ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๓๙๗
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  31 มี.ค. 2562
หมายเลข  30596
อ่าน  610

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 


ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๓๙๗

 




~๔๕ พรรษาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรม  เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลให้ได้เข้าใจสิ่งที่มีจริง  ซึ่งเป็นสิ่งที่รู้ยากเป็นอย่างยิ่ง

~มีชีวิตอยู่เพื่อฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญา  สละอกุศล สละความติดข้อง สละความสะดวกสบาย เพื่อมาฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ

~กุศล กับ  อกุศล  มีความแตกต่างกัน  ถ้าใครก็ตามที่สละกุศล สละความถูกต้องนั้น แสดงว่าเป็นเพราะความไม่รู้ ไม่เห็นคุณของกุศล  แต่ถ้าใครก็ตาม ที่สละอกุศล เพื่อเจริญกุศลยิ่ง ๆ ขึ้นไป  นั่นก็เป็นเพราะการเป็นผู้เห็นคุณของกุศล เห็นคุณของความดี  

~ธรรมดาคือความเกิดขึ้นเป็นไปของสิ่งที่มีจริง ๆ  ที่กำลังมีในขณะนั้นเป็นสิ่งที่มีจริง ๆ  ความเป็นธรรมดาของเห็นก็มี  ความเป็นธรรมดาของได้ยินก็มี  ความเป็นธรรมดาของกุศลก็มี  ความเป็นธรรมดาของอกุศลก็มี    ใคร ๆไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

~เราศึกษาธรรม เราไม่หวังอย่างอื่นเลย ถ้าเราศึกษาธรรมด้วยความหวัง นั่น เราไม่ได้ศึกษาเพื่อเข้าใจ ว่า แค่คำว่า ธรรม คำเดียว จริงลงไปถึงที่สุดที่ปรากฏความเป็นหนึ่งซึ่งเกิดและดับ ไม่กลับมาอีกเลยกว่าจะมั่นคงๆ  ต้องอาศัยคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกคำ

~ฟังพระธรรม จะน้อยจะมาก  ก็ขอให้ได้เข้าใจในสิ่งที่กำลังฟังจริงๆ   ความถูกต้อง ต้องเป็นความดี  ความชั่วจะถูกต้องไม่ได้    รู้ตัวบ้างไหมว่าตนเองมากไปด้วยกิเลสอกุศล เพียงใด    

~จะรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขึ้นทีละเล็กทีละน้อย  เมื่อมีความเข้าใจถูกเห็นถูกจากการได้ฟังคำของพระองค์

~ผู้ที่ได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  ควรค่าแก่การอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง   เพราะเป็นโอกาสที่ยากแสนยากกับการได้ยินได้ฟังพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง

~พุทธบริษัท  ขณะนี้เหลือเพียง ๓  (เพราะภิกษุณี ไม่มีแล้ว)  คือ  ภิกษุ  อุบาสก  และ อุบาสิกา  ไม่ว่าจะเป็นใครก็ควรที่จะได้ฟังได้ศึกษาพระธรรม    แม้แต่การเป็นอุบาสกอุบาสิกา ก็ไม่ใช่ง่าย ๆ  เพราะต้องเป็นผู้ที่เข้าไปนั่งใกล้พระรัตนตรัย  มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง  เข้าใกล้พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

~ทางผิด (มิจฉามรรค) นำไปสู่ความเห็นผิดยิ่ง ๆ ขึ้นไป  สำคัญว่าได้เข้าใจถูก  สำคัญว่าได้หลุดพ้น  แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย  เป็นความเห็นผิดคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรม อุปการะเกื้อกูลแก่สัตว์โลก  สูงสุด คือ สามารถดับกิเลสอันเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ได้ทั้งหมด  ไม่ต้องมีการเกิดอีกเลยในสังสารวัฏฏ์

~ขณะนี้พระธรรมยังดำรงอยู่  พร้อมที่จะให้ผู้อื่นซึ่งเป็นผู้ที่ได้เห็นประโยชน์  ได้อ่าน ได้ฟัง ได้ศึกษาให้มีความเข้าใจถูกเห็นถูกได้

~ไม่มีใครสามารถที่จะบังคับบัญชาให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดขึ้นได้เลย  ใครทำเห็นในขณะนี้ให้เกิดขึ้นได้บ้าง  ใครทำได้ยินในขณะนี้ให้เกิดขึ้นได้บ้าง  ใครทำโกรธให้เกิดขึ้นได้บ้าง  ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย    แม้แต่ปัญญาความเข้าใจถูกเห็นถูกในขณะนี้  ก็ต้องเกิดขึ้นมาจากเหตุ คือ การอบรมจากการมีโอกาสได้ฟังคำจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

~ฟังพระธรรม เพื่ออะไร จุดประสงค์ต้องตรง  เพื่อความสุขใจ หรือ เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก ?  ก็ต้องเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก

~เดี๋ยวนี้ เป็นอะไร? เป็นธรรม ที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย    ประโยชน์ ของการฟังพระธรรม อยู่ที่ความเข้าใจถูกเห็นถูก

~ที่จะเป็นคนดีได้ ก็ด้วยคุณความดี โดยอาศัยหลักธรรม คือ พระศาสนา ซึ่งเป็นพระธรรมคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

~สะสมอกุศล สะสมความไม่รู้มานานแสนนาน ก็จะต้องสะสมความรู้อีกนานแสนนานเช่นเดียวกัน จนกว่าจะเข้าใจความจริงของสภาพธรรมได้  ขอเพียงได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

~ธรรมไม่พ้นไปจากสิ่งที่มีจริงในขณะนี้ สามารถรู้ได้ ด้วยความเข้าใจถูกเห็นถูก เพราะความจริงไม่สามารถรู้ได้ด้วยความอยาก ความต้องการ

~เป็นทายาทผู้ได้รับมรดกจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อได้ฟังและเข้าใจพระธรรมตามที่พระองค์ทรงแสดง

~การที่จะแสดงความเคารพในพระรัตนตรัย ก็ต่อเมื่อ ได้มีความเข้าใจในพระธรรม ว่า เป็นสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และทรงประกาศพระธรรม ตลอด ๔๕ พรรษา เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสได้เข้าใจความลึกซึ้งของธรรม คือ สิ่งที่มีจริงๆ ที่กำลังปรากฏ เพราะฉะนั้น การที่จะเคารพพระรัตนตรัย ก็คือ การที่ได้เข้าใจธรรม

~ไม่คบคนพาล คือ ไม่คบคนที่มีอกุศลมาก โดยเฉพาะมีความเห็นผิดมาก ไม่ได้กล่าวคำที่เป็นความจริงที่จะทำให้คนอื่นได้เข้าใจถูกต้องเลย เพราะฉะนั้น ฟังคำพูด ก็พอจะรู้ได้ว่า คำใดเป็นคำของคนพาล และคำใดไม่ใช่คำของคนพาล

~เมื่อมีความเห็นถูกต้อง เราจะไม่ทำสิ่งที่ผิด เพราะเหตุว่าปัญญา ความเห็นถูก จะนำไปในกิจที่ดีงามที่เป็นกุศลทั้งปวง เท่านั้น

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญพระบารมี(คุณความดีที่จะทำให้ถึงฝั่งของการดับกิเลส) เพื่อให้เราได้ฟังคำจริงด้วย จากการที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้ความจริง แล้วให้เราได้เข้าใจด้วย มิฉะนั้น เราจะไม่มีโอกาสได้เข้าใจความจริงเลย

~การเข้าใจธรรมเท่านั้นที่จะทำให้ดำรงคำสอนของพระศาสนาไว้ได้ ไม่ใช่เรื่องอื่นเลย

~การที่จะฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและดำรงคำสอนไว้ ต้องเป็นผู้ที่ตรงและจริงใจ สิ่งใดผิด ก็คือ ผิด ไม่ว่าในกาลสมัยไหน

~ถ้าไม่เข้าใจธรรม ก็ส่งเสริมความไม่รู้ และความเข้าใจผิด

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคำที่เป็นเหตุผล ทุกคนรับฟังได้ ไม่ว่าใครทั้งหมดสมควรที่จะเข้าใจถูกต้องแล้วก็ช่วยกันดำรงความถูกต้อง

~ถ้าเราสามารถที่จะทำให้คนได้ฟังความจริง ด้วยความหวังดี ทุกคนก็คิดที่จะทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป  แต่ลองคิดดู ถ้าไม่มีความเข้าใจพระธรรมวินัย ไม่มีทางที่พระธรรมจะดำรงอยู่ต่อไปได้

~ความถูกต้องและความจริง ตามพระธรรมวินัย ยิ่งเปิดเผยยิ่งรุ่งเรือง เพราะฉะนั้น  ใครจะฟัง ก็คือ ผู้ที่เห็นประโยชน์ 

~ผู้ใหญ่ เป็นผู้มีส่วนสำคัญมาก เด็กไม่สามารถที่จะได้ความรู้ความเข้าใจธรรมจากเด็กด้วยกัน แต่ต้องได้ความรู้ความเข้าใจจากผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้น บ้าน ที่พ่อแม่ฟังธรรม ลูกพลอยได้ยินได้ฟังด้วย แล้วแต่ว่าใครจะสะสมมามากน้อยแค่ไหน

~ภิกษุคือใคร? ภิกษุคือผู้สงบ จึงสามารถที่จะเห็นประโยชน์ของการที่จะขัดเกลากิเลสเพื่อที่จะได้สงบจากกิเลส เพราะฉะนั้น ถ้าภิกษุนั้น ไม่ได้ศึกษาธรรม ไม่ได้ทำกิจตามพระธรรมวินัย จะสงบไหม? ก็ไม่สงบ เพราะฉะนั้น การปรากฏของความไม่สงบทั้งหลาย ก็มาจากการไม่เข้าใจพระธรรม
 

~คนที่จะเป็นพระภิกษุ ต้องเป็นผู้ที่ตรงและจริงใจ ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจธรรม ไม่ได้ขัดเกลากิเลส แต่ว่าบวช เพราะอยากบวช อย่างนั้น ไม่มีความจริงใจ แต่ถ้าเป็นคนที่จริงใจที่จะขัดเกลากิเลส ย่อมรู้ตนเอง ว่า สามารถที่จะดำรงเพศบรรพชิตได้หรือไม่?

~พระพุทธศาสนา ยิ่งเปิดเผย ยิ่งรุ่งเรือง ไม่ได้จำกัดว่าใครจะเปิดเผยเลย ทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นคำที่ควรฟัง เป็นคำที่ควรจะได้เข้าใจอย่างถูกต้อง ไม่ว่าใครจะพูด

~ผู้ที่ได้ศึกษาพระธรรม น้อมประพฤติปฏิบัติตามพระธรรม กาย วาจา ใจของผู้นั้นก็สงบจากกิเลสขึ้น ซึ่งผู้นั้นเองก็จะรู้สึกตัวว่า เป็นผู้ที่ฝึกแล้ว แต่ว่าฝึกโดยใคร ฝึกโดยพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

~ขณะนี้ทุกคนมีอันตรายรอบข้าง อาจจะคิดว่าเป็นอันตรายจากโจร จากผู้ร้าย จากคนที่ไม่หวังดี แต่บุคคลเหล่านั้นไม่สามารถจะทำร้ายใจของท่านได้ อย่างมากที่สุดที่จะทำร้ายได้ ก็คือทำร้ายกาย ทำร้ายทรัพย์สมบัติ แต่สำหรับจิตใจนั้นต้องเป็นกิเลสของท่านเอง เพราะฉะนั้นทุกคนกำลังอยู่ในที่ที่ไม่ปลอดภัย แล้วแต่ว่าขณะใดกิเลสจะเกิดขึ้นทำร้ายเมื่อใด

~การฟังพระธรรม มีพระธรรมคือคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้วเป็นศาสดาแทนพระองค์  เหมือนเมื่อครั้งที่พระองค์ยังไม่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ตรงกันเลย คำไหนที่ตรัสไว้แล้ว  คำนั้นก็ยังดำรงอยู่ เป็นคำของพระองค์ ไม่ใช่คำของคนอื่น

~ผู้ที่เห็นประโยชน์ของพระธรรม ก็จะไม่ละเลยในการฟังพระธรรม เพราะรู้ว่าหนทางเดียวที่จะรู้จักพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็คือ ฟังแล้วก็มีความเข้าใจว่า ทั้งหมดจากการที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้ ซึ่งลึกซึ้งละเอียดอย่างยิ่ง ถ้าเราไม่ได้ฟังพระธรรม ก็พูดคำที่ไม่รู้จักตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคำอะไรทั้งสิ้น.

 

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๓๙๖

 


...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ... 
 



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
Moey_vateekarn
Moey_vateekarn
วันที่ 31 มี.ค. 2562

อนุโมทนา สาธุ ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 31 มี.ค. 2562

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 31 มี.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 31 มี.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Chinjang
Chinjang
วันที่ 31 มี.ค. 2562

กราบอนุโมทนาสาธุครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
siraya
วันที่ 1 เม.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
jaturong
วันที่ 1 เม.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
peem
วันที่ 1 เม.ย. 2562

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 2 เม.ย. 2562

...ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิต ขอว อ.คำปั่น ด้วยค่ะ...

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
panasda
วันที่ 2 เม.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 5 เม.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
pairojj
วันที่ 7 เม.ย. 2562

อนุโมทนาครับ

 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ