Print 
ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม   ... ครั้งที่ ๓๕๒
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  20 พ.ค. 2561
หมายเลข  29749
อ่าน  712

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม   ... ครั้งที่ ๓๕๒

~พระภิกษุ ท่านบวชแล้ว  เห็นภัยแล้ว  ต้องประพฤติอย่างไร เพราะก้อนข้าวที่ได้จากชาวบ้านเพราะเขาเห็นความดี  เมื่อเขาเห็นความดีแล้ว  แต่ไม่มีความดีที่จะไปให้เขา(จะเป็นอย่างไร สมควรหรือไม่?)  ลองคิดดู  ถ้าระลึกได้ว่า  แม้แต่ทุกคำข้าว มาจากชาวบ้าน ท่านต้องศึกษาธรรม ขัดเกลากิเลส(เครื่องเศร้าหมองของจิต)  นั่นแหละ คือ ความดี ที่จะตอบแทนก้อนข้าว(ของชาวบ้าน)

~อย่างไรก็ต้องตาย  ก็ทำความดีให้มากที่สุด ไม่ดีกว่าหรือ?   เข้าใจพระธรรมให้มากที่สุด ไม่ดีกว่าหรือ?  จะได้ติดตามไปได้ จะทิ้งโอกาส(แห่งการสะสมความดีและฟังพระธรรม) ได้อย่างไร?

~ปัญญาไม่ทำให้เกิดโทษภัยใดๆเลย

~ถ้าเป็นความเห็นแก่ตัวหรือเป็นเรา  ไม่มีทางที่จะเห็นประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ได้ว่า  เมื่อมีความเข้าใจ(พระธรรมวินัย)แล้ว  คิดถึงคนอื่นที่เขาไม่เข้าใจบ้างไหม  และโดยเฉพาะขณะนี้ประเทศชาติบ้านเมือง   เราก็รู้อยู่ว่า   พระพุทธศาสนาเวลานี้เป็นอย่างไร เสื่อมโทรมขนาดไหน  ก็เป็นที่ประจักษ์แจ้ง  เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ร่วมแรงร่วมใจกัน ก็คือว่า  ไม่มีใครสามารถที่จะดำรงรักษาพระพุทธศาสนาไว้ได้  ก็อยู่ที่ทั้งความเข้าใจธรรม และเห็นประโยชน์  แล้วก็กุศลทั้งหลายที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง  ไม่มีอะไรมายับยั้งได้เลย

~ต้องไม่ลืมว่า คำสอนทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ยิ่งเปิดเผย ยิ่งรุ่งเรืองเพราะฉะนั้น  ถ้าเราไม่พูด เราปกปิดไว้ ไม่กล่าวถึง ด้วยประการใดๆก็ตาม 
ขณะนั้น เราก็ไม่ได้ทำให้คนอื่นได้รับประโยชน์อะไรจากพระธรรม

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ควรกล้าอย่างยิ่งที่จะเปิดเผย  ให้ได้เข้าใจถูกต้อง

~การกระทำทั้งหมดที่จะให้คนได้เข้าใจความถูกต้อง ไม่ผิด ควรทำ
ถ้าใคร ไม่ทำ ก็ใจดำหรือเปล่า?

~พุทธบริษัทด้วยกัน ก็ช่วยกันบำรุงรักษาพระพุทธศาสนา  ไม่ให้มีการกระทำที่เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา

~คำใดที่เป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคำ เป็นประโยชน์

~เมื่อมีความเข้าใจธรรมแล้ว มีหรือที่จะไม่ขัดเกลากิเลส?

~ชาวพุทธคือผู้รู้  ถ้าไม่รู้ จะเป็นชาวพุทธได้หรือ?

~ฟังพระธรรมเพื่อค่อยๆเข้าใจว่า ไม่มีเรา

~ที่ใดมีปัญญา ที่นั่นจะไม่มีโลภะ

~ถ้าเป็นผู้ตรง คือ  มากไปด้วยความไม่รู้  อะไรๆ  ก็ไม่รู้  จริงหรือไม่?

~เบิกบานที่มีโอกาสได้เข้าใจความจริง  แม้จะเพียงเล็กน้อยก็มีประโยชน์  ถ้าได้ฟังอีกก็จะค่อยๆเข้าใจขึ้น

~ปัญญาเท่านั้นที่จะทำให้รู้ว่า  หนทางใด ถูก  หนทางใด ผิด

~เสียเวลาจริง ๆ  เสียประโยชน์ของตนเองจริง ๆ  ในขณะที่โกรธคนอื่น   ตนเองเท่านั้นที่เดือดร้อนเพราะความโกรธของตนเอง

~การที่จะเป็นคนดีได้จริงๆ ก็คือ ต้องดีถึงกับหมดกิเลส   แต่ว่าเมื่อไม่สามารถจะดับกิเลสหรือหมดกิเลสได้    ก็จะต้องอบรมเจริญเหตุ คือความดีที่จะให้หมดกิเลสไปเรื่อยๆจนกว่าปัญญาจะดับกิเลสได้   เพราะเหตุว่าการจะเป็นคนดีจริงๆ ก็คือต้องเป็นผู้ที่มีปัญญาและดับกิเลส

~วันหนึ่งๆจะเห็นได้ว่า ต้องอบรมเจริญกุศลต่อไปอีกๆ จนกว่ากุศลจะเพิ่มขึ้นๆจริงๆและในวันหนึ่งๆ ทุกคนซึ่งเป็นผู้ตรง ก็จะรู้ได้ว่า กุศลเกิดมากหรือน้อยเทียบกับเวลาของวันเวลาในวันหนึ่ง ตอนเช้ามีกุศลสักกี่ขณะ กี่เหตุการณ์ ตอนกลางวัน มีกุศลหรือเปล่าตอนเย็นมีกุศลไหม  หรือว่าโลภะบ้าง โทสะบ้าง และก็ความหวั่นไหวด้วยอคติต่างๆบ้าง

~การศึกษาธรรมต้องเป็นเรื่องละเอียดจริงๆ ไม่ใช่เพื่อเหตุอื่น แต่เพื่อที่จะให้พิจารณาจนกว่าจะเข้าใจแจ่มแจ้งถูกต้องตามความเป็นจริง ถ้ามิฉะนั้นแล้ว    การศึกษาธรรมจะไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่ใช่ศึกษาเพื่อให้เข้าใจสภาพธรรมตรงตามที่พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงไว้

~ถ้าได้ศึกษาเรื่องของสภาพธรรมโดยละเอียดขึ้น เท่าที่สามารถจะเข้าใจได้ ก็จะทำให้เห็นความเป็นอนัตตายิ่งขึ้น

~มีความสำคัญมาก ที่ว่าเมื่อศึกษาแล้ว ต้องพิจารณาจึงจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริง  มิฉะนั้นแล้ว อาจจะเข้าใจธรรมผิด เป็นเหตุให้ประพฤติปฏิบัติผิด ซึ่งเป็นโทษ เป็นทุกข์สิ้นกาลนาน  เพราะฉะนั้น ถ้าศึกษาธรรมแล้วต้องพิจารณา เพื่อที่จะได้ประพฤติปฏิบัติให้ถูก ต้องเข้าใจว่าที่ศึกษานี้ เพื่อประพฤติปฏิบัติถูก หนักแน่นมั่นคงที่จะฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมเพื่อเข้าใจธรรมตามความเป็นจริง

~สิ่งใดที่เป็นสิ่งที่มีจริง  สิ่งนั้น ใคร ๆ ก็เปลี่ยนแปลงให้เป็นอย่างอื่นไม่ได้

~ถ้ายังไม่รู้ต่อไป  ก็ละความไม่รู้ ไม่ได้   ปัญญาเท่านั้นที่จะละความไม่รู้ ได้

~ขณะนี้เป็นโอกาสของการฟังพระธรรมที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง   ซึ่งเป็นสิ่งที่คิดเอาเองไม่ได้

~ถ้าเป็นกาล(เวลา) แห่งการฟังพระธรรม     ก็ควรฟังพระธรรม

~การฟังพระธรรม  เป็นการฟังในสิ่งที่ประเสริฐที่คนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้ฟัง น้อยคนจริง ๆ ที่จะได้ฟังซึ่งจะต้องเป็นผู้ที่กระทำบุญมาแล้วตั้งแต่ชาติปางก่อนสะสมศรัทธา เห็นประโยชน์ของพระธรรม เคยได้ยินได้ฟังพระธรรมมาแล้ว จึงจะได้ฟัง

~คนไม่ดีนั้น  มีมากแน่ ๆ  แต่สำหรับบุคคลผู้มีปัญญาแล้ว    ถึงแม้คนอื่นจะเกิดอกุศล แต่ตัวท่านเอง ก็สามารถที่จะไม่เกิดอกุศล ได้

~พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้ทรงแสดงธรรมให้คนอื่นเป็นคนชั่ว หรือ เป็นคนเลว  แต่เพื่อประโยชน์ของผู้ฟังเองที่ต้องเป็นผู้ที่มั่นคง หนักแน่นในการที่จะเป็นคนดี  แต่ว่าจะดีขึ้นก็ต่อเมื่อได้เข้าใจพระธรรมเพิ่มขึ้นด้วย

~คนที่มีความเห็นผิด ไม่ใช่เป็นโทษเฉพาะตนคนเดียวเท่านั้น     แต่ก็ยังเผยแพร่ความเห็นผิดออกไปสู่บุคคลเป็นจำนวนมากด้วย

~ความเห็นผิดมีโทษมากจริงๆ แม้ว่าจะได้พบพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างพวกอัญญเดียรถีย์    ก็ยังไม่สามารถที่จะพิจารณาในพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงได้    ยังคงยึดถือความเห็นผิดต่อไป

~ถ้าเป็นหนทางที่ผิด ก็จงอย่าได้ปฏิบัติเลย เพราะเหตุว่าไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร นอกจากจะมีความยึดถือในข้อปฏิบัติที่ผิดนั้น ยิ่งขึ้น

~ความไม่รู้ ทั้งหมด  ทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~ชาวพุทธควรจะได้ระลึกถึงหน้าที่ของตนในฐานะของชาวพุทธ ว่า    ต้องศึกษาพระธรรม เข้าใจคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเห็นว่า เป็นคำสอนที่ประเสริฐยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด  ที่ควรจะศึกษาให้เข้าใจถูกอย่างต้องแล้วประพฤติปฏิบัติตามด้วย

~เมื่อครั้งที่พระผู้มีพระภาคได้ทรงตรัสรู้แล้วทรงแสดงพระธรรม   มีแต่การทรงแสดงพระธรรมให้คนอื่นเข้าใจ  ไม่มีการที่จะตั้งสำนักปฏิบัติให้คนไม่รู้อะไรเลยไปปฏิบัติอะไรก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ สำนักปฏิบัติจึงเป็นสำนักทำลายพระพุทธศาสนา

~พระธรรมทั้งหมด พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ทรงแสดงความจริงของสิ่งที่กำลังมี ซึ่งถูกปกปิดด้วยอวิชชา(ความไม่รู้)ที่ใครก็รู้ไม่ได้เลยจนกว่าจะได้ฟังพระธรรม

~ธรรม  จะรุ่งเรืองก็ต่อเมื่อมีความเข้าใจถูกต้อง   ไม่ใช่คำสอนผิดๆ  เผยแพร่กันทั่วโลก แต่ไม่ถูกเลย  แล้วก็กล่าวว่า พระศาสนาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  รุ่งเรือง   พูดได้อย่างไร  ต้องพิจารณาก่อน  พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  รุ่งเรือง เมื่อมีผู้เข้าใจถูก   แต่ถ้าไม่พูดคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เข้าใจ   ไม่ใช่พระศาสนารุ่งเรือง   กลับล่มสลาย ถูกทำลาย  ด้วยความเข้าใจผิด

~ไม่ได้ทอดทิ้งธุระในการที่จะศึกษาให้เข้าใจพระธรรม เมื่อเข้าใจพระธรรม ก็สามารถที่จะรู้ว่า  การกระทำใดๆ ที่เป็นการที่จะดำรงรักษาพระศาสนาไว้  ต้องเป็นการกระทำที่ถูก  ถ้าเป็นการกระทำที่ผิด ทำลายพระศาสนา ไม่ใช่ดำรงพระศาสนา

~ฟังด้วยดีด้วยความเคารพเพื่อที่จะเข้าใจคำที่ได้ฟังจะทำให้สามารถนำไปสู่กุศลที่สามารถรู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้

~ธรรม คือ  สิ่งที่มีจริง ถ้าเข้าใจ ก็คือ เดี๋ยวนี้ มีสิ่งที่มีจริง เพราะฉะนั้น   พระธรรมที่ทรงแสดง ก็ทรงแสดงความจริงของสิ่งที่มีจริง

~ทุกครั้งที่เข้าใจ คือ ฟัง(พระธรรม)ด้วยดี  แต่ถ้าฟังแล้ว คิดเอง งง สงสัย แล้วก็คิดเรื่องอื่นไป  ขณะนั้น ไม่ใช่ฟังด้วยดีเลย

~บางครั้งขาดความตั้งใจฟัง(พระธรรม)  เพราะไม่เห็นประโยชน์ ของแต่ละคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  แต่ถ้าเป็นผู้ที่เห็นประโยชน์ ใครจะพูดว่าอย่างไรๆ ก็ไม่สนใจเลย เพราะเหตุว่ากำลังตั้งใจฟัง เขาถาม(ในระหว่างที่กำลังฟังธรรม) ก็ไม่ต้องตอบ  เพราะกำลังตั้งใจฟัง  เนื่องจากขณะนี้  เป็นเวลาของการฟังธรรม.

 

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม   ... ครั้งที่ ๓๕๑ 

 

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ... 
 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
peem
วันที่ 20 พ.ค. 2561 22:08 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 21 พ.ค. 2561 05:54 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
siraya
วันที่ 21 พ.ค. 2561 08:20 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
thilda
thilda
วันที่ 21 พ.ค. 2561 10:15 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
jaturong
วันที่ 21 พ.ค. 2561 16:14 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
วรศักดิ์
วรศักดิ์
วันที่ 21 พ.ค. 2561 17:52 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 21 พ.ค. 2561 20:26 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
มกร
วันที่ 21 พ.ค. 2561 23:03 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 24 พ.ค. 2561 07:12 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 24 พ.ค. 2561 11:13 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 24 พ.ค. 2561 11:13 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
napapongsumran
napapongsumran
วันที่ 2 มิ.ย. 2561 13:36 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
kullawat
วันที่ 18 มิ.ย. 2561 08:22 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ