ประโยชน์สูงสุดคือฟังแล้วเข้าใจว่าเป็นธรรมะ… สนทนาธรรมที่บ้านซอยพัฒนเวศม์ เช้า 8/1/69

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ความเข้าใจต้องสะสมทีละน้อย อดทนไหม ... นั่นแหละขันติบารมีและวิริยบารมี อธิษฐานบารมี ... หนทางเดียว ... ถึงเมื่อไหร่แสนโกฏกัป ... เกินแสนโกฏกัปก็เกินไป ... แล้วแต่ความเข้าใจ ... ไม่เดือดร้อนคือเห็นถูก ถ้าเข้าใจถูกไม่เดือดร้อนเลย ถ้าไม่เข้าใจว่าเมื่อไหร่ฉันจะถึงสักที ก็ไม่เอาแล้วทำอย่างอื่นดีกว่า เพราะฉะนั้นฟังไปๆ ถ้าไม่ฟังก็กิเลสเกิดไปๆ อกุศลไป ... ยิ่งฟังยิ่งยากจริงไหม?? กว่าจะไปถึงความลึกและลึกซึ้งอย่างยิ่ง ยิ่งเข้าใจยิ่งลึกซึ้งยิ่งละความหวัง ... นั่นแหละหนทางเดียว ยังหวังอยู่ก็กั้นไปเรื่อยๆ ไม่ไปไหน!! จะรีบไปก็ไม่ไปไหนก็วนอยู่นั่นแหละ ถูกกั้นอยู่นั่นแหละ
ฟังแล้วไตร่ตรอง แต่ละขณะไม่กลับมาอีกเลย ไม่รู้ด้วยว่าขณะนี้กำลังเกิดอยู่ตลอด เกิดดับด้วย เพราะฉะนั้นก็มั่นคงในความจริง สัจจบารมี
เห็นไหมความลึกซึ้ง ฟังจนกว่าจะเป็นธรรมะที่เกิดแล้วดับ จิตใจไม่หวั่นไหวด้วยความเข้าใจธรรมะ เพราะฉะนั้นใครห้ามใครฟังอะไรได้ไหม แต่ฟังแล้วเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ... ประโยชน์อยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นรู้ความจริงของสิ่งที่เกิดแล้วเดี๋ยวนี้ เพราะไม่มีใครไปทำแต่สะสมมา
ฟังแล้วเข้าใจว่าเป็นธรรมะ เพราะฉะนั้นคำของพระพุทธเจ้าไม่ควรลืมอย่างยิ่ง ฟังเพื่อรู้ว่าพระองค์ให้ความจริงที่ยากที่จะหาได้ในสังสารวัฏเพราะฉะนั้นฟังแล้วเผินๆ ว่าฟัง กับฟังแล้วเห็นคุณอย่างยิ่ง ฟังแล้วประพฤติตาม ... เมื่อนั้นก็เป็นประโยชน์สูงสุด ไม่หวันไหว เป็นแค่ธรรมะฟังเรื่องอะไรก็เหมือนกัน ถ้าโกรธเกิดโกรธก็เป็นธรรมะ ไม่ใช่บังคับให้ไม่โกรธ แต่เมื่อไหร่จะรู้ว่าโกรธไม่ใช่เรา!!! ไม่ใช่โกรธไปๆ ๆ ก็ยิ่งโกรธไป ... เป็นเราไป นั่นคือเหมือนคนไม่ได้ฟังธรรมะของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นประโยชน์สูงสุดคือฟังแล้วเข้าใจว่าเป็นธรรมะ จึงต้องฟังธรรมะจนกว่าจะเป็นธรรมะทั้งหมด
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ


