ไม่รู้เลยว่าอยู่ในโลกของอัตตา ความเห็นผิดว่าเป็นเรา… ปัญหาธรรมของอาจารย์ มศพ. 30/12/68

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ไม่หวังเลย เป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้ความจริง ถ้าไม่มีความเข้าใจความจริงเดี๋ยวนี้ทีละเล็กทีละน้อย ซึ่งติดมานานแสนนาน ปกปิดมานานด้วยความเป็นเราและเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด
ไม่รู้เลยว่าอยู่ในโลกของอัตตา ความเห็นผิดว่าเป็นเรา เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดเดี๋ยวนี้ก็กำลังเป็นอย่างนั้น ชาตินี้ก็กำลังเป็นอย่างนั้น จนกว่าจะค่อยๆ รู้ค่อยๆ เข้าใจตามลำดับ ปริยัติ ปฏิบัติปฏิเวธ ข้ามขั้นไม่ได้เลย
ถ้าเป็นเราจะไปสู่ความจริงไม่ได้จนกว่าจะเข้าใจสภาพธรรมะอื่นที่เกิดไม่ใช่เพียงแค่เห็น เพราะฉะนั้นเราเริ่มรู้ว่าธรรมะทั้งหมดเยอะแยะมากละเอียดมาก อยู่ที่กายาวาหนาคืบแค่นี้เอง แต่ว่าไม่เคยรู้เลย เพราะฉะนั้นตรงนี้มีคิดไหม? มีคิดมีธาตุรู้แต่ลืมว่าเกิดตรงกายาวาหนาคืบ เห็นไหมกว่าจะถึงโดยความไม่มีเรา ไม่มีเรา ไม่มีเราสักอย่าง!! หนทางเดียวคือรู้สิ่งที่เกิดแล้วเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนี้เกิดที่ไหน?? รู้ไหม?? ... ตรงนี้ ... ถ้าไม่ฟังก็ลืม ... นี่แหละละเอียดสุดประมาณ
รู้ว่ายาก ทำให้คลายความหวัง กี่แสนกัปก็ไม่เป็นไร แล้วแต่ขณะนี้เข้าใจแค่ไหน ... ตามเหตุตามปัจจัย ไปเร่งรัดให้เข้าใจมากก็ไม่ได้ แต่ทุกขณะที่ใคร่ครวญค่อยๆ เข้าใจนั่นคือรอบแรกของปริยัติ ของอริยสัจจะรอบที่หนึ่ง

ก็เห็นคุณอย่างยิ่งที่จะไม่ละทิ้งการฟังจริงๆ และก็รู้ในหนทาง ขณะที่ฟังก็มีเหตุให้ได้คิดพิจารณาไตร่ตรองจนมีปัจจัยของความเข้าใจเกิดขึ้น ซึ่งจะไปหาวิธีการอย่างอื่น ไปนั่ง ไปกำหนดอะไร เหมือนกับผิดไปหมดเลย ก็ยังเป็นเราที่จะทำอย่างนั้น รู้อย่างนี้ก็ค่อยๆ ละด้วยการฟังและเข้าใจขึ้น
เห็นไหมอริยสัจจะรอบที่หนึ่ง เริ่มเข้าใจหนทาง ... ละเอียดอย่างยิ่ง ... ไม่ใช่เราไปทำ แต่เข้าใจธรรมะเพิ่มขึ้นเพราะว่าธรรมะทั้งวันหลากหลายมาก ขณะที่เป็นกุศลดีงามไม่ใช่ขณะที่ไม่ดี เพราะอะไร ... จะต้องรู้สภาพธรรมะที่เกิดที่ทำให้เป็นอย่างนั้นเพิ่มขึ้นอีก เรารู้แค่จิต เจตสิกกี่ประเภทไม่พอ จะต้องรู้ความละเอียดว่านอกจากนั้นมีอะไรอีก เป็นเรื่องที่ไม่ใช่เพียงชื่อ แต่ตัวจริงๆ มีเกิดดับจนไม่รู้เพราะดับหมดแล้ว ถ้าไม่ใส่ใจ
แม้แต่ความใส่ใจ ความเข้าใจก็ต้องมั่นคงว่าเป็นธรรมะด้วย ที่จะเป็นสิ่งที่อุปการะในการที่จะเข้าใจธรรมะ
เพราะฉะนั้นปัญญาเห็นประโยชน์ของการฟัง ด้วยความลึกซึ้ง ด้วยความละเอียด เพื่อละความหวังใดๆ ทั้งหมด ทุกอย่างไม่ใช่เรา ทุกอย่างมีปัจจัยเกิดขึ้นเป็นอย่างนั้นแล้วก็ดับไปไม่กลับมาอีกเลย ไม่เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด ทั้งสิ้น ... อนัตตา
เริ่มรู้ว่าอนัตตา ค่อยๆ มั่นคงจนธรรมะทั้งปวงเป็นอนัตตา ไม่ใช่ขั้นฟังรอบที่หนึ่ง แม้ขณะนี้ก็สามารถค่อยๆ เข้าใจถึงตัวที่กำลังเป็นอย่างนี้ ไม่เป็นธรรมะอื่น แต่ละหนึ่ง แข็งเป็นเห็นไม่ได้เมื่อแข็งปรากฏ เมื่อรู้แข็งตรงไหน ... ไม่ไกลเลย ไม่ว่าเสียง ไม่ว่าได้ยิน ทุกอย่างหมดแสนใกล้ แต่ไม่เคยถึงเลย ถ้าไม่มีคำของพระพุทธเจ้า เป็นไปตามสิ่งที่ปรากฏด้วยความไม่รู้ ด้วยความติดข้องตลอดแสนโกฏกัป ... ก็ค่อยๆ เข้าใจขึ้น ... นี่แหละหนทางมรรครอบที่หนึ่งของอริยสัจจธรรมไม่ใช่ทางอื่น เข้าใจความลึกซึ้ง ละความหวัง ความไม่รู้ทีละเล็กทีละน้อยจนกว่าจะหมด
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ



