ความลึกซึ้งของธรรมอยู่ที่ไหน?

อ.ณภัทร: ผมมีโอกาสได้อ่านข้อความหนึ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกับภิกษุว่าด้วยความหน่ายในขันธ์ ๕ ครับ เพราะว่าเราก็ฟังเรื่องขันธ์ ๕ ก็คือชีวิตประจำวัน ก็คือรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ครับ ก็มีในชีวิตประจำวัน
เพราะฉะนั้น ก็เป็นประโยชน์ครับที่จะได้สนทนาเพื่อขอความเข้าใจที่ละเอียดขึ้นๆ ครับ ขออ่านข้อความครับ
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ภิกษุผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ย่อมมีธรรมอันเหมาะสม คือพึงเป็นผู้มากไปด้วยความหน่ายในรูปอยู่ พึงเป็นผู้มากไปด้วยความหน่ายในเวทนาอยู่ พึงเป็นผู้มากไปด้วยความหน่ายในสัญญาอยู่ พึงเป็นผู้มากไปด้วยความหน่ายในสังขารอยู่ พึงเป็นผู้มากไปด้วยความหน่ายในวิญญาณอยู่ ภิกษุนั้นเมื่อเป็นผู้มากไปด้วยความหน่ายในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขาร ในวิญญาณอยู่ ย่อมกำหนดรู้รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เมื่อกำหนดรู้รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ย่อมหลุดพ้นจากรูป ย่อมหลุดพ้นจากเวทนา ย่อมหลุดพ้นจากสัญญา ย่อมหลุดพ้นจากสังขาร ย่อมหลุดพ้นจากวิญญาณ ย่อมหลุดพ้นจากชาติ ชรามรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัสสะ อุปายาสะ เรากล่าวว่าย่อมหลุดพ้นไปจากทุกข์
ก็จะกราบเท้าท่านอาจารย์ว่า พึงเป็นผู้มากไปด้วยความหน่ายในรูปครับ ซึ่งข้อความนี้ก็เป็นความละเอียดอย่างยิ่งว่า อะไรครับที่จะเป็นปัจจัยให้ค่อยๆ เริ่มที่จะเป็นผู้มากไปด้วยความหน่ายในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขาร ในวิญญาณครับ
ท่านอาจารย์: หวังมากไหม?
อ.ณภัทร: หวังมากไหม
ท่านอาจารย์: ค่ะ หวังถึงจะหน่าย
อ.ณภัทร: คือพอได้อ่านข้อความ ...
ท่านอาจารย์: ฟังแล้วพระองค์ทรงแสดงอย่างนี้ก็จะหน่ายแล้ว
อ.ณภัทร: ครับ
ท่านอาจารย์: แล้วความลึกซึ้งของพระธรรมอยู่ที่ไหน? จะหน่ายไหม? แค่นี้!!
อ.ณภัทร: ยังไม่สามารถที่จะหน่าย
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ถึงพระองค์จะทรงแสดง ก็ต้องรู้ตามความเป็นจริง หน่ายในอะไร? หน่ายในรูปใช่ไหม?
อ.ณภัทร: ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้มีรูปไหม?
อ.ณภัทร: เดี๋ยวนี้มีรูปครับ
ท่านอาจารย์: รูปอะไร?
อ.ณภัทร: เสียงครับ
ท่านอาจารย์: จะหน่ายไหม?
อ.ณภัทร: ถ้ายังไม่รู้ตรงลักษณะของเสียง ก็ยังไม่หน่ายครับ
ท่านอาจารย์: รู้หรือยัง?
อ.ณภัทร: เพียงฟังขั้นต้น แต่ยังไม่สามารถจะรู้ตรงครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น จะหน่ายได้ไหม?
อ.ณภัทร: ยังหน่ายไม่ได้ครับ
ท่านอาจารย์: จนกว่าจะรู้สิ่งที่พระองค์ตรัสอย่างลึกซึ้ง
อ.ณภัทร: ครับ
ท่านอาจารย์: ไม่ใช่ว่า พอฟังแล้วจะหน่าย แต่ว่า ฟังแล้วรู้ว่าลึกซึ้ง จะหน่ายคำเดียว หน่ายอะไร? หน่ายตามตัวหนังสือ หน่ายในรูป รูปไหนล่ะ? เดี๋ยวนี้ก็กำลังมีรูป ยังไม่รู้!! แล้วจะหน่ายได้หรือ? เห็นไหม ต้องเป็นการเข้าใจความลึกซึ้ง และเหตุและผลอย่างละเอียดยิ่ง
เดี๋ยวนี้คุณณภัทรรู้จักรูปหรือยัง?
อ.ณภัทร: เริ่มที่จะรู้จักเพราะได้ฟังครับ
ท่านอาจารย์: รู้จักว่าอย่างไร?
อ.ณภัทร: รู้จักว่า เป็นสภาพธรรมะอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อก่อนไม่ได้ฟังก็ไม่รู้จักเลยครับ
ท่านอาจารย์: แล้วหน่ายไหม?
อ.ณภัทร: ไม่หน่ายครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น จะหน่ายเมื่อไหร่? จะ จะ ยังไม่ถึง แล้วจะหน่ายเมื่อไหร่?
อ.ณภัทร: จะหน่ายก็เมื่อเห็นตามความเป็นจริงของรูปนั้นๆ บ่อยๆ ว่าเป็นธรรมะจริงๆ ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น การฟังธรรมะนี่ผิวเผินมากตามความหมายที่เรารู้ว่า รูป เวทนา (ความรู้สึก) สัญญา (ความจำ) สังขาร (ไม่ว่าธรรมะอะไร ก็ปรุงแต่งทั้งนั้น) วิญญาญ (สภาพที่มีจริงที่รู้แจ้ง) เดี๋ยวนี้กำลังมี
ฟังแค่นี้ ยังเป็นเราฟังใช่ไหม?
อ.ณภัทร: ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: แล้วหน่ายคืออะไร?
อ.ณภัทร: หน่าย ก็คือเห็นความไม่มีสาระของสิ่งนั้นครับ
ท่านอาจารย์: ต้องเห็นถูกต้องตามเป็นจริง ใช่ไหม?
อ.ณภัทร: ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ใครหน่าย?
อ.ณภัทร: ไม่มีใครหน่ายครับ
ท่านอาจารย์: เห็นถูกต้องตามความเป็นจริง ถ้ายังไม่เห็นถูกต้องตามความเป็นจริง หน่ายไม่ได้ เหมือนเดี๋ยวนี้
เพราะฉะนั้น เห็นถูกต้องตามความเป็นจริงมีจริงๆ หรือเปล่า?
อ.ณภัทร: มีจริงๆ ครับ
ท่านอาจารย์: เป็นสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสคำไหนที่จะแสดงให้รู้ว่า สิ่งนั้น คือความที่เห็นทุกสิ่งทุกอย่างตามความเป็นจริงได้ เป็นเราหรือเปล่า?
อ.ณภัทร: จริงๆ ไม่มีเราครับ แต่ว่าก็เป็นเราที่จะหน่ายครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เราที่หน่ายใช่ไหม?
อ.ณภัทร: ใช่ครับ ไม่มีเราที่หน่ายครับ
ท่านอาจารย์: แล้วอะไรหน่าย?
อ.ณภัทร: เป็นปัญญาที่เห็นถูกต้องตามความเป็นจริงครับ
ขอเชิญอ่านเพิ่มได้ที่ ..
ไม่ว่าอะไรที่ลึก ไม่เท่ากับความลึกซึ้งของธรรม
เริ่มเข้าใจความลึกซึ้งเพราะธรรมลึกซึ้ง
ขอเชิญฟังได้ที่ ..
ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมคืออย่างไร
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
กราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ณภัทร ด้วยค่ะ

