ผมทำให้แม่หกล้มบาดเจ็บโดยไม่เจตนา ผมจะบาปหนักไหมครับ
 
apiwit
apiwit
วันที่  10 เม.ย. 2562
หมายเลข  30632
อ่าน  174

เมื่อสักครู่มีเหตุการณ์ไม่ค่อยดีนักเกิดขึ้น แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามเหตุและปัจจัยซึ่งไม่ใช่เราจากความเข้าใจของผมซึ่งฟังพระธรรม ขณะที่ผมกำลังเอาเก้าอี้ชิดโต๊ะซึ่งผมทำอยู่เป็นปกติอยู่แล้วหลังทานข้าวเสร็จ ผมก็ทำไปโดยอัตโนมัติ ตาก็มองดูจอทีวีอยู่แล้วใจก็คิดปรุงแต่งไปเรื่อยส่วนมือก็ทำไปโดยความเป็นอนัตตา แต่ผมก็ไม่ทันดูให้ดีว่าแม่กำลังจะเดินกลับมานั่งเก้าอี้ต่อ มานั่งรับประทานแล้วก็ดูทีวีต่อ ผมก็ชิดเก้าอี้เข้าไปในขณะที่แม่นั่งลงอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ทันได้ดูดเช่นกัน จึงเป็นเหตุให้ท่านต้องหกล้มลงไปจนก้นท่านกระแทกพื้นบวกกับการที่ท่านเป็นโรคปวดหลังอยู่แล้ว ผมก็ตกใจมากรีบเข้าไปพยุงท่านเห็นท่านร้องโอดครวญ ผมถามท่านว่าเป็นอะไรมากไหม บอกท่านว่าผมไม่ได้ตั้งใจมันเป็นอุบัติเหตุ แต่ด้วยความโกรธของท่าน ท่านไม่ยอมตอบแต่ตะคอกไล่ผมไปไกล ๆ ผมก็เผลออุทานออกมาว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย เป็นไปตามกฏแห่งกรรม เพราะผมมีความเข้าใจเช่นนั้นจากการฟังพระธรรม แต่คำพูดผมอาจไม่ถูกกาละเทศะ เลยกระตุ้นให้ท่านโกรธยิ่งขึ้น ต่อว่าผมว่าไม่รู้จักสำนึกผิด ผมจึงกราบขอโทษท่านด้วยความรู้สึกไม่สบายใจแล้วบอกว่าผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ให้อภัยผมได้ไหม อย่าอาฆาตผมได้ไหม ผมไม่ได้ต้องการให้เรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้น ท่านตะคอกไล่ไปให้พ้น ไม่ต้องมาสนใจ ผมจึงรู้สึกไม่สบายใจมากครับ ไม่ทราบว่าการกระทำของผมจะเป็นกรรมหนักมากไหมที่ทำให้มารดาผู้บังเกิดเกล้าโกรธขนาดนี้ ถึงเดี๋ยวนี้ท่านอาจยังโกรธผมอยู่เลย แต่คงซาลงบ้างแล้วเพราะผมแยกตัวออกมา ผมจึงอยากขอคำชี้แนะจากท่านอาจารย์ จากท่านผู้รู้ทั้งหลายว่าผมควรวางใจอย่างไรดี ควรพิจารณาสภาพธรรมอย่างไรดีถึงการกระทำอันเป็นบาปนี้ ขอผู้รู้รีบตอบด่วนครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 10 เม.ย. 2562 17:23 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เมื่อไม่ได้มีความจงใจที่จะทำในสิ่งที่ไม่ดี ย่อมไม่เป็นการเบียดเบียนประทุษร้าย อย่างแน่นอน  คุณแม่โกรธ ไม่พอใจ  เมื่อว่าโดยสภาพธรรม ก็คือ โทสะ ที่เกิดแล้วสะสม  ไม่ใช่ใครคนหนึ่งคนใด เป็นแต่เพียงธรรม   ทุกอย่างก็เกิดแล้วผ่านไปหมดแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับไปได้  แต่ต่อไปนี้จะทำอะไร ก็จะต้องทำความระมัดระวัง รอบคอบ เป็นคนที่ละเอียดขึ้น  พร้อมทั้งทำกิจที่ควรทำ คือ เป็นลูกที่ดี ดูแลท่านอย่างดีที่สุด ต่อไป   ไม่มีอะไรดีไปกว่าการทำความดีและเข้าใจความจริง ครับ 

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ... 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
apiwit
apiwit
วันที่ 10 เม.ย. 2562 18:02 น.

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่เมตตาชี้ให้เห็นถึงสัจธรรมความจริง ให้แสงสว่างแก่ผม เมื่อสักครู่ผมก็ได้ดูคลิปธรรมะเตือนใจของท่านอาจารย์สุจินต์ที่ลงใน youtube เมื่อ 5 วันก่อน ชื่อเรื่องว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะมือที่มองไม่เห็น ฟังแล้วมันตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้เลย คำตอบของท่านอาจารย์สุจินต์แทงตรงเข้าไปในใจผม ผมเลยเลิกโทษตัวเองแล้วเปิดเสียงธรรมของท่านอาจารย์สุจินต์ให้แม่ได้ยินด้วย ท่านเลยทุเลาลงได้ครับ กราบขอบพระคุณผู้รู้ทั้งหลายที่เมตตาครับ กราบอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Somporn.H
Somporn.H
วันที่ 11 เม.ย. 2562 00:37 น.

เป็นหัวข้อที่น่าสนใจ ขออนุโมทนา 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 14 เม.ย. 2562 06:05 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
สิริพรรณ
วันที่ 14 เม.ย. 2562 13:26 น.

ความน่ากลัวของสังสารวัฎฎ์ มีมากมาย ประการหนึ่งคือผลของกรรมที่ต้องได้รับตามเหตุที่ทำไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้บนฟ้า แม้ในมหาสมุทร ก็หนีผลของกรรมไม่พ้น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามที่น้องเล่ามา ส่องให้เห็นสภาพธรรมหลากหลายมากมายที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้น เมื่อศึกษาพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงโดยละเอียดแล้ว จึงเห็นประโยชน์อย่างยิ่ง แม้เมื่อเกิดเหตุที่สภาพธรรมฝ่ายผลที่ต้องเกิดขึ้น อย่างไรก็ต้องเกิดแม้ว่าน้องจะรักแม่มาก ไม่มีเจตนาที่จะทำให้แม่เจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อมีเหตุที่จะได้รับผล จิตชาติวิบากก็ต้องเกิดกับท่าน ขณะเดียวกัน ความเจ็บ ก็ทำให้เกิดจิตอื่นๆ ที่ตามมา แม้หากเกิดกับเรา  เช่น เดินสะดุดขาโต๊ะ เพียงนิ้วก้อยเล็กๆไปเกี่ยว จิตชาติอกุศลก็เกิดได้ง่ายมาก ต่อจากจิตชาติวิบาก จิตชาติกริยา ทั้งนี้ ก็เป็นไปตามการสะสะสมที่เลือกไม่ได้  หากไม่ได้ฟังพระธรรม ก็จะไม่มีหนทางเลยที่จะเกิดความเข้าใจเหตุการณ์ในขณะนั้น  หากมีคนอื่นข้างๆ ยิ่งย้ำว่า โต๊ะอยู่ดีๆ ก็ไปเดินชนเอง แล้วจะโทษใคร ทั้งที่เขาอาจพูดเตือน หรือพูดให้หายโมโห หรือพูดให้หัวเราะ แต่ก็อาจยิ่งกลายเป็นโกรธคนพูดเข้าไป  นี่แสดงถึงการสะสมที่มากมายของอนุสัยกิเลสที่ยังไม่ถูกดับด้วยมรรคจิต

เมื่อศึกษาพระธรรมจึงเห็นโทษของความไม่รู้ และเห็นประโยชน์ของความรู้ รู้ในความจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง สติ และปัญญา และสภาพธรรมฝ่ายดี ที่จะเกื้อกูลให้ห่างไกลจากอกุศล ห่างไกลจากการสะสมอกุศลธรรม ระวังในการทำอกุศลกรรม ที่จะเป็นเหตุทำให้พ้นจากวิบากได้

ขาตินี้ เป็นแม่ลูกกัน ชาติต่อไปไม่ทราบเลยว่า ต่างจะไปอยู่ในฐานะใด ที่สำคัญ คือเวลาที่จะจากกันไป ก็ใกล้เข้ามาทุกวัน โอกาสดีที่สุดของแต่ละวันในชาตินี้ ที่จะได้เกื้อกูลกันด้วยธรรมทาน และการประพฤติธรรมต่อกัน จึงประเสริฐยิ่งที่สุดแล้ว ในชาตินั้น ค่ะ

หนทางที่จะตอบแทนคุณแม่ผู้มีพระคุณ ให้ท่านเข้าใจความจริง ค่อยๆเข้าใจในสภาพธรรมต่างๆ ทั้งกุศล อกุศล แม้ วิบาก แม้กริยา แม้รูปทั้งหลาย เป็นเพียงสภาพธรรม ไม่ใช่เรา 
เป็นการตอบแทนที่มีค่ายิ่งสำหรับลูกที่ได้ศึกษาพระธรรม และเห็นพระคุณของผู้เป็นพ่อแม่ 
การที่น้องได้กราบขอโทษคุณแม่ แสดงถึงสภาพธรรมฝ่ายดีเกิดขึ้นทำกิจหน้าที่ และการที่มีความห่วงใยคุณแม่ และให้โอกาสคุณแม่ศึกษาพระธรรม ก็แสดงถึงการที่น้องเห็นคุณค่าของพระธรรม จึงมอบสิ่งที่มีค่าแก่แม่ผู้มีพระคุณ แม้พระโพธิสัตว์ ก็สะสมอัธยาสัยเลี้ยงดูมารดา แม้ชาติที่เป็นเดรัจฉาน กว่าพระบารมีจะเต็มตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ 

ขออนุโมทนากับน้อง และเป็นกำลังใจในการสะสมคุณความดีต่อไปด้วยความอดทน ผลที่ดี ต้องเกิดเสมอตามเหตุที่ดี  นะคะ

ขอเชิญคลิ๊กอ่านข้อความนี้ ค่ะ

นกแขกเต้ายอดกตัญญูผู้เลี้ยงบิดามารดา [สาลิเกทารชาดก]

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ