ชีวิตผมดีขึ้นได้เพราะฟังคำท่านอาจารย์สุจินต์

 
เมตตา
วันที่  27 มี.ค. 2569
หมายเลข  52168
อ่าน  71

[เล่มที่ 37] พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ - หน้า 298

ปัณณาสก์

เมตตาวรรคที่ ๑

๒. ปัญญาสูตร

[๙๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุ ๘ ประการ ปัจจัย ๘ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้ เพื่อความงอกงามไพบูลย์ เจริญ บริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ๘ ประการเป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรม วินัยนี้ อาศัยพระศาสดาหรือเพื่อนพรหมจรรย์รูปใดรูปหนึ่งผู้ตั้งอยู่ในฐานะครู ซึ่งเป็นที่เข้าไปตั้งความละอาย ความเกรงกลัว ความรัก และความเคารพไว้อย่างแรงกล้า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ ๑ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาได้แล้ว.


โค้ชเจ (คุณสุรพงษ์) : ถ้าผมบอกท่านอาจารย์เป็นโค้ชชีวิตผม คือโค้ชทางธรรมะของผม แล้วท่านทำเป็นแบบอย่างให้ผมเห็นแล้วครับ ถ้าผมบอกว่า ผมเป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์ผมก็ควรจะต้องปฏิบัติ หรือทำตามท่านอาจารย์ แต่ถ้าผมบอกผมเป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์สุจินต์ แต่ผมกลับทำไม่ดี อันนั้นแสดงว่า ผมก็ไม่ใช่ลูกศิษย์ท่านอาจารย์จริงๆ

เมื่อกี้ท่านอาจารย์ถามผมว่า แล้วผมโค้ชตัวเองยังไงลองเล่าให้ฟัง จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถ้าเป็นแต่ก่อนผมคง sensitive กับผมมากๆ ครับ แต่ว่า ปัจจุบันผมแค่อยากจะบอกว่า ธรรมะทำให้จากการที่ผมฟังธรรมะอย่างเดียวนะครับ แต่ว่าเหตุผมที่ผมฟังผมไม่ได้ต้องการอะไรไม่ได้หวังอะไร ฟังแค่เข้าใจมากขึ้นวันละนิดวันละหน่อย ทุกครั้งที่ผมมาฟังท่านอาจารย์จะถามว่า เข้าใจขึ้นบ้างไหม? ละบ้างหรือเปล่า? มั่นคงนะ อันนี้เป็นคำที่ผมได้ยินจากท่านอาจารย์ถามครับ

แล้วเมื่อกี้ที่ผมจะเล่าเป็นเรื่อง sensitive ครับ คือคุณพ่อคุณแม่แยกทางกันตอนผมเข้ามหาวิทยาลัยครับ สมัยก่อนที่บ้านก็มีฐานะระดับหนึ่ง คือไม่ลำบาก แต้พอคุณพ่อคุณแม่แยกทางกัน พอเข้ามหาวิทยาลัยผมก็ต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง นอกจากเรียนผมได้ทุน แต่ระหว่างเรียนด้วยผมต้องทำงานด้วยต้วเองทุกอย่าง อะไรที่เป็นสัมมาอาชีพทำได้ผมก็ทำ ผมก็รู้สึกไม่ดีกับพ่อกับแม่ว่าทำไมเลิกกัน ทำให้เราต้องลำบาก แต่ว่าตอนนั้นผมก็ฟังท่านอาจารย์สุจินต์มาเรื่อยๆ นะครับ แต่ตอนนั้นก็มีคิดอีกพ่อแม่ทำให้เราลำบากนะนี่ อันนั้นมีก่อนฟังนะครับ พอฟังธรรมะท่านอาจารย์ไปเรื่อยๆ ครับเราก็รู้ว่า อ้อ! อันนี้สิ่งที่ควรทำ อันนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ที่ผมบอกว่าท่านอาจารย์เป็นแบบอย่างครับผมน่าจะฟังจากรายการคุณวุ๊ดดี้ หรือใครสักคน บอกว่าท่านอาจารย์ไม่เรียนต่อแต่ออกมาดูแลคุณพ่อครับ เราฟังแล้วตอนนั้นก็ฟังไปเรื่อยๆ จนถึงระดับหนึ่งที่ผมคิดว่าเพราะธรรมะที่ผมฟังท่านอาจารย์สุจินต์มาเรื่อยๆ แล้วผมเห็นท่านอาจารย์สุจิต์ปฏิบัติต่อคุณพ่อคุณแม่ครับ ผมกลับไปโทรหาคุณพ่อผมกลับไปดูแลคุณพ่อ ผมคุยกับคุณแม่ได้โดยที่ไม่มีใครมาบอกผมให้ผมทำสิ่งเหล่านี้เลยครับ แต่เป็นเพราะธรรมะที่ท่านอาจารย์สุจินต์สอนผม ผมถึงบอกชีวิตผมดีขึ้นได้เพราะฟังคำท่านอาจารย์

จนมีครั้งหนึ่งที่ผมกลับจากอินเดียผมลงจากสนามบินแล้วกราบท่านอาจารย์ก็เลยกราบท่านอาจารย์ว่า ท่านอาจารย์ครับถ้ามีอะไรที่ผมทำให้มูลนิธิ หรือท่านอาจารย์ได้ท่านอาจารย์บอกผมนะผมยินดีครับ นั่นเป็นการปวรานาตัวครั้งแรกแล้วท่านอาจารย์ก็เมตตามาก บอกผมว่า พูดแล้วนะ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมไม่ได้ฟังท่านอาจารย์ผมก็คงจะเปลี่ยนไม่ได้ที่จะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ จากเคยโกรธนะครับเป็นขอบคุณ ต้องขอบคุณเขาว่าที่ผมมีทุกวันนี้ได้ถ้าผมไม่ลำบากวันนั้น ผมก็ไม่มีวันนี้ครับ สำลีลับมีดไม่คมครับหินลับมีดจึงคมครับ เพราะอุปสรรคต่างๆ ผมต้องทำงานเอง ช่วยเหลือตัวเองต่างๆ นาๆ ทำให้ผมมีทุกวันนี้ได้ เพราะฉะนั้น ผมจึงต้องกลับไปขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงดูผม จริงๆ เขามีบุญคุณครับก็ประเสริฐสุดๆ ครับ ก็กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ

อ.อรรณพ: คุณได้ตอบคำถามที่ผมยังไม่ได้ถามคุณหมดเลย ผมจะถามคุณว่า ชีวิตก่อนที่จะได้เข้าใจธรรมะ กับชีวิตหลังที่ได้เข้าใจธรรมะเป็นอย่างไร คุณได้ตอบโดยละเอียดศึกษาธรรมะโดยเอนกปริยาย และยกตัวอย่างสิ่งที่เป็นมงคล คือระลึกถึงคุณของมารดาบิดา ถ้าไม่ได้ส่วนของกายจากคุณพ่อคุณแม่คงไม่มีโค้ชเจที่จะหวดเทนนิสสอนอะไรได้ใช่ไหม

เพราะฉะนั้น บิดามารดาให้อัตภาพนี้ แค่นี้ยิ่งกว่าให้อะไรทั้งสิ้นแล้วท่านก็เลี้ยงดูเรามา แล้วก็เป็นธรรมดาของที่ท่านจะต้องมีการกระทบกระทั่งกันท่านต้องแยกทางกัน ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปตามเหตุปัจจัยเป็นอย่างนั้น

แต่ดูซิ! ธรรมะเปลี่ยนชีวิต ให้เป็นชีวิตที่เป็นความดีที่เกิดจากความเข้าใจธรรมะ นี่ครับ ปัญญานำไปในกิจทั้งปวงที่ดีงาม คุณสามารถสะท้อนได้ดีมากเลย

ท่านอาจารย์ครับ ก่อนสนทนาสักชั่วโมงหนึ่งมาเจอกันตอนก่อนทานอาหาร คุณเจมาถามผมบอกว่า เขาก็ตื่นเต้นนะครับ แต่ผมก็ขำขันว่า แหม! โค้ชอะไรต่ออะไรมาออกรายการเขาก็ตื่นเต้นกัน คนที่เคารพยำเกรงท่านอาจารย์ก็จะต้องด้วยความปลื้มใจแต่เขาก็ต้องมีความตื่นเต้นเป็นธรรมดา ก็ถามผมว่า จุดประสงค์ที่ผมมาออกรายการนี้เพื่ออะไร คุณเจเห็นไหมครับ แต่ผมเห็นชัดเลยว่าเป็นตัวอย่างของผู้ที่

๑. สะสมความเห็นประโยชน์ในธรรมะในอดีตกาล และเมื่อได้ฟังพระธรรมได้มีผู้ที่ตั้งอยู่ในฐานะครู คือท่านอาจารย์ เราคงไม่เรียกโค้ชก็ได้ เรียกโค้ชก็ไม่ผิด เป็นภาษาที่แปลว่าผู้ฝึกผู้สอน แต่จริงๆ ผู้ที่อยู่ในฐานะครู ที่อาศัยผู้ที่อยู่ในฐานะครูนี่แหละ จึงมีความเจริญขึ้นในธรรมะ ขออัญเชิญพระพุทธพจน์ ในปัญญาสูตร อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ผมอัญเชิญข้อความบางส่วนนะครับ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรม วินัยนี้ อาศัยพระศาสดาหรือเพื่อนพรหมจรรย์รูปใดรูปหนึ่งผู้ตั้งอยู่ในฐานะครู ซึ่งเป็นที่เข้าไปตั้งความละอาย ความเกรงกลัว ความรัก และความเคารพไว้อย่างแรงกล้า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ ๑ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาได้แล้ว.

กราบเท้าท่านอาจารย์ว่า การที่จะอาศัยพระศาสดา หรือผู้ที่ตั้งอยู่ในฐานะครูที่จะเป็นเหตุให้เกิดปัญญาคืออย่างไรครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: ต้องรู้ว่า อาศัยอย่างไรตั้งแต่แรก? อาศัยอย่างไรคุณเจ?

โค้ชเจ: ฟังคำสอนของพระศาสดาครับ

ท่านอาจารย์: ฟังแล้วเข้าใจว่า รู้อะไรบ้างหรือเปล่า? แค่ไหน? นี่เป็นเหตุที่คุณเจพากเพียรไม่ใช่ฟังแล้วจบ

ในฐานะที่เป็นโค้ชเทนนิสได้ก็ต้องมีความละเอียดพอที่จะรู้ว่า วิธีที่จะให้คนได้เข้าใจในสิ่งนั้นๆ เป็นอย่างไร!!

เพราะฉะนั้น พอถึงธรรมะ นั้นแหละ!! ที่รู้วิธีว่าจะให้เข้าใจธรรมะได้อย่างไร ก็ต้องไตร่ตรองต้องพิจารณา ต้องไม่ละเลยเหมือนกับว่าฟังแล้วเข้าใจแล้ว ซึ่งเป็นไปไม่ได้

เพราะฉะนั้น ชีวิตประจำวันจริงๆ ของคุณเจที่ฝากใฝ่ในธรรมะจนมั่นคง ทำอย่างไรถึงได้เป็นอย่างนี้

โค้ชเจ: เรียนแจ้งตอนต้นครับว่า ตอนกลับจากอินเดีย ท่านอาจารย์ก็แนะนำให้ฟังแนวทางวิปัสสนากับปกิณณกธรรม แต่ว่าผมฟังหลายรอบมากครับ ตอน ๑ ตอน ถึง ณ.ตอนนี้ยังไปไม่ได้กี่ตอนเองครับ แต่ผมจะฟังสลับกันครับ พอผมฟังเสร็จ ก่อนผมจะข้ามไปอีกตอน ผมจะมานั่งอ่านครับ ดีที่ในเว็บไซส์บ้านธัมมะ ใครสนใจนะครับ สามารถไปเสิร์ซได้เลยครับ นอกจากมีเสียงที่ได้ยินได้ฟังแล้วนะครับ จะมีตัวหนังสือให้เราอ่านครับ ผมก็จะมาอ่านทบทวนอีกทีแล้วดูว่า อันไหนเป็นประโยชน์ครับ

ในเฟสบุ๊คผมมีไม่กี่เรื่องครับ แต่เรื่องธรรมะประมาณ ๙๙ % ครับ เป็นคำที่

๑. ผมแชร์เวลาที่มูลนิธิมีสนทนาครับ

๒. สิ่งที่ผมได้อ่าน ผมก็เอาบางส่วนที่ผมคิดว่า คนที่เป็นเพื่อนในเฟสบุ๊คผมด้วย จะได้รับประโยชน์ ก็ไปแชร์ในเฟสบุ๊คครับ

แล้วถ้าอันไหนที่ผมฟังแล้วไม่เข้าใจเพราะเป็นภาษาบาลีไม่ใช่ภาษาไทยครับ ผมก็จะโน๊ตใส่มือถือไว้เพื่อว่า เมื่อไหร่ผมมีโอกาสได้สนทนากับท่านอาจารย์ ผมก็จะสอบถามเรื่องที่ผมติดปัญหาผมก็จะบันทึกเสียงไว้ทุกครั้งที่สนทนา และหลังจากที่ผมได้สนทนาเสร็จ ผมก็จะมาเปิดฟังซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเข้าใจจริงๆ ครับ

ขอเชิญอ่านได้ที่ ..

๒. ปัญญาสูตร

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ และโค้ชเจ ด้วยค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
สัมเพธัมมาอนัตตา
วันที่ 28 มี.ค. 2569

ขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ