เราอยู่ที่ไหน ของเราอยู่ที่ไหน
มีสมบัติอะไรในโลก ซึ่งคนในโลกนี้เอาไปได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดๆ ก็ตาม ที่มีอยู่ตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งได้ชื่อว่าครอบครองมีสิ่งเหล่านั้น แต่ก็จากไปหมด ไม่มีใครเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงของสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลยสักอย่างเดียว เพียงแต่ว่าเกิดมาเห็น มีความไม่รู้มีความติดข้อง แล้วก็จากโลกนี้ไป โดยที่ว่าตั้งแต่เกิดจนตาย การกระทำเป็นไปในทางทุจริต สุจริต มีสุข มีทุกข์อย่างไรก็เท่านี้ เหมือนกับโรงละคร ซึ่งเปิดมา เล่นแสดงไปจนจบ และก็ออกจากเวทีไป
แต่ละคนเกิดมา ก็คือเพื่อเห็น เพื่อได้ยิน เพื่อโลภะ โทสะ เพื่อความติดข้องต้องการ เพื่อทำทุกสิ่งทุกอย่าง สุขบ้าง ทุกข์บ้าง แล้วก็จากโลกนี้ไป โดยที่ว่าไม่มีอะไรที่เป็นของเราเลยสักอย่างเดียว สมบัติก็เห็นชัดๆ ว่าตามไปไม่ได้ แม้แต่ร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ตามไปหรือเปล่า หรือว่าเป็นของเราจริงๆ หรือเปล่า หรือเพียงแต่ว่า ระหว่างที่ยังไม่เน่าเฟะ ก็ยังเป็นเราอยู่ ระหว่างที่ยังไม่ตาย มีจิตใจ มีความคิดนึก รูปร่างกายก็เคลื่อนไหวได้ ทำอะไรได้ แต่พอไม่มีจิต ที่เรียกว่าตาย รูปนี้ทำอะไรไม่ได้เลย เราอยู่ที่ไหน และก็ของเราอยู่ที่ไหน ตามความเป็นจริงคือ แม้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า และเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ถ้าไม่ได้ศึกษาพระธรรมจะไม่รู้เลย แม้แต่รูปร่างกายของแต่ละคน ต่างๆ กันไป เพราะกรรมเป็นปัจจัย ที่กรรมนั้นก็เกิดจากกิเลส หลากหลายมากมายพฤติกรรมต่างๆ ก็เป็นส่วนประกอบที่จะทำให้เมื่อกรรมหลากหลาย ผลของกรรมก็หลากหลาย นี่คือ พระธรรมทั้งหมด

