ความหมายของอนัตตา - แต่ละคนก็อยู่ในโลกของความคิดตนเอง ตอนที่ 10-11 [สนทนาธรรมกับชาวต่างชาติ]
 
wittawat
วันที่  27 เม.ย. 2562
หมายเลข  30804
อ่าน  263

   ผู้ที่อบรมเจริญปัญญา ก็จะได้ความเข้าใจพระคุณอันเลิศของพระพุทธเจ้ายิ่งขึ้น และคุณของพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงโดยละเอียดทุกประการสามารถที่จะซาบซึ้งในคำสอนตั้งแต่ระดับเบื้องต้น ขั้นของการสังวร ขั้นที่คุ้มครองทวารทั้งหลาย (สังวรศีล) ซึ่งเกี่ยวกับ ปาฏิโมกข์ ข้อประพฤติตามพระธรรมวินัยสำหรับพระภิกษุ คือ ความประพฤติทางกาย และวาจาที่คู่ควรแก่ความเป็นสมณะ คือผู้ที่เป็นพระภิกษุ ซึ่งประพฤติเพื่อขัดเกลาเพื่อความหมดจดจากกิเลส เราได้อ่านในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ภาคที่ 1 หน้าที่ 41 เกี่ยวของกับการสำรวมระวังของภิกษุเนื่องด้วยการเห็น
[ อารักขโคจร ]
   อารักขโคจรเป็นไฉน ? ภิกษุในพระศาสนานี้ เข้าไปสู่ละแวกบ้าน เดินไปตามถนน มีจักษุทอดลง มองดูชั่วแอก สํารวมไป ไม่แลดูพลช้าง ไม่แลดูพลม้า ไม่แลดูพลรถ ไม่แลดูพลราบ ไม่แลดูหญิง ไม่แลดูชาย ไม่แหงนดู ไม่ก้มดู ไม่เหลียวลอกแลกเดินไป นี้เรียกว่า อารักขโคจร.

   เป็นเครื่องเตือนว่า ไม่ใช่เป็นการสืบต่อเรื่องราวหลังจากที่เห็น และคิดคำนึงกับเรื่องนั้นเป็นเวลานาน การคิดมากมายเกี่ยวกับสิ่งนั้น บุคคลนั้น เรื่องนั้น เมื่อได้เห็น ควรที่จะรู้ว่าเป็นแต่เพียงเห็น ไม่ว่ามีจักษุทอดลง มองดูชั่วแอกหรือไม่ ก็มีการเห็นและจากนั้น การเห็นนั้นก็หมดไป ด้วยเหตุนี้บุคคลนั้นก็จะไม่ติดข้องไปกับนิมิต และอนุพยัญชนะภายนอก ปัญญาสามารถที่เข้าใจชัดว่า ที่เคยเห็นโลกภายนอกว่าเต็มไปด้วยบุคคล เป็นเพราะความคิด ถ้าไม่คิด มีแต่เพียงการเห็น และหมดไป จะมีบุคคลมากมายในขณะนี้ได้หรือ แต่ก็เคยคิดมาเป็นเวลานาน และก็ยังคุ้นเคยที่จะคิดครั้งแล้วครั้งเล่ากับหลายเรื่องราวมากมาย ซึ่งใครจะคิดแต่ละเรื่อง ก็ขึ้นกับปัจจัยปรุงแต่งที่สะสมมา อาจจะเห็นสิ่งเดียวกัน แต่คิดต่างกัน เช่น เห็นดอกไม้ คนหนึ่งอาจจชอบและคิดว่าสวย แต่บางคนอาจจะไม่ชอบเลย ก็ขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละบุคคล "อยู่ในโลกของความคิดตนเอง" เพราะฉะนั้น ที่ว่าโลก แท้จริงก็คือโลกของความคิด เมื่อสติระลึกรู้ลักษณะของนามธรรม และรูปธรรม ก็เป็นการรู้ชัดเจนขึ้นว่าเป็นเพียงนามธรรมประเภทหนึ่งทีคิดในเรื่องราวต่างๆ

   ถ้ารู้ชัดในลักษณะของนามธรรมที่คิดนึก ก็จะเข้าใจได้ว่าเรื่องราวของคนและตัวตน เป็นสิ่งที่ไม่จริง เมื่อใครเศร้าใจ หรือกังวลใจ ก็ควรที่จะรู้ว่ามีความเศร้าใจก็เพราะคิด เหมือนกันกับความสุข ความสุขที่อย่างเกิดขึ้นได้ก็เพราะคิด เมื่อดูโทรทัศน์ เรื่่องที่ชอบ ความรู้สึกพอใจเกิดขึ้น เพราะเขาคิดถึงภาพปรากฏที่เขากำลังดู เพราะฉะนั้นทุกคนก็อยู่ในโลกของความคิด ไม่ว่าเขาจะอยู่ตรงไหน โลกของแต่ละขณะก็คือนามธรรมที่เกิดขึ้น และรู้อารมณ์ คือสิ่งที่ปรากฏทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ และจากนั้นจิตก็คิดต่อเป็นเรื่องราวต่างๆ มากมาย

ข้อความนี้แปลจาก...The Meaning of Anatta - Each person lives with his own thoughts

คลิกเพื่ออ่านตอนอื่นๆ ... (หรือสามารถกดที่ tag ได้)

ตอนที่ 1 - ประตูทั้ง 4

ตอนที่ 2 - วิปัสสนาญาน

ตอนที่ 3 - เป็นรูปหรือที่เดิน

ตอนที่ 4 - เป็นอนัตตา(ไม่ใช่ตัวตน)

ตอนที่ 5 - พิจารณาสภาพธรรมที่มีจริงขณะนี้

ตอนที่ 6 - ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัย

ตอนที่ 7 - ลำดับขั้นของวิปัสสนาญาน

ตอนที่ 8 - การดับวิจิกิจฉาและทิฏฐิ

ตอนที่ 9 - เข้าใจผิดว่าเป็น กลุ่มก้อน

ตอนที่ 10 - แต่ละคนก็อยู่ในโลกของความคิดตนเอง

ตอนท่ี่ 11 - เป็นเพียงเรื่องราวของความคิดนึก


  ความคิดเห็น 2  
 
มกร
มกร
วันที่ 29 เม.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ

หัวข้อแนะนำ