ยังเป็นเราอยู่

 
เมตตา
วันที่  17 ม.ค. 2569
หมายเลข  51852
อ่าน  164

[เล่มที่ 17] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้า 339 - 340

๕. อนังคณสูตร

[๕๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ :-

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ท่านพระสารีบุตรเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นรับคําท่านพระสารีบุตรแล้ว.

บุคคล ๔ จําพวก

[๕๔] ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวว่า คุณครับ บุคคล ๔ จําพวกเหล่านี้ มีปรากฏอยู่ในโลก.

๔ จําพวกนั้นเป็นไฉน?

ดูก่อนท่านผู้มีอายุทั้งหลาย บุคคลลางคนในโลกนี้ มีอังคณกิเลส แต่ไม่รู้ตามเป็นจริงว่า เรามีอังคณกิเลสในภายใน ๑ บุคคลลางคนในโลกนี้มีอังคณกิเลส ก็รู้ตามเป็นจริงว่า เรามีอังคณกิเลสในภายใน ๑ บุคคลลางคนในโลกนี้ ไม่มีอังคณกิเลส แต่ไม่รู้ตามเป็นจริงว่า เราไม่มีอังคณกิเลสในภายใน ๑ บุคคลลางคนในโลกนี้ ไม่มีอังคณกิเลส ก็รู้ตามเป็นจริงว่า เราไม่มีอังคณกิเลสในภายใน ๑.


อ.วิชัย: ท่านอาจารย์ครับ อย่างพระสูตรต่างๆ แม้พระสูตรนี้ คืออนังคณสูตร ครับ ได้กล่าวถึงกิเลสอกุศลของผู้ที่ยังมีอยู่ครับ การกล่าวถึง หรือแสดงถึงพระสูตรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสด้วยพระองค์เอง หรือแม้แต่พระสาวกอย่างท่านพระสารีบุตร เป็นต้นครับ

อย่างในอนังคณสูตร ก็จะกล่าวถึงเรื่องของกิเลสอกุศล อย่างภิกษุที่ต้องอาบัติ ก็ไม่ปราถนาให้บุคคลอื่นรู้ และเมื่อบุคคลอื่นรู้ว่า ตนเองต้องอาบัติ ก็เกิดความโกรธความไม่แช่มชื่น ก็ดูเหมือนกับเป็นชีวิตประจำวันโดยเพศภิกษุครับ แม้เพียงไม่ปราถนาให้คนอื่นรู้ว่า เรามีโทษมีอกุศลก็เป็นอกุศลแล้วครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น จึงเปรียบกิเลสดังเนิน น้อยหรือมาก?

อ.วิชัย: โอ้โห! พอกพูนทุกวันเลยครับ

ท่านอาจารย์: นั่นแหละ!!

อ.วิชัย: ครับ แม้ไม่ปราถนาให้คนอื่นรู้ว่า เรามีอกุศล หรือเรากระทำไม่ดีก็เป็นแล้วครับ

ท่านอาจารย์: กิเลสดังเนิน

อ.วิชัย: ครับ

ท่านอาจารย์: จึงเข้าใจความหมายของพระสูตรนี้

อ.วิชัย: ครับ ก็มากมายครับ ก็ขอโอกาสกล่าวข้อความถึงบุคคลต่อไปครับว่า บุคคลบางคนในโลกนี้ มีอังคณกิเลส ก็รู้ตามความเป็นจริงว่า เรามีอังคณกิเลสในภายใน ๑ ครับ

ท่านอาจารย์: กว่าจะรู้ใช่ไหม ไม่ใช่จะไม่รู้เลย

อ.วิชัย: ครับ ก็แสดงถึงแต่ละบุคคลจริงๆ ซึ่งการที่บุคคลสามารถที่จะรู้กิเลสอกุศลได้ ก็เป็นไปได้ครับ เมื่อมีโอกาสได้ศึกษา และฟังพระธรรมเพิ่มขึ้นครับท่านอาจารย์ครับ

บุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่มีอังคณกิเลส แต่ไม่รู้ตามความเป็นจริงว่า เราไม่มีอังคณกิเลสในภายใน ๑ ครับ

ท่านอาจารย์: จะมีไหมคนอย่างนี้ ต้องมีแน่ใช่ไหม?

อ.วิชัย: มีครับ เพราะบางครั้งเป็นกุศลไม่มีกิเลส แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นกุศลครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ก็ตอบเองได้เมื่อไตร่ตรองใช่ไหม?

อ.วิชัย: ครับท่านอาจารย์ครับ พระสูตรนี้แสดงถึงความเป็นจริงของธรรมะจริงๆ ครับว่า อกุศลเมื่อมีปัจจัยก็เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป แล้วก็มีปัจจัยของกุศลเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป แต่ความสำคัญเหมือนกับว่า รู้ตามความเป็นจริงหรือไม่รู้ตามความเป็นจริงครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: ค่ะ มิเช่นนั้น ก็ยังเป็นเราอยู่ กว่าจะหมดเรา คิดดู!!

อ.วิชัย: ครับ ก็ความละเอียดพระสูตรแต่ละพระสูตร เพื่อรู้ความเป็นจริงเดี๋ยวนี้ทั้งหมดนะครับ ไม่ว่าจะกล่าวถึงพระสูตรไหนครับ ก็กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ

ขอเชิญอ่านเพิ่มได้ที่ ..

บุคคล ๔ จําพวกมีปรากฏอยู่ในโลก [อนังคณสูตร]

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

กราบยินดีในกุศลจิตของ อ.วิชัย ด้วยความเคารพอย่างยิ่งค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
มังกรทอง
วันที่ 18 ม.ค. 2569

สนทนาธรรมเกิดขึ้น กุศลมี ฟังธรรมะในดิถี ถูกต้อง อาจารย์สุจินต์ศรี เป็นหลัก จิตเจตสิกรูปสอดคล้อง มั่นแฟ้นคำจริง

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ