำทั้งดื่มสุราเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทเที่ยวสังสรรค์กลางคืนผิดในศีลข้อ 5 พูดจาลามกหรือเสพกามคุณเป็นปกติ แม้ไม่ได้ผิดในศีลข้อ 3 แต่ก็เป็นการสนองต่อกิเลสตัณหาตัวสร้างภพ หรือมีมิจฉาทิฏฐิไม่เชื่อเรื่องนรก สวรรค์ ภพชาติไม่มี ตามอย่างวิทยาศาสตร์ เป็นคนต่างศาสนาบ้าง เป็นคนไม่มีศาสนาบ้าง การกระทำทั้งหลายย่อมนำไปสู่ความเสื่อม การไม่คบคนพาลตามคำสอนของพระผู้มีพระภาคต้องเป็นการตัดขาดสลัดทิ้งไม่เข้าหาบุคคลดังที่ได้กล่าวมาเลยหรือไม่ เพราะจากที่ได้ยินได้ฟังพระภิกษุหลายรูปที่ท่านเทศนาสอนคือไม่ให้คบหาสมาคมกับคนเหล่านี้เลย กระผมควรปฏิบัติตนกับบุคคลคนดังกล่าวอย่างไร ไม่ให้เป็นโทษแต่เรา เพราะบางครั้งพี่น้อง คู่รักหรือตัวเราเองด้วยซ้ำที่เป็นคนพาล จึงของเรียนถามเพื่อขอคำชี้แนะครับ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดก็ตาม
ย่อมเป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้ที่ได้ฟังได้ศึกษา มีความเข้าใจที่ถูกต้อง
ว่าการที่บุคคลจะมีความเจริญในทางกุศลจนกระทั่งรู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้นั้น
ต้องอาศัยคุณธรรม เจริญกุศล ขัดเกลากิเลสทุกทาง แม้แต่เรื่องของทาน
เรื่องของศีล รวมถึงการฟังพระธรรมในชีวิตประจำวัน
ก็ต้องเป็นไปเพื่อการขัดเกลากิเลสของตนเอง เท่านั้น
ซึ่งจะเห็นได้ว่าข้อความของพระธรรมทั้งหมด
จะไม่ส่งเสริมให้พุทธบริษัทเกิดอกุศลจิตหรือว่าสะสมเพิ่มพูนอกุศลเลยแม้แต่น้อย
แม้ในมงคลประการแรกคือ ไม่คบคนพาลทั้งหลาย
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า เป็นมงคล เป็นเหตุแห่งความเจริญ
ซึ่งจะนำไปสู่ความเจริญขึ้นของกุศลธรรม
จนกระทั่งถึงการรู้แจ้งอริยสัจจธรรม เป็นพระอริยบุคคลตามลำดับขั้น
สูงสุด คือ ถึงความเป็นพระอรหันต์
หมดจดจากกิเลสโดยประการทั้งปวงได้ในที่สุด
นี้เป็นพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้
ถ้าแต่ละบุคคลไม่ทราบว่าสิ่งใดจะนำความเจริญมาให้กับตน การคบ
การเสพคนพาลนั้นจะมีโทษมากสักแค่ไหน กล่าวคือ
จะไม่สามารถบรรลุถึงมงคลประการสุดท้าย คือ
การรู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้เลย
ย่อมจะไม่เกื้อกูลให้ผู้คบหาได้รู้แจ้งสภาพธรรมตามความเป็นจริงได้เลย
แต่ถ้าได้เห็นโทษของการคบคนพาล ซึ่งเป็นคนไม่ดี ไม่มีคุณธรรม
ก็ทำให้เว้นไม่คบกับคนพาลได้ คือ
ไม่เข้าใกล้ในความไม่ดี
ไม่เสพคุ้นกับความไม่ดี
ที่ไม่ควรลืม คือ แต่ละคนสะสมมาแตกต่างกัน
ถึงแม้คนอื่นจะไม่ดีอย่างไร
ก็ไม่เป็นเครื่องกั้นการเจริญขึ้นของกุศลธรรมของเราได้ นั่นก็คือ
สามารถมีเมตตา มีความเป็นมิตรเป็นเพื่อน ไม่โกรธ สงเคราะห์ได้
เท่าที่จะเป็นไปได้ แม้ผู้นั้นจะไม่ดีอย่างไรก็ตาม
ไม่ควรเลยที่จะให้อกุศลเกิดทำร้ายจิตของตนเอง เพราะใครๆ
ก็ทำร้ายจิตของเราไม่ได้ นอกจากอกุศลของเราเท่านั้นจริงๆ
บุคคลผู้ที่เป็นบิดามารดา
บุตรธิดาก็จะต้องมีความกตัญญูกตเวที ทำสิ่งที่ดี
ตอบแทนพระคุณของท่าน ดูแลท่านอย่างดีที่สุด บุคคลอื่นๆ
ที่เราเกี่ยวข้อง ก็ทำสิ่งที่ดีต่อบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่ว่าจะปล่อยปละละเลยกิจที่ควรกระทำ
เพียงแต่สิ่งไหนเป็นสิ่งที่ไม่ดี ก็ไม่เสพคุ้น
และมีทางใดที่จะช่วยบุคคลเหล่านั้นให้ค่อยๆ ดีขึ้น
ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ ครับ
... ยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านครับ ...

