ป้องกันไม่ให้คนอื่นเบียดเบียนเรา
สอบถามอ.ทุกท่านครับ หลักธรรมที่ช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นเบียดเบียนเรา ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนมีไหมครับ วิธีช่วยป้องกันการเบียดเบียนทางกาย ทางวาจา ครับ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
แต่ละคนหลากหลายแตกต่างกันออกไปตามการสะสม จะห้ามไม่ให้ใครทำร้ายใคร เป็นไปได้ไหม ถ้าเขาสะสมมาที่จะเป็นอย่างนั้น แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบุคคลผู้เลิศที่สุดประเสริฐที่สุดในสากลจักรวาล ก็ยังมีผู้ว่าร้ายพระองค์ ประทุษร้ายต่อพระองค์
ข้อที่ควรจะได้พิจารณาคือถ้าตนเองถูกประทุษร้ายเบียดเบียน ขณะนั้น เป็นผลของกรรมของเราเองที่เคยทำไม่ดีมา จึงได้รับผลเช่นนั้น ส่วนผู้ที่ประทุษร้าย ก็ได้ก่อกรรมใหม่ที่เป็นอกุศลกรรม ที่จะเป็นเหตุให้เขาได้รับผลที่ไม่ดีต่อไปในภายหน้า ซึ่งเป็นบุคคลผู้น่าสงสารอย่างยิ่ง ดังนั้น เ ราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแม้ในขณะต่อไป สิ่งสำคัญคือ รักษาใจตัวเอง สะสมคุณความดี อบรมเจริญปัญญา นี่แหละคือที่พึ่งในชีวิต
พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เป็นประโยชน์ทุกคำ พร้อมที่จะให้ประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ที่เห็นคุณค่า อย่างเช่น
[เล่มที่ 40] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ - หน้า ๒
ก็ชนเหล่าใดเข้าไปผูกความโกรธนั้นว่า ผู้โน้นได้ด่าเรา ผู้โน้นได้ตีเรา ผู้โน้นได้ชนะเรา ผู้โน้นได้ลักสิ่งของของเราแล้ว เวรของชนเหล่านั้นย่อมไม่ระงับได้ ส่วนชนเหล่าใดไม่เข้าไปผูกความโกรธนั้นไว้ว่า ผู้โน้นได้ด่าเรา ผู้โน้นได้ตีเรา ผู้โน้นได้ชนะเรา ผู้โน้นได้ลักสิ่งของของเราแล้ว เวรของชนเหล่านั้นย่อมระงับ
[เล่มที่ 25] พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้า ๒๐๗
ชนพาลกล่าวคำหยาบด้วยวาจา ย่อมสำคัญว่าชนะทีเดียว แต่ความอดกลั้นได้เป็นความชนะของบัณฑิตผู้รู้แจ้งอยู่ ผู้ใดโกรธตอบบุคคลผู้โกรธแล้ว ผู้นั้นเป็นผู้ลามกกว่าบุคคลผู้โกรธแล้ว เพราะการโกรธตอบนั้น บุคคลไม่โกรธตอบบุคคลผู้โกรธแล้ว ย่อมชื่อว่าชนะสงความอันบุคคลชนะได้โดยยาก ผู้ใดรู้ว่าผู้อื่นโกรธแล้ว เป็นผู้มีสติสงบอยู่ได้ ผู้นั้นชื่อว่า ย่อมประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย คือแก่ตนและแก่ผู้อื่น เมื่อผู้นั้นรักษาประโยชน์อยู่ทั้งสองฝ่าย คือของตนและของผู้อื่น
[เล่มที่ 18] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ ๒๖๔
ข้อความบางตอนจาก กกจูปมสูตร
[๒๗๒] ดูกร ภิกษุทั้งหลาย หากจะมีพวกโจรผู้มีความประพฤติต่ำช้า เอาเลื่อยที่มีด้ามสองข้าง เลื่อยอวัยวะใหญ่น้อยของพวกเธอ แม้ในเหตุนั้นภิกษุหรือภิกษุณีรูปใด มีใจคิดร้ายต่อโจรเหล่านั้น ภิกษุหรือภิกษุณีรูปนั้นไม่ชื่อว่าเป็นผู้ทำตามคำสั่งสอนของเรา เพราะเหตุที่อดกลั้นไม่ได้นั้น ดูกร ภิกษุทั้งหลาย แม้ในข้อนั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า จิตของเราจักไม่แปรปรวน เราจักไม่เปล่งวาจาที่ชั่ว เราจักอนุเคราะห์ผู้อื่นด้วยประโยชน์ เราจักมีเมตตาจิตไม่มีโทสะในภายใน เราจักแผ่เมตตาจิตไปถึงบุคคลนั้น และเราจักแผ่เมตตาจิตอันไพบูลย์ ใหญ่ยิ่ง หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาทไปตลอดโลก ทุกทิศทุกทาง ซึ่งเป็นอารมณ์ของจิตนั้น ดังนี้ ภิกษุทั้งหลายพวกเธอพึงศึกษาด้วยอาการดังที่กล่าวมานี้แล
[เล่มที่ 44] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้า ๔๕๓
ชนทั้งหลายผู้ไม่สำรวมแล้ว ย่อมทิ่มแทงชนเหล่าอื่นด้วยวาจา เหมือนเหล่าทหารที่เป็นข้าศึกทิ่มแทงกุญชรตัวเข้าสงครามด้วยลูกศร ฉะนั้น ภิกษุผู้มีจิตไม่ประทุษร้าย ฟังคำอันหยาบคายที่ชนทั้งหลายเปล่งขึ้นแล้ว พึงอดกลั้น
... ยินดีในกุศลของคุณ 9Panya และทุกๆ ท่านด้วยครับ ...



