ภิกษุผู้ไม่น่าเคารพ
 
Tummy
วันที่  22 ธ.ค. 2562
หมายเลข  31384
อ่าน  239

กราบเรียนท่านอาจารย์และวิทยากร

ข้าพเจ้ายังมีเรื่องติดข้องหมองใจต้องการจะสอบถามเพื่อชี้แจงต่อเพื่อนผู้หลงบุญ เมื่อข้าเจ้าตักเตือนเรื่องไปวัดยามค่ำคืนแม้จะ ผญ.หลายคนก็ตาม  พระอยากฉันปูไลน์มาหาสีกาให้ถวายเพลหน่อยอยากฉันปู ขอบิณฑบาตเงินดอลล่าร์ เพื่อไปประกอบศาสนกิจ ไม่บิณฑบาตเพราะเป็นวัดหลวง ฯลฯ เมื่อข้าพเจ้าแย้งในเรื่องดังกล่าวเพื่อนไปฟ้องพระ พระกล่าวกลับมาว่าด้วยจบนักธรรมเอก จบเปรียญ9 จบปริญญาเอก ท่านรู้ดีว่าไม่ได้อาบัติแต่อย่างใด เพราะจบสูง?? ข้าพเจ้าไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร สับสน ในส่วนตัวข้าพเจ้าไม่ได้เรียกพระแล้ว ไม่สมถะ การสอนธรรมะคือการเอ่ยเงินกับสิ่งหรูหรา ข้าพเจ้าจะแย้งข้อนี้ได้อย่างไรให้เพื่อนตาสว่างคะ สงสารเพื่อนมาก



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 23 ธ.ค. 2562

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระภิกษุเอ่ยปากขออาหารจากชาวบ้าน   ขอเงินจากชาวบ้าน    ไม่ทำที่ควรทำ  ไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย   ย่อมเป็นอาบัติทั้งหมด   ไม่ใช่ความประพฤติเป็นไปของพระภิกษุในพระธรรมวินัย เลย   คฤหัสถ์ที่เข้าใจพระธรรมวินัย ย่อมไม่ส่งเสริมสนับสนุนภิกษุผู้ทุศีลให้มีกำลังในการสิ่งที่ผิดและทำลายพระพุทธศาสนา ต่อไป อย่างเด็ดขาด
  
พระภิกษุ คือ ผู้ที่เห็นโทษเห็นภัยของกิเลส จึงสละอาคารบ้านเรือน ทรัพย์สมบัติวงศาคณาญาติ เพื่อศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญาขัดเกลากิเลสในเพศที่สูงยิ่ง คือเพศบรรพชิต ที่จะต้องมีชีวิตที่เหมาะควรแก่เพศของตน จะมาทำอะไร หรือ มีอะไรต่างๆ เหมือนอย่างคฤหัสถ์ ไม่ได้เลย เพราะสละชีวิตคฤหัสถ์แล้ว อย่างเช่น บุคคลในครั้งพุทธกาลท่านได้ฟังพระธรรม ได้เข้าใจพระธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้เห็นโทษของการอยู่ครองเรือน ว่า มีแต่จะเป็นเครื่องพอกพูนกิเลสให้หนาแน่นขึ้น แล้วมีอัธยาศัยน้อมไปที่จะขัดเกลากิเลสให้ยิ่งกว่าเพศคฤหัสถ์ จึงสละทุกสิ่งทุกอย่างสละทรัพย์สมบัติ สละวงศาคณาญาติแล้วออกบวช เป็นพระภิกษุ ด้วยความจริงใจด้วยความตั้งใจที่จะขัดเกลากิเลสจริงๆ เพื่อการรู้แจ้งอริยสัจจธรรมถึงความเป็นพระอริยบุคคลขั้นต่างๆ   จนกระทั่งสูงสุดถึงความเป็นพระอรหันต์ ความประพฤติเป็นไปในชีวิตประจำวันทั้งหมดคล้อยตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นี้คือ จุดประสงค์ของการบวชเป็นพระภิกษุไม่ใช่เพื่อจุดประสงค์อื่นใดทั้งสิ้น และที่สำคัญ พระภิกษุทุกรูปทั้งหมดทุกยุคทุกสมัยต้องมีความเคารพในพระวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ ซึ่งจะต้องศึกษาให้เข้าใจแล้วน้อมประพฤติในสิ่งที่ถูกต้องละเว้นในสิ่งที่ผิดที่ขัดต่อความประพฤติเป็นไปของพระภิกษุอันเป็นเพศที่สูงยิ่งทุกประการ

จะเห็นได้ว่า การบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เป็นเรื่องที่ยากมากและการยินดีในการบวชก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นเดียวกัน  เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่บวชโดยไม่ใช่เพราะขัดเกลากิเลสหรือเพราะเข้าใจธรรม   ถ้าหากล่วงละเมิดพระวินัย ไม่ประพฤติตามพระวินัย เป็นผู้ย่อหย่อนไม่รักษาพระวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้   ขาดความเคารพยำเกรงในพระรัตนตรัย ย่อมเป็นผู้มีโทษมากมาย ด้วยการต้องอาบัติ คือ ล่วงละเมิดพระวินัยซึ่งมีโทษโดยส่วนเดียว เมื่อต้องอาบัติแล้วไม่กระทำคืน(คือไม่ได้แก้ไข)ตามพระวินัย ก็เป็นเครื่องกั้นการบรรลุมรรคผลนิพพานและกั้นการไปสู่สุคติด้วย   แทนที่จะได้ทำกิจที่ควรทำที่จะเป็นที่พึ่งสำหรับตนเอง  แต่กลับไปเพิ่มอกุศล เพิ่มความไม่รู้ เพิ่มเหตุที่ไม่ดีให้กับตนเอง   กำลังทำทางที่จะทำให้ตนเองได้รับผลที่ไม่ดีในอนาคตข้างหน้า  เมื่อมรณภาพ คือ ตายจากชาตินั้นไปแล้วก็ไปเกิดในอบายภูมิเท่านั้น  เป็นบุคคลผู้น่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง   ครับ

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ