ขันธ์ 5 / ผัสสะ คือ อนัตตา หรือ กรรมเก่า..

 
Wasilp
วันที่  8 เม.ย. 2563
หมายเลข  31716
อ่าน  642

เจตนา / กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม คือ อัตตา หรือ กรรมใหม่ ผมมีความเข้าใจประมาณนี้ กราบท่านอาจารย์ มีข้อสงสัยขอกราบเรียนถาม ดังนี้

1. เหตุปัจจัยอะไรหนอทำให้เรามาได้ยินได้ฟังธรรมของผู้มีพระภาคเจ้า

2. ในความเป็นเราสามารถสร้างเหตุปัจจัยนั้นได้หรือไม่

3. ในขณะที่อกุศลเกิด เราสามารถสร้างกุศลทางมโนกรรม วจีกรรม กายกรรม ได้หรือไม่

4. ถ้าธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา เราเลือกได้ด้วยหรือที่จะไปหรือไม่ไปสำนักปฏิบัติธรรม

สงสัยเหลือเกิน ขออาจารย์ได้โปรดสงเคราะห์ศิษย์ผู้เขลาเบาปัญญาด้วยครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
วันที่ 9 เม.ย. 2563

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

1. เหตุปัจจัยอะไรหนอทำให้เรามาได้ยินได้ฟังธรรมของผู้มีพระภาคเจ้า

เพราะบุญที่เคยทำไว้แต่ชาติปางก่อน คือ การเข้าใจพระธรรมที่ถูกต้องในอดีต เป็นเหตุปัจจัยได้พบสัตบุรุษและได้ยิน ได้ฟังคำที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ครับ

2. ในความเป็นเราสามารถสร้างเหตุปัจจัยนั้นได้หรือไม่

ไม่มีเราตั้งแต่ต้น แต่มีแต่ธรรม เพราะฉะนั้น ธรรมไม่อิสระ เพราะเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่สำคัญว่ามีเราที่ทำได้ สร้างกุศล สร้างปัญญาได้ ก็เป็นความเข้าใจผิด เพราะปัญญาและกุศลก็อาศัยเหตุปัจจัยที่ไม่ใช่เรา คือ ทั้งความคิดที่แยบคาย โยนิโสมนสิการที่สะสมมาในอดีตและได้ฟังคำทีู่กต้องอีก ก็ทำให้เกิดปัญญา แม้เหตุปัจจัย ที่ทำให้เกิดปัญญาและกุศลที่คิดว่าเป็นเราสร้างเหตุใหม่ ตัวเหตุที่ทำให้เกิดผล เหตุก็ไม่ใช่เรา แล้วจะมีเราสร้างเหตุใหม่ได้อย่างไร ในเมื่อมีแต่ธรรม

3. ในขณะที่อกุศลเกิด เราสามารถสร้างกุศลทางมโนกรรม วจีกรรม กายกรรม ได้หรือไม่

ไม่มีเรามีแต่ธรรม อกุศลเกิดแล้ว ถ้าสะสมกิเลสมามาก ไม่ได้สะสมความเห็นถูกมา อกุศลก็เกิดต่อเป็นอันมาก เพราะไม่มีเชื้อ ไม่มีปัจจัยของกุศลธรรม ความเห็นถูกที่สะสมมา ต่อจะให้บังคับผู้ที่เป็นอันธพาลปุถุชนบอกให้สร้างกุศล ทำกุศล เขาก็ไม่ทำ เพราะอะไร เพราะธรรมเป็นไปตามเหตุปัจจัย ไม่ใช่เรา แม้ฉันใด คนที่เกิดอกุศลแล้ว สะสมปัญญาความเห็นถูกมา ก็เป็นปัจจัยให้กุศลเกิดสลับกับอกุศลได้เป็นธรรมดา แต่เพราะมีความยึดถือว่าเป็นเราโดยมาก จึงสำคัญผิดว่ามีเราที่ทำได้ มีเราที่สร้างกุศล แท้ที่จริงเป็นธรรมไม่ใช่เรา

4. ถ้าธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา เราเลือกได้ด้วยหรือที่จะไปหรือไม่ไปสำนักปฏิบัติธรรม

ไม่มีเราเลือก ความเห็นผิดย่อมพาไปในทางที่ผิด พวกอัญญเดียรถีย์ก็ไม่มีเขาที่จะไปทางผิด แต่เมื่อความเห็นผิดที่สะสมมามีเหตุปัจจัยเกิดขึ้น ความเห็นผิดนั้น ก็ย่อมซัดเขาไปสู่ทางผิด เช่นเดียวกับความเห็นถูกก็เช่นกัน ท่านอุปติสสะ ชื่อเดิมของท่านพระสารีบุตร ไปสำนักสญชัย เล่าเรียนสิ่งที่ผิด ท่านก็มีเหตุปัจจัยที่จะไปทางผิด แต่เพราะความเห็นถูกที่สะสมมา ก็เป็นเหตุปัจจัย ให้พบทางที่ถูก พบท่านพระอัสสชิ แล้วได้เข้าใจพระธรรมที่ถูกต้อง ก็ออกห่างจากหนทางผิด เป็นต้น ทั้งหมด ล้วนเป็นธรรมไม่ใช่เรา เป็นไปตามเหตุปัจจัย คือ ตัวธรรมทั้งสิ้น จึงไม่มีเราเลือกแต่ธรรมเป็นไปอย่างนั้นที่ทำกิจหน้าที่ ครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
วันที่ 9 เม.ย. 2563

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ - หน้า ๔๔๘

ธัมมัสสวนสูตร

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการฟังธรรม ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ

ผู้ฟังย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง ๑

ย่อมเข้าใจชัดสิ่งที่ได้ฟังแล้ว ๑

ย่อมบรรเทาความสงสัยเสียได้ ๑

ย่อมทำความเห็นให้ตรง ๑

จิตของผู้ฟังย่อมเลื่อมใส ๑

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการฟังธรรม ๕ ประการนี้แล

(พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ธัมมัสสวนสูตร)

ขออนุญาตร่วมแสดงความคิดเห็น ครับ

1. เหตุปัจจัยอะไรหนอทำให้เรามาได้ยินได้ฟังธรรมของผู้มีพระภาคเจ้า

2. ในความเป็นเราสามารถสร้างเหตุปัจจัยนั้นได้หรือไม่

เพราะเคยสะสมเหตุที่ดีมาแล้ว เคยเห็นประโยชน์ของการฟังพระธรรมมาแล้ว จึงเห็นประโยชน์ที่จะฟังที่จะศึกษาเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก ซึ่งไม่ใช่เรา แต่เป็นสภาพธรรมฝ่ายดีที่เกิดแล้ว สะสมสืบต่ออยู่ในจิต เมื่อเหตุปัจจัยพร้อมก็ทำให้ได้ฟังได้ศึกษา ได้สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกต่อไป

3. ในขณะที่อกุศลเกิด เราสามารถสร้างกุศลทางมโนกรรม วจีกรรม กายกรรม ได้หรือไม่

ในขณะที่อกุศล เกิด ก็มีเฉพาะสภาพธรรมฝ่ายที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น คือ อกุศลจิต และสภาพธรรมที่เกิดร่วมกับอกุศลจิต เท่านั้น ที่เกิดขึ้นเป็นไป จะไม่มีสภาพธรรมฝ่ายดีเกิดร่วมได้เลยในขณะที่อกุศลเกิด นี้คือ ความเป็นจริงของสภาพธรรม

4. ถ้าธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา เราเลือกได้ด้วยหรือที่จะไปหรือไม่ไปสำนักปฏิบัติธรรม

เพราะความเข้าใจความจริง จากแต่ละคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ปัญญาเจริญขึ้น ปัญญาทำกิจหน้าที่ของปัญญา น้อมไปในทางที่ถูกที่ควร ไม่พาไปในทางที่ผิดโดยประการทั้งปวง ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน แต่เป็นสภาพธรรมเท่านั้นที่เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่ เพราะเข้าใจแล้วว่าสำนักปฏิบัติ ไม่มีในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สำนักปฏิบัติ สอนให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ตามคำของผู้บอกผู้สอน ด้วยความเห็นผิด กล่าวคลาดเคลื่อนจากคำจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ทำให้คนออกจากพระสัทธรรม ห่างไกลจากความถูกต้อง

แต่เพราะคนส่วนใหญ่ เข้าใจผิด คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ถูกความเห็นผิด ความไม่รู้ และ ความติดข้องต้องการ ครอบงำ ไม่ได้เข้าใจในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เลยไปสำนักปฏิบัติ และมีสำนักปฏิบัติเกิดขึ้นมาก นั่น มาจากอกุศลธรรม ล้วนๆ เลย เป็นเพราะสภาพธรรมฝ่ายที่ไม่ดีเกิดขึ้นเป็นไปนั่นเอง จึงทำให้มีการประพฤติปฏิบัติที่ผิด ครับ

ขอเชิญศึกษาเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้ครับ

เหตุที่ทำให้กุศลเจริญ

โง่ไหม? ที่ไปสำนักปฏิบัติ

...ยินดีในความดีของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
chatchai.k
วันที่ 8 ม.ค. 2564

ขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ