ธรรมเป็นที่ระงับความอาฆาต [ปฐมอาฆาตวินยสูตร]
 
webdh
วันที่  29 เม.ย. 2550
หมายเลข  3585
อ่าน  2,049

 
  พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ - หน้าที่ 337

   อาฆาตวรรคที่  ๒   ๑. ปฐมอาฆาตวินยสูตร    ว่าด้วยธรรมระงับความอาฆาต ๕ ประการ

[๑๖๑]  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   ธรรมเป็นที่ระงับความอาฆาตซึ่งเกิดขึ้นแก่ภิกษุโดยประการทั้งปวง  ๕ ประการนี้  ๕  ประการเป็นไฉน ?  คือ  ความอาฆาตพึงบังเกิดขึ้นในบุคคลใด  พึงเจริญเมตตาในบุคคลนั้น  ๑  ความอาฆาตพึงบังเกิดขึ้นในบุคคลใด พึงเจริญกรุณาในบุคคลนั้น ๑  ความอาฆาตพึงบังเกิดขึ้นในบุคคลใด  พึงเจริญอุเบกขาในบุคคลนั้น  ๑  ความอาฆาตพึงบังเกิดขึ้นในบุคคลใด  พึงถึงการไม่นึกไม่ใฝ่ใจในบุคคลนั้น  ๑  ความอาฆาตพึงบังเกิดขึ้นในบุคคลใด  พึงนึกถึงความเป็นผู้มีกรรมเป็นของๆ  ตนให้มั่นในบุคคลนั้นว่าท่านผู้นี้เป็นผู้มีกรรมเป็นของๆ ตน  เป็นทายาทแห่งกรรม  มีกรรมเป็นกำเนิดมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์   มีกรรมเป็นที่พึ่ง   จักทำกรรมใด   ดีก็ตาม  ชั่วก็ตามจักเป็นทายาท  (ผู้รับผล)  ของกรรมนั้น  ดังนี้  ๑  ภิกษุพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนั้น  ด้วยประการฉะนี้. จบปฐมอาฆาตวินยสูตรที่  ๑


  ความคิดเห็น 2  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 29 เม.ย. 2550

   ผู้ที่เจริญเมตตาย่อมเกื้อกูลอุปการะกุศลธรรมอื่นๆ   ให้เจริญขึ้นด้วย  และขณะที่เมตตาเกิด ขณะนั้นจะไม่มีมานะความสำคัญตนว่าเก่งกว่า  มีความรู้ ฯลฯ ไม่อิสสาไม่มีโทสะ  ไม่มีความตระหนี่

 
  ความคิดเห็น 3  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 29 เม.ย. 2550

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 745 ข้อความบางตอนจาก  อรรถกถาสติปัฏฐานสูตร

ละพยาบาทด้วยธรรม  ๖  ประการ อีกอย่างหนึ่ง  ธรรม ๖ ประการ  ย่อมเป็นไปเพื่อละพยาบาท  คือการเรียนเมตตานิมิต ๑  การบำเพ็ญเมตตาภาวนา  ๑  การพิจารณาว่า สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน  ๑  ความเป็นผู้มากด้วยการพิจารณา  ๑ความเป็นผู้มีกัลยาณมิตร  ๑  การสนทนาถึงเรื่องที่เป็นสัปปายะ  ๑. อธิบายว่า  เมื่อพระโยคาวจรแม้เรียนเมตตาอยู่  ด้วยอำนาจการแผ่ไปโดยเจาะจงทิศ  และไม่เจาะจงทิศ  อย่างใดอย่างหนึ่ง  พยาบาทอันเธอย่อมละได้. แม้เมื่อพระโยคาวจรเจริญเมตตา  โดยแผ่ไปสู่ทิศโดยเจาะจง  พยาบาท อันเธอย่อมละได้.  เมื่อพระโยคาวจร  พิจารณาเห็นว่าคนและคนอื่นมีกรรมเป็นของตนอย่างนี้ว่า  เจ้าโกรธเขาแล้ว  จักทำอะไรได้  เจ้าจักสามารถทำคุณธรรมมีศีลเป็นต้น ของเขาให้พินาศได้หรือ  เจ้ามาตามกรรมของตนแล้ว  ก็จักไปตามกรรมของตนนั่นเอง  มิใช่หรือ ? ชื่อว่า  การโกรธคนอื่นเป็นเหมือนกับการที่บุคคลประสงค์จะคว้าเอาเถ้าที่ปราศจากเปลว  หลาวเหล็กที่ร้อนและคูถเป็นต้น  ขว้างปาบุคคลอื่น  ถึงเขาโกรธเจ้าแล้วก็จักทำอะไรให้ได้เขาจักสามารถให้คุณธรรมมีศีลเป็นต้น  ของเจ้าพินาศได้หรือ ?  เขามาตามกรรมของตน   ก็จักไปตามกรรมของตนเหมือนกัน  ความโกรธนั้นก็จักตกรดหัวเขานั่นแหละ   เหมือนของที่ส่งไป  ไม่มีใครรับ  (ก็จะกลับมาหาผู้ส่ง)   และเหมือนกำฝุ่นที่ซัดไป  ทวนลม  (ก็จะปลิวกลับมาถูกผู้ขว้าง)  ฉะนั้นบ้าง   พิจารณาเห็นว่า  ทั้งคนทั้งคนอื่น  มีกรรมเป็นของตนและดำรงอยู่ในการพิจารณาบ้าง  คบหากัลยาณมิตรผู้ยินดีในเมตตาภาวนาเช่นพระอัสสคุตตเถระบ้าง,  พยาบาทอันเธอย่อมละได้. เธอย่อมละพยาบาทได้
แม้ด้วยการสนทนาถึงสิ่งที่เป็นสัปปายะเกี่ยวเนื่องด้วยเมตตา  ในอิริยาบถทั้งหลาย  มีอิริยาบถยืนและนั่งเป็นต้น ก็พระโยคาวจรย่อมรู้ชัดว่า   พยาบาทที่ละได้แล้ว  ด้วยธรรม ๖
 
ประการนี้  จะเกิดขึ้นไม่ได้ต่อไป  ด้วยอนาคามิมรรค.   ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

 
  ความคิดเห็น 4  
 
Anutta
วันที่ 30 พ.ค. 2550

ขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ