สวัสดีครับอาจารย์ เรื่องกฐิน
 
สิทธิพงษ์ สมบูรณ์
สิทธิพงษ์ สมบูรณ์
วันที่  24 มิ.ย. 2563
หมายเลข  31970
อ่าน  136

เรื่องกฐินนี้ ผมเห็นพระวัดตามต่างจังหวัด ประกาศรายชื่อคนจองกฐิน ขอสอบถามว่า การที่พระประกาศนี้ถูกหรือผิดครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
สิทธิพงษ์ สมบูรณ์
สิทธิพงษ์ สมบูรณ์
วันที่ 24 มิ.ย. 2563

สอบถามเรื่องกฐิน การที่พระประกาศให้ผู้มีจิตรศรัทธาที่มาจองกฐิน พร้อมด้วยรายชื่อ แบบนี้ถูกหรือผิดครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 24 มิ.ย. 2563

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

กฐินเงิน ไม่ได้บุญ ทำลายพระพุทธศาสนา

คฤหัสถ์ไม่รู้จักหน้าที่พระ ไม่ศึกษาพระธรรม ไม่เข้าใจว่า กฐินคืออะไร กฐินเป็นเรื่องของผ้าเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเงินทอง ตามพระธรรมวินัย และชาวพุทธไม่รู้ว่าผ้าป่า คืออะไร และ ไม่เข้าใจว่าภิกษุห้ามรับเงินและทอง พระพุทธเจ้าปรับอาบัติและติเตียนภิกษุรับเงินทอง แม้จะมาในรูปกฐิน หรือ ผ้าป่า ปักเงินมาถวายวัด คฤหัสถ์สำคัญว่าได้บุญ แต่ ทำลายพระภิกษุผู้รับเงินนั้น ส่วน พระภิกษุ ใช้คำว่าบุญ หลอกชาวบ้าน เรี่ยไรเงิน ด้วยคำว่ากองกฐินสร้างโบสถ์ ผ้าป่าสามัคคี สร้างโบสถ์ สร้างศาลา สร้างสำนักปฏิบัติธรรม สร้างห้องน้ำ สร้างโรงเรียน ไม่ใช่หน้าที่พระภิกษุ พระภิกษุเรี่ยไรเงิน รับเงินต้องอาบัติ เป็นภิกษุมิจฉาชีพ อลัชชี พระพุทธเจ้าติเตียน ทั้งคฤหัสถ์และภิกษุผู้ไม่รู้ ก็สามัคคีกันช่วยกันทำลายพระพุทธศาสนา เพราะเหตุจากความไม่รู้และไม่ศึกษาพระธรรม แม้คำว่า ผ้าป่า คือ อะไร ภิกษุไม่พึงรับและยินดีในเงินและทอง พระพุทธเจ้าตรัสคำนี้ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร  สนใจแต่ คำว่า ได้บุญ แต่ ไม่ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจว่าสิ่งใดควร ไม่ควร

กฐิน

 เรื่องของกฐินเป็นเรื่องที่ละเอียด และพระภิกษุและคฤหัสถ์ควรปฏิบัติอย่างถูกต้องในเรื่องของกฐินด้วยการศึกษาพระธรรมทีวินัยเพื่อเป็นการดำรงรักษาพระศาสนาไว้ครับ

คำว่า กฐิน มี ๒ ความหมาย คือ กฐินเป็นชื่อไม้สะดึงสำหรับขึงผ้าให้ตึงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการเย็บผ้า และ กฐินตามพระวินัย หมายถึง ผ้าซึ่งเป็นผ้าสำหรับครองของพระภิกษุ เป็นผ้าผืนใดผืนหนึ่งในบรรดา ๓ ผืน

กฐิน เป็นการทำสังฆกรรมของพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ที่มาของกฐินนั้น คือ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปรารภภิกษุชาวเมืองปาฐา ๓๐ รูป ซึ่งมีความประสงค์จะมาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าที่วิหารพระเชตวัน ตอนนั้นจวนเข้าสู่ช่วงเข้าพรรษา ไม่สามารถเดินทางให้ทันวันเข้าพรรษาในพระนครสาวัตถี  ก็เลยอยู่จำพรรษาตามพระวินัย ณ เมืองสาเกต เมื่อออกพรรษาแล้วท่านเหล่านั้นก็เดินทางต่อทันที  ในช่วงนั้นฝนยังไม่หมดทำให้จีวรเปียกชุ่มด้วยน้ำ  เกิดความลำบาก  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปรารภในเรื่องนี้ จึงทรงอนุญาตให้ภิกษุที่อยู่จำพรรษาครบ ๓ เดือนแล้ว  ทำการกรานกฐิน  เพื่อเปลี่ยนผ้า  ในช่วงจีวรกาล  ระยะเวลา ในการถวายกฐินนั้น  มีระยะเวลา ๑ เดือน คือ หลังออกพรรษาแล้ว ตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำเดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒

จะเห็นนะครับว่า เรื่องกฐินเป็นเรื่องของผ้าเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเงินทองเลย เพราะเหตุว่า เงินทองเป็นสิ่งที่เป็นอกัปปิยะ คือ สิ่งไม่เหมาะสมกับเพศบรรพชิตครับ

ขออนุโมทนา

หยุดเกรงใจความไม่รู้ เมื่อมีผู้เอาซองผ้าป่ากฐินมาให้

ภาพสำหรับเซฟ เพื่อส่งทางไลน์ หรือ แชร์ทางเฟส หรือ ปริ๊นให้คนที่แจกซองผ้าป่า และ ซองกฐิน ใส่ไปในซองแทนเงิน (มือถือ กดคลิกค้างที่ภาพแล้วกดดาวโหลด หรือ เซฟ)

คนที่ให้ซองผ้าป่า กฐิน ไม่รู้ว่า ผ้าป่าและกฐินไม่เกี่ยวกับเงิน เป็นเรื่องผ้าเท่านั้น ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง และพระรับเงิน เรี่ยไรเงิน ต้องอาบัติ พระพุทธเจ้าติเตียน เพราะฉะนั้น เราก็ไม่ให้เงินใส่ซองกฐิน แต่เราให้ความรู้ความเข้าใจธัมมะที่ถูกต้องโดยการเซฟรูปภาพ และ ปริ๊น ใส่ซองผ้าป่า ซองกฐินแทนเงิน

หยุดเกรงใจความไม่รู้ เพราะเขาเป็นญาติ เป็นหัวหน้า เป็นพี่น้อง เพื่อน หรือ คนสนิท แต่ให้ความรู้ความเข้าใจ กับ คนที่ให้ซองและให้กับพระภิกษุที่กระทำผิดพระวินัย ชื่อว่าเป็นบุญอย่างยิ่ง เพราะ ให้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และ คนที่เข้าใจผิด ได้เข้าใจถูก และ สืบต่อพระพุทธศาสนาในทางที่ถูกต้อง ช่วยพระภิกษุไม่ต้องกระทำผิด และ ท่านต้องอาบัต  อันเป็นโทษที่ทำให้ท่านต้องอบายภูมิ ตกนรก เพราะ อาบัติที่ติดตัว ปลงไม่ตก เพราะ ยินดีในเงินทอง ไม่สละเงินทองนั้น

คนมักเข้าใจว่า ทำบุญ ต้องเป็นการทำทานเท่านั้น แต่ บุญ คือ การชำระขัดเกลาจิตใจ ที่ไม่กระทำผิดตามพระวินัย ไม่ให้เงินพระ เป็นต้น และ การฟังธรรม แสดงธรรม และความเข้าใจถูกต้อง ปัญญา เป็นบุญที่สูงสุดในพระพุทธศาสนา

1.ประหยัดเงิน คนที่ถูกเรี่ยไรในสิ่งที่ผิด นำเงินไปเป็นประโยชน์อย่างอื่นได้

2.ให้ความเข้าใจถูก คนที่ให้ซอง  เป็นบุญที่ทำให้เขาไม่ทำผิดและเขาเข้าใจถูก 

3.รักษาพระไม่ต้องอาบัติเพราะ เรี่ยไรเงินทองและรับเงินทอง  เพราะ การไม่ให้เงินในซองกฐิน ผ้าป่า ให้ภาพที่ปริ๊นความเข้าใจถูกไปให้

4.เผยแพร่พระธรรมความเห็นถูกและรักษาพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

5.มิจฉาพชีพน้อยลง เพราะ มีรถกระบะ อ้างวัด แจกซองกฐิน ผ้าป่า เข้ามาตามซอย ทั้งพระเป็นคนจัดหามาเอง และ คนมิจฉาชีพ ก็มี ก็ผิดทั้งพระ และ มิจฉาชีพที่เป้นฆราวาส เพียงหลอกอ้างด้วยคำว่าบุญ  

ตื่นเถิดชาวพุทธ ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างแท้จริง ไม่ใช้ความคิดตนเองตัดสิน ก็จะชื่อว่า นับถือพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

ศึกษาธรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.dhammahome.com

โดย มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 24 มิ.ย. 2563

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓- หน้าที่ ๘๖๒

"ดูกร ภิกษุทั้งหลาย มีอยู่ พวกมนุษย์ที่มีศรัทธาเลื่อมใส, มนุษย์เหล่านั้น ย่อมมอบหมายเงินและทองไว้ในมือแห่งกัปปิยการก (คฤหัสถ์ผู้กระทำในสิ่งที่เหมาะควร) ทั้งหลาย สั่งว่า พวกท่านจงจัดของที่ควรถวายแก่พระผู้เป็นเจ้า ด้วยเงินและทองนี้ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ยินดีสิ่งของซึ่งเป็นกัปปิยะ(สมควร)จากเงินและทองนั้น ดูกร ภิกษุทั้งหลาย แต่เราหากล่าวไม่เลยว่า ภิกษุพึงยินดี พึงแสวงหาทองและเงิน โดยปริยายไรๆ "

__________


จำเป็นอย่างยิ่ง ที่พุทธศาสนิกชน หรือ ชาวพุทธ จะได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เพราะถ้าได้ฟัง ได้ศึกษา ด้วยความละเอียด มีการพิจารณาไตร่ตรองในสิ่งที่ได้ฟัง ได้ศึกษา พิจารณาในความเป็นเหตุเป็นผลของธรรม ก็จะทำให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงตามพระธรรม เมื่อมีความเข้าใจอย่างถูกต้องแล้ว ทั้งผู้ที่เป็นบรรพชิต และ ผู้ที่เป็นคฤหัสถ์ ก็จะมีความประพฤติที่คล้อยตามพระธรรม (คล้อยไปตามความเข้าใจที่เจริญขึ้น) ไม่กระทำในสิ่งที่ผิด ที่ไม่ถูกต้องตามพระธรรม จะเห็นได้ว่า พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง นั้นทั้งหมดทั้งปวง เป็นไปเพื่อละกิเลส (ไม่ใช่เป็นไปเพื่อเพิ่มกิเลส) เป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของกุศลธรรรม ซึ่งถ้าได้ศึกษาไปตามลำดับแล้ว ก็จะรู้ได้ว่า อะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง อะไร คือ สิ่งที่ผิดไม่เป็นไปตามพระธรรมวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เมื่อได้เข้าใจแล้วว่าอะไรผิด อะไรถูก ก็พร้อมที่จะสละการกระทำที่ผิด ที่ไม่ตรง แล้วประพฤติแต่สิ่งที่ถูกต้อง เท่านั้น แม้แต่ในเรื่องกฐิน ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงินโดยประการทั้งปวง และไม่ใช่กิจของภิกษุที่จะหาเงินเรี่ยไรเงิน โดยเอากฐินมาอ้าง  และ ที่สำคัญ  การที่ภิกษ ขอ พูดเลียบเคียง หรือเชิญชวนบอกกล่าวเพื่อให้ได้มาซึ่งกฐิน  นั่น ไม่เป็นกฐินตามพระธรรมวินัยอีกด้วย แต่กลับเป็นการทำในสิ่งที่ผิด ทำลายพระธรรมวินัย ครับ 

...ยินดีในความดีของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
talaykwang
talaykwang
วันที่ 24 มิ.ย. 2563

ขออนุโมทนาในกุศลค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
chatchai.k
วันที่ 24 มิ.ย. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
Witt
วันที่ 24 มิ.ย. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
nvrath
วันที่ 26 มิ.ย. 2563

ขอบพระคุณค่ะ และอนุโมทนาในจิตอันเป็นกุศลค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ