บันเทิงในธรรม

อ.อรรณพ กราบเรียนท่านอาจารย์ส่วนประเด็นที่ผมจะกราบเรียนถามก็คือว่า ที่คนชอบดูหนังละครเพื่อความบันเทิงข้อความในพระไตรปิฎกมีข้อความว่า"บันเทิงในธรรม"
ท่านอาจารย์ ฟังธรรม แล้วเป็นยังไง ต้องถามพวกที่กำลังฟังเดี๋ยวนี้ ทุกข์หรือว่าบันเทิง
ก็เข้าใจความต่างแล้วใช่ไหม ไม่ต้องไปดูหนังดูละครก็ยังบันเทิงในความจริงได้ เพราะฉะนั้น เวลาที่เข้าใจความจริงจะต่างกับกำลังที่กำลังมัวเมา ใช่ไหม กำลังมัวเมาเป็นสุขอีกแบบหนึ่งด้วยความไม่รู้เลยว่าไม่ใช่ความจริงหลอกให้หลง หลอกให้เพลิน
แต่นี่เป็นความจริงซึ่งทำให้มีโอกาสที่ยากยิ่งในสังสารวัฎฏ์ที่จะได้ยินได้ฟังได้เข้าใจ เพราะฉะนั้น เวลาที่เข้าใจความจริงยิ่งขึ้น ปีติเกิดแน่นอน
มีโอกาสที่จะได้ฟังสิ่งซึ่งยากที่จะได้ฟังแต่ได้ฟังแล้ว แล้วก็ได้ฟังเข้าใจขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้น ในขณะนั้นท่านกล่าวไว้ "ปีติ และสุขในธรรม"
ขณะที่ปีติ และสุขก็จะต่างกับไปดูหนังดูละครแน่ๆ แล้วถ้ามากขึ้นๆ หนังละครไม่มีความหมายเลย ไม่เหมือนพระธรรม ซึ่งขณะใดก็ตามที่ได้เข้าใจความปีติต่างกับความปีติอื่น
เพราะเหตุว่าเป็นการรู้ความจริงนี่เพียงขั้นฟังแต่ถ้าขณะใดก็ตามที่กำลังรู้ความจริงเพิ่มขึ้นตัวจริงๆ ของธรรมเดี๋ยวนี้ซึ่งเกิดแล้วดับเดี๋ยวนี้ผ่านไปโดยไม่รู้ แต่ก็มีขณะที่กำลังรู้สักหนึ่งขณะของความจริงที่แม้เกิดดับ แต่ก็เป็นจริง ขณะนั้นสุข และสงบ
เพราะเหตุว่าสงบจากการไม่รู้ ตัวจริงๆ ของธรรม เพราะฉะนั้น มีสภาพธรรมมากที่จะเกิดขึ้นเป็นผลของการเข้าใจธรรมซึ่งนำมาแต่สิ่งซึ่งไม่เป็นโทษเลย
ฟังเพิ่มเติม ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1918
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ


