ไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจริงๆ รู้จักแต่ชื่อ ... เทปบันทึกรายการบ้านธรรมะ 27/12/68

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
การเข้าใจว่าวันวิสาขบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานนั้นเพียงพอแล้วหรือสำหรับชาวพุทธ??
ตั้งแต่เกิดจนตายถ้าเราได้ยินเพียงเท่านี้แล้วเราก็ตายไปก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะเหตุว่าจริงๆ แล้วไม่รู้จักคำที่เราพูด
ถ้าเป็นเพียงเจ้าชายสิทธัตถะก็ไม่มีความหมายอะไรเลยก็เหมือนเจ้าชายอื่นๆ ธรรมดา แต่เพราะเหตุว่าเจ้าชายสิทธัตถะเมื่อถึงกาลที่ได้ตรัสรู้ในวันเพ็ญเดือนหก ก็ถึงความเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งแต่นั้นก็ไม่มีใครเรียกเจ้าชายสิทธัตถะอีกต่อไป เพราะเหตุว่าพระคุณที่ไม่มีใครเปรียบได้เลย และคนอื่นก็จะชื่อนี้ไม่ได้ เพราะว่าคำนี้เป็นคำที่เกิดจากพระคุณธรรมเป็นคุณนามที่ว่าผู้ที่มีคุณสมบัติหรือมีความประเสริฐหรือมีความเป็นเลิศถึงระดับนี้เท่านั้นที่จะได้นามนี้ เพราะฉะนั้นก็ต้องทราบว่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระคุณอย่างไร?!
ขณะนี้มีสิ่งที่เราไม่รู้ตั้งแต่เกิดจนตายเดี๋ยวนี้มีเห็น มีได้ยิน ขณะที่เห็นไม่มีได้ยิน แล้วเห็นอยู่ไหน เมื่อเห็นแล้ว แล้วก็ไม่เห็นอีก แล้วก็มีได้ยิน เพราะฉะนั้นเห็นเมื่อกี้นี้อยู่ไหน?? เป็นเราหรือเปล่าที่เห็นหรือใครคนหนึ่งคนได้หรือเปล่าที่เห็น?? (ไม่มี) นี่คือเป็นความจริงของสิ่งที่กำลังเห็น แล้วต้องเข้าใจละเอียดกว่านั้นอีกถึงจะรู้จักพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มิฉะนั้นเราก็คิดว่าท่านเป็นผู้ที่มีพระปัญญามากกว่าบุคคลอื่น แต่ไม่รู้ว่าพระปัญญานั้นตรัสรู้อะไร ... มากน้อยแค่ไหน ... เกินบุคคลอื่นในสากลจักรวาลเปรียบไม่ได้เลยแค่ไหน???

ต้องเริ่มจากการเป็นผู้ที่ตรง ไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ยินแต่ชื่อหรือเปล่า ... หรือว่ารู้จักแล้ว?? เป็นพุทธศาสนิกชนที่ไม่ได้ศึกษาพระธรรมและไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจริงๆ ... รู้จักแต่ชื่อ ... จริงหรือเปล่า?! ต้องเป็นคนตรง
เพราะไม่รู้จึงศึกษา ศึกษาเพื่อเข้าใจถูกในสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้และทรงแสดง ที่เราใช้คำว่าทรงแสดงธรรมะหรือพระธรรม เพราะเหตุว่าต้องเข้าใจทุกคำ ทำไมไม่บอกให้เชื่อแต่แสดง ... คือบอกความจริงของธรรมะ ... ทุกคำต้องละเอียดมาก มิฉะนั้นจะไม่รู้จักพระพุทธเจ้า เพราะหลงเข้าใจว่ารู้แล้วเมื่อกราบไหว้บูชา ... แต่การกราบไหว้บูชาไม่ได้หมายความว่ารู้จักพระองค์ จะรู้จักพระองค์ก็ต่อเมื่อได้ฟังพระธรรม พอฟังแล้วจึงเริ่มรู้ว่าพระพุทธเจ้าเป็นใคร!!!
ไม่มีใครสามารถที่จะให้ความจริงจนกว่าจะได้ฟังพระธรรมและรู้ความลึกซึ้งว่า กว่าจะได้เข้าใจคำนั้นจริงๆ ได้ จะได้เริ่มรู้จักพระพุทธเจ้าทีละเล็กทีละน้อย
ความเข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดจริงๆ ... พุทธะคือผู้รู้ ... พระพุทธเจ้าไม่ใช่พุทธะเฉยๆ ก็ต้องมากกว่าความรู้ธรรมดา และพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงความรู้ระดับสูงสุดเพราะว่าผู้ที่จะรู้ความจริงก็มีสามระดับ คือ ผู้ที่จะเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องรู้มากกว่าผู้อื่นทั้งหมด รองจากนั้นก็คือพระปัจเจกพุทธเจ้า เป็นผู้ที่รู้ความจริง ใช้คำว่าตรัสรู้สิ่งที่มีจริงๆ แต่ว่าไม่ได้บำเพ็ญบารมีที่จะอนุเคราะห์สัตว์โลกด้วยการแสดงธรรมะโดยอุปการะทั้งปวงโดยนัยต่างๆ สำหรับบุคคลต่างๆ และสำหรับผู้ที่ได้ฟังแล้วเข้าใจและรู้ตามที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงจนประจักษ์ความจริงตามที่ได้ทรงแสดงก็เป็นอนุพุทธะ คือ ผู้รู้ตามได้แก่พระสาวก

พระศาสนาก็มีพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงพระธรรม และมีผู้ที่ได้ฟังจนกระทั่งเข้าใจถูก ปฏิบัติถูก รู้แจ้งตามความเป็นจริงตรงตามที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้
เพราะฉะนั้นการรู้ความจริงจะรู้อื่นจากที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไม่ได้แล้วทรงแสดงหนทางที่จะรู้อย่างที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้ด้วย เพราะฉะนั้นจึงมีพระรัตนตรัย คือพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์สาวก คือ ผู้ที่ฟังพระธรรมเข้าใจอบรมเจริญปัญญาจนรู้ความจริงตามที่พระองค์ทรงแสดง ... จึงเป็นพระรัตนตรัย
พระธรรมเป็นมรดกที่ล้ำค่าชิ้นเดียวจริงๆ ที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้มอบไว้ให้ พวกเราในฐานะพุทธศาสนิกชนได้อบรมศึกษาให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการใช้ชีวิต ดำเนินชีวิตต่อไป และที่สำคัญเป็นแนวทางในการรักษาพระพุทธศาสนาต่อไปด้วย
การเป็นชาวพุทธนั้นไม่ได้เป็นแค่วันเดียวคือวันวิสาขบูชา แต่ถ้าเป็นชาวพุทธทุกวันก็ต้องศึกษาพระธรรมให้เข้าใจทุกวัน เพราะการเป็นชาวพุทธหมายถึงผู้ที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง และจะพึ่งได้จริงๆ ก็ต่อเมื่อมีความเข้าใจพระธรรม
ธรรมเตือนใจ พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงทุกคำ เป็นคำอนุเคราะห์เกื้อกูลให้มีความเห็นถูกเข้าใจถูก ไม่มีแม้แต่คำเดียวที่ให้โทษ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ


