เมื่อเข้าใจถูก ย่อมทำถูก...ประมวลสาระสำคัญ จากการสนทนาธรรมที่บ้านธัมมะ ลำพูน ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  17 ก.ค. 2561
หมายเลข  29923
อ่าน  1,335

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ประมวลสาระสำคัญ
จากการสนทนาธรรม
ที่บ้านธัมมะ ลำพูน
วันอังคารที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑




 

~บางคนพอได้ยินคำว่าธรรม ก็งง พยายามไปหาธรรม แต่ไม่รู้ว่าธรรมอยู่ไหน แต่ถ้าเราใช้ภาษาไทย ก็คือ ธรรม คือ เดี๋ยวนี้ สิ่งที่มีจริงเดี๋ยวนี้ใครรู้บ้าง เพราะไม่รู้ แล้วก็มีผู้ทรงตรัสรู้คือพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงแสดงความจริงให้คนที่เกิดมาในสังสารวัฏฏ์ เกิดแล้วก็เป็นอย่างนี้ในแต่ละชาติ ตายแล้วก็เกิด เกิดแล้วก็ตาย ก็เป็นอย่างนี้ แต่ไม่รู้ เพราะฉะนั้น ธรรมก็คือสิ่งที่มีจริง แต่ไม่รู้ จนกว่าจะมีการตรัสรู้ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งก็รู้สิ่งที่มีแต่เราไม่เคยรู้มาก่อน

~ฟังธรรม ไม่ใช่ว่าเราจะต้องไปรู้คำยากๆ แต่เริ่มรู้ว่า ความไม่รู้มีตั้งแต่เกิดจนตาย ถ้าไม่ได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเมื่อฟังแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะไปรู้อย่างอื่น แต่รู้สิ่งที่กำลังมีตามปกติตามธรรมดา และมีความเข้าใจที่มั่นคงขึ้นๆ

~ธรรมเป็นสิ่งที่มีจริง ฟัง เพื่อเข้าใจถูกต้องว่า ไม่ใช่เราเพราะอะไร เพราะว่าเพียงเกิดขึ้นแล้วก็ดับไปไม่กลับมาอีกเลย ค่อยๆเข้าใจไป จะเร่งรัดให้ทุกคนเข้าใจธรรมหมดเดี๋ยวนี้ เป็นไปไม่ได้เลย ไม่ใช่หนทางด้วยความเป็นตัวตนที่จะไปให้ความรู้ การละ เกิดขึ้น แต่ว่าต้องเป็นความเข้าใจทีละเล็กทีละน้อย เพราะไม่รู้ จึงติดข้อง แต่เมื่อรู้แล้วก็ค่อยๆละคลายความติดข้อง

~ฟังธรรมเพื่อให้เข้าใจสิ่งที่กำลังมีในขณะนี้ตามความเป็นจริง

~ฟังแล้วรู้ จึงค่อยๆละคลายความไม่รู้  

~ความเข้าใจ ทำให้ค่อยๆละความไม่รู้ เพราะว่าถ้าตราบใดยังมีความไม่รู้ ก็เป็นอย่างนี้ เกิดแล้วก็ตาย แล้วก็เกิดอีกแล้วก็ตายอีก ไม่จบ ไม่มีการออกไปจากการเกิดการตายได้เลย 

~ขณะที่เข้าใจ ก็ค่อยๆละคลายความไม่รู้ ไม่ต้องไปหวังหรือต้องการอะไร เพราะเหตุว่าไม่สามารถเป็นไปได้ด้วยความหวังหรือความต้องการ แต่ว่าขณะใดที่มีความเข้าใจถูกเห็นถูกเกิดขึ้น ความไม่รู้ ความติดข้อง และความเข้าใจผิดก็จะลดน้อยลง 

~ทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือปัญญา ทำให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

~พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงทุกคำ น้อมนำไปสู่ความเข้าใจที่ถูกต้องว่าเป็นอนัตตา คือ ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตน ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสะสมบารมี (คุณความดีที่จะทำให้ถึงฝั่งของการดับกิเลส) ถึงความเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็จะมีคำแต่ละคำซึ่งเป็นปัญญาที่จะทำให้คนฟังเกิดปัญญาความเข้าใจถูกเห็นถูก เพราะฉะนั้น พระองค์จึงได้ทรงแสดงพระธรรม ให้เข้าใจ

~โลภะ เกิด มีหน้าที่เดียว คือ ติดข้อง ซึ่งมีมาก ตั้งแต่อ่อนที่สุดจนกระทั่งแรงที่สุด มีกำลังกล้า

~สิ่งที่ชาวโลกไม่รู้ แต่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และทรงแสดงธรรมโดยละเอียดลึกซึ้งอย่างยิ่ง คือ ทรงแสดงถึงจิตแต่ละขณะเกิดพร้อมกับเจตสิก(สภาพธรรมที่เกิดประกอบพร้อมกับจิต)กี่ประเภท เมื่อไหร่ ขณะไหน เพราะฉะนั้น จึงเป็นอภิธรรม ธรรมที่ลึกซึ้งละเอียดยิ่ง ทรงแสดงเพื่อให้เข้าใจถูกต้องว่า ไม่มีเรา ไม่ใช่เรา แต่เป็นธรรมทั้งหมด

~แต่ละคนก็เป็นแต่ละหนึ่งๆ ถ้าไม่มีธรรมเลยจะมีคนนั้นคนนี้ไหม  เพราะตามความเป็นจริงแล้วไม่มีสัตว์ บุคคล แต่มีธรรม แล้วใครจะเปลี่ยนแปลงลักษณะของสภาพธรรมได้? ไม่มีทางเป็นไปได้เลย

~ที่ว่าตาย ก็คือ จิตขณะสุดท้ายของชาตินี้ เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่ที่จะทำให้สิ้นสุดความเป็นคนนี้

~ตายแล้วเกิดแน่(สำหรับผู้ที่ยังมีกิเลสซึ่งเป็นเครื่องเศร้าหมองของจิต อยู่) เหมือนเมื่อสักครู่ดับแล้ว ก็ต้องมีขณะนี้ หรือว่าวันนี้ มี ก็ต้องมีขณะต่อไป ถ้ายังคงเป็นผลของกรรมนี้ ก็เป็นพรุ่งนี้ของคนนี้ แต่ถ้าสิ้นสุดความเป็นบุคคลนี้ ก็จะไม่เป็นพรุ่งนี้ของคนนี้ แต่จะเป็นขณะต่อไปของกรรมที่จะทำให้เกิดเป็นบุคคลใหม่ต่อไป

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงธรรมเพื่ออะไร? เพื่อความเข้าใจถูก ถ้าไม่เข้าใจ ก็ลดละอะไรไม่ได้, ความจริงเป็นอย่างไร พระองค์ทรงแสดงธรรมตลอด ๔๕ พรรษาเพื่อให้คนได้มีโอกาสได้ยินได้ฟัง, คนที่มีโอกาสได้ยินได้ฟัง รู้คุณค่าของพระธรรมและพระวินัย เพราะฉะนั้น แต่ละหนึ่งคนก็มีความหวังดีต่อคนอื่นที่จะให้เขาได้มีความเข้าใจถูก ก็ทำทุกอย่าง มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ทำทุกทาง เพื่อให้คนเข้าใจถูก เมื่อเขาเข้าใจถูก เขาย่อมทำสิ่งที่ถูก แต่ว่าถ้าเขาไม่เข้าใจ เราจะไปทำอะไรเขาได้  แต่ว่า ดีกว่าให้ไม่เข้าใจใช่ไหม มิฉะนั้น พระพุทธศาสนา คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็อันตรธาน(สูญสิ้นไป)

~เมื่อมีความหวังดีที่จะให้ทุกคนได้เข้าใจความจริงตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดง กล่าวได้ว่า เราได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แล้วสำหรับในชาตินี้

~ถ้าเขายังไม่เข้าใจธรรมตราบใด เขาก็ยังทำผิด คิดผิดตลอดไป จนกว่าจะเข้าใจ   เพราะฉะนั้น ถ้ามีใครที่เข้าใจถูกแล้วจะทำอะไรมากน้อยแค่ไหน ตามกำลังของความมั่นคงของการเห็นประโยชน์ ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุดเท่าที่จะทำได้  เราจะเปลี่ยนโลกเราเปลี่ยนไม่ได้ แต่อย่างน้อยที่สุดก็ได้ทำประโยชน์ให้คนได้เข้าใจถูกต้อง

~
พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดำรงอยู่ได้ด้วยความเข้าใจถูก  ไม่ว่าจะเป็นคฤหัสถ์หรือบรรพชิตซึ่งเป็นพุทธบริษัท

~พระ คือ  ผู้ประเสริฐ ประเสริฐตรงไหน? ไม่ใช่พูดลอยๆ ต้องมีเหตุผล ประเสริฐตรงไหน? ประเสริฐตรงที่ประพฤติตามพระธรรมวินัย ซึ่งต้องมีความเข้าใจในพระธรรมวินัย เพราะว่าถ้ามีความเข้าใจถูกต้องแล้วจะไปทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามพระธรรมวินัยได้ไหม? ก็ไม่ได้,  ผู้ที่เข้าใจและประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย เท่านั้น ที่เป็นภิกษุในพระธรรมวินัย.

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง

และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 17 ก.ค. 2561

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง
ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของอาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย เป็นอย่างยิ่ง ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
panasda
วันที่ 18 ก.ค. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
peem
วันที่ 18 ก.ค. 2561

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
thilda
วันที่ 19 ก.ค. 2561

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 20 ก.ค. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
Sottipa
Sottipa
วันที่ 26 ก.ค. 2561

กราบอนุโมทนา

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ