บันเทิงในธรรม

 
nattawan
วันที่  5 ม.ค. 2569
หมายเลข  51789
อ่าน  87

อ.อรรณพ กราบเรียนท่านอาจารย์ส่วนประเด็นที่ผมจะกราบเรียนถามก็คือว่า ที่คนชอบดูหนังละครเพื่อความบันเทิงข้อความในพระไตรปิฎกมีข้อความว่า"บันเทิงในธรรม"

ท่านอาจารย์ ฟังธรรม แล้วเป็นยังไง ต้องถามพวกที่กำลังฟังเดี๋ยวนี้ ทุกข์หรือว่าบันเทิง

ก็เข้าใจความต่างแล้วใช่ไหม ไม่ต้องไปดูหนังดูละครก็ยังบันเทิงในความจริงได้ เพราะฉะนั้น เวลาที่เข้าใจความจริงจะต่างกับกำลังที่กำลังมัวเมา ใช่ไหม กำลังมัวเมาเป็นสุขอีกแบบหนึ่งด้วยความไม่รู้เลยว่าไม่ใช่ความจริงหลอกให้หลง หลอกให้เพลิน

แต่นี่เป็นความจริงซึ่งทำให้มีโอกาสที่ยากยิ่งในสังสารวัฎฏ์ที่จะได้ยินได้ฟังได้เข้าใจ เพราะฉะนั้น เวลาที่เข้าใจความจริงยิ่งขึ้น ปีติเกิดแน่นอน

มีโอกาสที่จะได้ฟังสิ่งซึ่งยากที่จะได้ฟังแต่ได้ฟังแล้ว แล้วก็ได้ฟังเข้าใจขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้น ในขณะนั้นท่านกล่าวไว้ "ปีติ และสุขในธรรม"

ขณะที่ปีติ และสุขก็จะต่างกับไปดูหนังดูละครแน่ๆ แล้วถ้ามากขึ้นๆ หนังละครไม่มีความหมายเลย ไม่เหมือนพระธรรม ซึ่งขณะใดก็ตามที่ได้เข้าใจความปีติต่างกับความปีติอื่น

เพราะเหตุว่าเป็นการรู้ความจริงนี่เพียงขั้นฟังแต่ถ้าขณะใดก็ตามที่กำลังรู้ความจริงเพิ่มขึ้นตัวจริงๆ ของธรรมเดี๋ยวนี้ซึ่งเกิดแล้วดับเดี๋ยวนี้ผ่านไปโดยไม่รู้ แต่ก็มีขณะที่กำลังรู้สักหนึ่งขณะของความจริงที่แม้เกิดดับ แต่ก็เป็นจริง ขณะนั้นสุข และสงบ

เพราะเหตุว่าสงบจากการไม่รู้ ตัวจริงๆ ของธรรม เพราะฉะนั้น มีสภาพธรรมมากที่จะเกิดขึ้นเป็นผลของการเข้าใจธรรมซึ่งนำมาแต่สิ่งซึ่งไม่เป็นโทษเลย

ฟังเพิ่มเติม ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1918

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
วันที่ 6 ม.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ