ศีลบารมี - ศีลของอกิตติดาบส ตอนที่ 5-13 [สนทนาธรรมกับชาวต่างชาติ]
 
wittawat
วันที่  12 มิ.ย. 2562
หมายเลข  30930
อ่าน  112

     บางท่านอาจจะสงสัยว่า การให้พร หรือ การขอพร (รับพร) หมายถึงอะไร จะได้เห็นความตั้งใจแน่วแน่เพื่อที่จะอบรมเจริญกุศลธรรม จากที่ท่านอกิตติดาบสปรารถนาในพรนั้น พรที่ปรารถนาก็เพื่อการอบรมเจริญในบารมีทั้ง 10 ข้อความต่อไปใน คัมภีร์จริยาปิฎก หน้าที่ 48 แสดงว่า

     "ท่านท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพทั้งหลาย หากท่านจะให้พรแก่อาตมา ขอจงให้พรดังนี้ คนทั้งหลายได้บุตร ภรรยา ทรัพย์สมบัติ และ ของเป็นที่รักด้วยความโลภใดแล้วไม่เดือดร้อน ข้อความโลภนั้นไม่พึงอยู่ในอาตมาเลย."

     นี้แสดงว่าท่านมีความเข้าใจอย่างแท้จริงในจิตของท่าน ท่านไม่ได้หวังที่จะมีความติดข้องแม้ในสิ่งที่ไม่ทำให้เกิดความเดือดร้อน บางท่านที่ไม่ได้มีความมั่นคงในการอบรมเจริญบารมีอาจคิดว่าความติดข้องทำให้ชีวิตสะดวกสบาย และน่าพอใจ ตราบเท่าที่ความติดข้องนั้น ไม่ได้ทำให้ใครต้องเดือดร้อน ก็ไม่ได้มีอันตรายในความติดข้องนั้นแต่อย่างไร แต่ว่าท่านอกิตติต้องการที่จะเป็นอิสระจากความติดข้องทั้งหมด นี่คือความมั่นคงในกุศลธรรมที่เป็นระดับของบารมี ข้อความต่อไปแสดงว่า

     "ข้าแต่ท่านกัสสปะ เมื่อพระคุณเจ้ากล่าว ดีแล้ว ฯลฯ พระคุณเจ้าปรารถนาอะไรอีก."

     เราจะปรารถนาพรที่จะเป็นปัจจัยปรุงแต่งให้กุศลมั่นคงยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับท่านอกิตติหรือไม่ สิ่งที่ท่านของยังไม่ครบ พรข้อถัดไปที่ท่านอกิตติดาบสขอ ก็แสดงอีกครั้งถึงความหมายของกุศลธรรมที่เป็นขั้นของบารมี ข้อความต่อไปแสดงว่า

     อกิตติดาบสกล่าวว่า "ท่านท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพทั้งหลาย หากท่านจะให้พรแก่อาตมา ขอจงให้พรดังนี้ นา ไร่ ทอง โค ม้า ทาสและบุรุษ ย่อมเสื่อมไป (และตายไป) (ความไม่น่าพอใจนั้นไม่พึงมีแก่อาตมา)"

     การเสื่อมจากทรัพย์เป็นอกุศลวิบาก เป็นผลที่ได้รับจากอกุศลกรรมที่ผู้หนึ่งผู้ใดได้กระทำไปในอดีต จะไม่มีการสูญเสียทรัพย์เลยถ้าผู้นั้นไม่ได้ทำอกุศลกรรม ข้อความต่อไปแสดงเรื่องการขอพรของท่านอกิตติ

     "(นา ไร่ ทอง โค ม้า ทาสและบุรุษ ย่อมเสื่อมไป) ด้วยโทษใด โทษนั้น ไม่พึงอยู่ในอาตมาเลย (หมายถึงขอให้ไม่มีอกุศลกรรมใดๆ ที่สามารถเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสีย ความเสื่อมในทรัพย์ เช่นนั้น)"

     ท้าวสักกะตรัสว่า "ข้าแต่ท่านกัสสปะ ฯลฯ พระคุณเจ้าปรารถนาอะไรอีก"

     ท่านอกิตติดาบสกล่าวว่า "ท่านท้าวสักกะหากท่านจะให้พรแก่อาตมา ขอจงให้พรดังนี้ บุคคลไม่พึงเห็น ไม่พึงได้ยินคนพาล ไม่พึงอยู่ร่วมด้วยคนพาล ไม่พึงกระทํา และไม่พึงชอบใจการสนทนาปราศรัย ด้วยคนพาล."

     ท้าวสักกะตรัสถาม "ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะอะไรท่านจึง ไม่ชอบคนพาล ขอจงบอกเหตุ เพราะเหตุไร พระคุณเจ้าจึงไม่ปรารถนาที่จะเห็นคนพาล."

ข้อความนี้ถูกแปลจาก...The Perfection of Morality - Ascetic Akitti’s sila IV


Tag  ศีลบารมี
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ

หัวข้อแนะนำ