ธรรม เป็นอนัตตา… เทปบันทึกรายการบ้านธรรมะ 27/12/68

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ผู้ที่ไม่เคยฟังพระธรรมเลย เพียงมีศรัทธากราบไหว้บูชา แต่ไม่รู้เลยว่าที่กราบไหว้บูชา ... บูชาในพระคุณที่ทรงแสดงความจริงซึ่งไม่มีใครเคยรู้มาก่อนให้รู้ตามความเป็นจริงว่า สิ่งที่มีจริงแต่ละหนึ่งมีจริงๆ เพราะเกิดขึ้นโดยที่ใครๆ ก็ไม่สามารถที่จะไปทำให้เกิดขึ้นได้เลยสักคน แม้แต่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเองก็ไม่ได้ตรัสว่าพระองค์ทำให้สิ่งนั้นสิ่งนี้เกิดขึ้น แต่ทรงแสดงว่า สิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตามที่เกิดสิ่งนั้นต้องมีปัจจัยหรือสิ่งที่มีอุปการะเกื้อกูลให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่ใครเลยและก็ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร นี่คือความหมายของสิ่งที่มีจริง ภาษาบาลีใช้คำว่า ธรรม เป็นอนัตตา คือไม่ใช่ใครและก็ไม่อยู่ในอำนาจบังคับของใครด้วย
เกิดมาจนตลอดชีวิตก็มีเห็นแต่ไม่รู้เลย มีได้ยินก็ไม่รู้ความจริง มีได้กลิ่นมีลิ้มรส มีรู้สิ่งที่กระทบสัมผัส มีการคิดนึก มีสุขมีทุกข์ มีมากมายหลายอย่าง แต่ไม่รู้ความจริงเลย เพราะฉะนั้นได้ยินคำว่า อวิชชาหรือโมหะคือความไม่รู้ ไม่ใช่รู้อื่น ... ไม่รู้ความจริงของสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้เอง
เพราะฉะนั้นที่อวิชชาความไม่รู้ซึ่งเป็นเหตุที่จะให้เกิดกิเลสทั้งหลายได้ จะค่อยๆ ละคลายลงได้ ก็ต่อเมื่อมีความรู้ที่ถูกต้องตามความเป็นจริงเกิดขึ้นจึงรู้ว่า ความจริงที่ไม่เคยรู้มาก่อนในสิ่งที่มีเป็นอย่างนี้
เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องของเราหรือใครแต่เป็นเรื่องความเห็นที่ถูกต้อง ซึ่งภาษาบาลีใช้คำว่าปัญญา ... เดี๋ยวนี้มีปัญญาหรือยัง?! ต้องเป็นคนที่ตรง ทุกคำที่ได้ยินเป็นธรรมะ
ไม่ว่าศึกษาธรรมในขั้นใด คำแรกและคำสุดท้ายที่ลืมไปไม่ได้เลยคือคำว่า "ธรรม" ซึ่งหมายถึงสิ่งที่มีจริง เพราะถ้าไม่รู้จักคำนี้ ผู้นั้นไม่รู้จักพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ

