เถระปลอม
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  22 ก.ย. 2560
หมายเลข  29200
อ่าน  1,975

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


ประมวลสาระสำคัญ
การสนทนาพิเศษ เรื่อง " มหาเถรสมาคม กับ พระธรรมวินัย "
ที่บ้านคุณทักษพล – คุณจริยา เจียมวิจิตร
วันศุกร์ที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๐

---------------------------

---------------------------

~ความเคารพสูงสุดในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ก็คือ  ต้องศึกษาพระธรรมและประพฤติปฏิบัติขัดเกลากิเลสตามพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

~ธัมมเถระ  เป็นผู้ที่มั่นคงในธรรม   ศึกษาพระธรรม   มีความเคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เข้าใจพระธรรมมากเท่าไหร่   ความเคารพยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

~มั่นคงในคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ไม่เปลี่ยนสักคำ   ต้องศึกษาด้วยความเคารพ  ทั้งพระธรรมและพระวินัย   ทั้งหมดเป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระธรรมก็เป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระวินัยทุกข้อก็ทรงบัญญัติด้วยพระองค์เอง  ไม่มีใครสามารถที่จะบัญญัติได้  เพราะฉะนั้น ผู้ที่มีความเคารพยิ่งในพระธรรมวินัย   ไม่ว่าในกาลไหน ก็คือ ผู้ที่ประพฤติตามพระธรรมวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว   

~ถ้าภิกษุใด ไม่ได้ประพฤติตามพระวินัย   ภิกษุนั้น ไม่ได้มั่นคงในพระธรรมวินัย   ไม่ใช่ธัมมเถระ 

~ชาวพุทธต้องศึกษาพระธรรมวินัยให้เข้าใจ  สิ่งใดผิด   ก็ต้องบอกว่าผิด    สิ่งที่ผิดจะบอกว่าถูกได้อย่างไร

~ทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แสดงความลึกซึ้งอย่างยิ่งแค่ไหน   ได้ยินคำเดียว รอบรู้ในคำนั้นหรือเปล่า

~ไม่เข้าใจพระธรรมวินัยเลย  จะไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  จะไม่เห็นคุณในความที่พระองค์ทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้ทรงบริสุทธิ์อย่างยิ่งและทรงมีพระมหากรุณา    ทุกคำของพระองค์  ไม่ได้ไปทำความเดือดร้อนให้ใครเลย  ไม่มีใครจะมีพระมหากรุณาเท่ากับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ด้วยเหตุนี้ พระวินัยทั้งหมด ก็เพื่อความอยู่เป็นสุขของภิกษุ   ภิกษุต้องระลึกได้    ถ้าไม่ประพฤติปฏิบัติตาม  ก็ไม่ใช่ภิกษุผู้ที่จะอยู่เป็นสุขในพระธรรมวินัย  ก็ต้องมีความเดือดร้อน

~ภิกษุจะไปทำอย่างคฤหัสถ์ไม่ได้   ต้องระวังอย่างยิ่งว่าความประพฤติตั้งแต่เช้าจนถึงหลับไป ได้ประพฤติผิดพระวินัยหรือเปล่า

~พระธรรมวินัยที่สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้ว เหมาะควรทั้งหมด ใครเปลี่ยนแปลงไม่ได้   พระธรรมและพระวินัยนั้น คือ พระสัทธรรมที่ดีแล้ว   แต่ถ้ายุคสมัยที่ไม่เป็นไปตามพระธรรมวินัย   ก็ต้องแก้ไขให้กลับคืนสู่พระธรรมวินัย    มิฉะนั้น ก็ลบเลือนคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหมด

~ถ้ามีความเข้าใจที่ถูกต้องตามความเป็นจริง  พระศาสนาก็จะดำรงอยู่ได้   แต่เพราะไม่มีความเข้าใจ  จึงมีความคิดไปต่างๆ กระทำสิ่งต่างๆ ซึ่งคิดว่าถูกต้องแต่ความจริงไม่ถูกต้อง   ดังนั้น จึงต้องกลับมาศึกษาพระธรรมวินัยให้เข้าใจ  และประพฤติปฏิบัติตามด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

~ถ้ากล่าวว่าเป็นชาวพุทธ นับถือพระพุทธศาสนา ก็คือ เคารพสูงสุดในพระธรรมวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว

~บวชเป็นพระภิกษุเพื่ออะไร  อยู่ดีๆ เป็นคฤหัสถ์ก็ฟังพระธรรมเข้าใจได้   เพราะเหตุใดจึงไปบวช   ต้องย้อนไปถึงจุดเดิม ว่า บวชเพื่ออะไร?  มิฉะนั้น ผู้นั้นไม่ใช่ภิกษุ  ถ้าไม่บวชเพื่อศึกษาพระธรรมให้เข้าใจและขัดเกลากิเลสในเพศบรรพชิตตามพระธรรมวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติไว้แล้ว

~ถึงแม้ว่ากาลเวลา ยุคสมัย จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม หรือแม้รัฐบาลจะมีความประสงค์ที่จะให้ประเทศชาติพึ่งพาอาศัยพระภิกษุเพื่อที่จะให้ประชาชนอยู่ในศีลธรรมอันดีงามก็ตาม  แต่อย่างไรก็ตาม ก็จะเปลี่ยนแปลงพระธรรมวินัยไม่ได้    ภิกษุในพระธรรมวินัย  ก็จะต้องเป็นพระภิกษุในพระธรรมวินัย

~วัดคือที่อยู่ของพระภิกษุ  อยู่เพื่ออะไร?  อยู่วัดแล้วทำอย่างคฤหัสถ์ได้ไหม?  เพราะฉะนั้น วัด ก็ต้องเป็นที่อยู่สำหรับผู้ที่มีเพศที่ต่างจากคฤหัสถ์  และตลอดทั้งชีวิตอุทิศเพื่อการศึกษาพระธรรมซึ่งลึกซึ้งอย่างยิ่ง  จึงสละอาคารบ้านเรือนที่จะใช้ชีวิตตลอดชีวิตเพื่อให้เข้าใจธรรมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

~ถ้าพระภิกษุมีความเคารพจริงๆ ในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็จะเห็นประโยชน์ของพระธรรมและพระวินัยทุกข้อ   ประพฤติปฏิบัติตามด้วยความเคารพ  ไม่ฝ่าฝืนหรือไม่ล่วงละเมิด

~บรรพชิตครองจีวร แสดงเพศของศากยบุตร คือ ผู้ที่จะประพฤติดำเนินตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  แล้วทำในสิ่งที่ไม่ดีได้อย่างไร  อย่างเช่น พูดเล่น    พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพูดเล่นหรือ?  เพราะฉะนั้น  ต้องเห็นกิเลสแม้เพียงเล็กน้อย  ต้องเห็นโทษที่น่ารังเกียจจริงๆ   จึงสามารถที่จะมีชีวิตอยู่ในเพศบรรพชิตได้  มิฉะนั้น ก็ไปอบายภูมิ  เพราะหลอกคนอื่น  ลวงคนอื่นโดยการครองจีวรแล้วก็ไม่ประพฤติตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~พุทธะ (ปัญญา)  คือ อะไร   คือ แสงสว่าง  ไม่มีความสว่างใดๆ เปรียบได้  เพราะสามารถส่องให้เห็นสิ่งที่อยู่ในความมืด และทำลายความมืดคืออวิชชา(ความไม่รู้)ของสัตว์โลกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเทวดา พรหม มนุษย์   เพราะฉะนั้น  ปัญญายิ่งใหญ่แค่ไหน   ถ้าไม่ศึกษาพระธรรมจริงๆ ไม่มีทางที่ปัญญาจะเจริญขึ้นได้เลย

~มั่นใจหรือยังว่า ปัญหาทั้งหมดมาจากอกุศลซึ่งมาจากความไม่รู้  เพราะฉะนั้น หนทางแก้ มี,  ถ้ามีคนดี  มีคนที่เข้าใจที่ถูกต้อง  ไม่มีปัญหาเลย    พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีปัญหาไหม   พระอรหันต์ทั้งหลาย มีปัญหาไหม  เพราะฉะนั้น ผู้ที่มีความเข้าใจถูกมีความเห็นถูก ไม่มีปัญหาเลย

~จะไปรบกับความไม่ดี  แล้วจะเอาอะไรไปรบกับความไม่ดี  เอาความไม่ดีไปรบกับความไม่ดีแล้วจะชนะอะไร   นอกจากจะมีแต่ความไม่ดีเพิ่มขึ้น

~พระภิกษุ สามารถช่วยสังคมได้ตามพระธรรมวินัย   ไม่ใช่ว่าไม่ช่วย   แต่ช่วยในสิ่งที่คฤหัสถ์เขาช่วยไม่ได้   เพราะเหตุว่าคฤหัสถ์ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจธรรมอย่างผู้ที่ได้ศึกษาธรรมขัดเกลากิเลสในเพศบรรพชิตซึ่งเป็นหัวหน้าของพุทธบริษัท เพราะฉะนั้น พระภิกษุช่วยคฤหัสถ์ให้มีความประพฤติที่ถูกต้องให้ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันและ(ทำให้คฤหัสถ์)ทำหน้าที่ของคฤหัสถ์ที่ดี   เพราะฉะนั้น พระภิกษุต้องรักษาพระวินัย  ไม่ใช่ไปทำหน้าที่อย่างคฤหัสถ์ 

~ถ้าไม่มีคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  คฤหัสถ์ที่เคยไม่ดี  จะเป็นคนดีได้ไหม

~ถ้าชื่นชมภิกษุที่ไปช่วยทำกิจของคฤหัสถ์  ก็เท่ากับเป็นการทำลายพระศาสนา  ซึ่งไม่ใช่เป็นการที่ควรจะชื่นชม  เพราะเหตุว่า พระภิกษุนั้นไม่ได้ทำกิจของพระภิกษุ   เพราะพระภิกษุสละความเป็นคฤหัสถ์แล้ว   จะไปทำกิจของคฤหัสถ์ได้อย่างไร

~ขณะนี้มีพระภิกษุที่ต้องอาบัติ(ล่วงละเมิดพระวินัย) มากมายในทุกเรื่อง  เพราะไม่มั่นคงในพระศาสนา

~ความมั่นคงความสงบสุข  ก็ต้องมาจากคนดี  เพราะฉะนั้น การที่จะให้คนชั่ว กลับเป็นคนดี ก็ด้วยการที่เข้าใจธรรม  เป็นการชนะความชั่ว ด้วยความดี   ชนะความไม่รู้ ด้วยความรู้

~ภัยและโทษมหาศาล  ถ้ามีใครคิดที่จะเปลี่ยนคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ดีแล้วด้วยพระมหากรุณาคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระปัญญาคุณ

~เมื่อมีพระธรรมวินัยเป็นศาสดาแทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   ก็คือ   ไม่มีเถรสมาคม

~ถ้าสิ่งไหนที่ไม่จริง  ก็ต้องบอกว่าไม่จริง    ถ้าไม่เข้าใจธรรม ไม่เข้าใจพระวินัย  ก็เป็นเถระโดยบวชนานหรือไม่ก็เป็นเถระเมื่อบวชเมื่อแก่     แต่ว่าไม่มีความเข้าใจที่จะดำรงพระศาสนาไว้ได้  เพราะเหตุว่า  ถ้าเป็นเถระที่เป็นธัมมเถระ (ผู้มั่นคงในธรรม)  จะไม่ตั้งเป็นเถรสมาคม   เพราะเหตุว่า มีความเคารพอย่างยิ่งในพระธรรมวินัยซึ่งใครๆ ก็ไม่สามารถที่จะบัญญัติได้ละเอียดอย่างนั้น  เพราะฉะนั้น หน้าที่ของผู้ที่เป็นธัมมเถระ ก็คือ เข้าใจ ศึกษา มั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลงธรรมวินัยใดๆ เลยทั้งสิ้น      ไม่ใช่ว่าเราอยากจะมีเถระปลอม    เพราะของปลอม   ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

~ถ้าเป็นเถระปลอม   รู้ไม่ยากเลย    ใครก็ตามที่คิดจะเปลี่ยนแปลงพระธรรมวินัย นั่นแหละ คือ เถระปลอม     ทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ใครคิดจะเปลี่ยน  ผู้นั้นไม่ใช่เถระ  แม้ผู้เป็นคฤหัสถ์ ถ้าคิดที่จะเปลี่ยนคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ไม่ใช่พุทธบริษัท,   ถ้ามีความเคารพสูงสุดในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  จะกล้าเปลี่ยนคำของพระองค์หรือ?

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง
อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
papon
papon
วันที่ 22 ก.ย. 2560

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ประสาน
วันที่ 22 ก.ย. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
thilda
วันที่ 22 ก.ย. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 23 ก.ย. 2560

     เถระปลอมคือ มหาโจร ข้าวลีบ  ถ้าเป็นเถระแท้อย่างท่านพระอานนท์เถระ ท่านพระสารีบุตรเถระ ท่านพระมหากัสสปะเถระ เป็นต้น วาทะของท่านตรงตามคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกประการ การประพฤติปฏิบัติตรงตามพระธรรมวินัย แม้อาบัติเล็กน้อยก็ไม่ก้าวล่วง ไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งที่ทรงบัญญัติไว้ดีแล้ว.

     ...ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิต อ.คำปั่น เป็นอย่างยิ่งค่ะ...

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 24 ก.ย. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
Somjabonsom
วันที่ 25 ก.ย. 2560

เข้าใจแล้วค่ะ เป็นข้อธรรมที่มีประโยชน์มากๆ แต่ดิฉันขอถามนิดนึงว่า ถ้าพ่อแม่ดิฉันตายไปแล้วจะเอาศพไปไว้ที่ไหน ในเมื่อพระพุทธเจ้าไม่เคยสั่งให้เอาศพไปไว้ในวัดแล้วให้มีพระมาสวด 4 รูป แล้วเราจะบำเพ็ญกุศลให้พ่อแม่ที่ตายไปได้อย่างไร กราบเรียนถามด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
kullawat
วันที่ 25 ก.ย. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 25 ก.ย. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 25 ก.ย. 2560
อ้างอิงจาก ความคิดเห็นที่ 8 โดย Somjabonsom

เข้าใจแล้วค่ะ เป็นข้อธรรมที่มีประโยชน์มากๆ แต่ดิฉันขอถามนิดนึงว่า ถ้าพ่อแม่ดิฉันตายไปแล้วจะเอาศพไปไว้ที่ไหน ในเมื่อพระพุทธเจ้าไม่เคยสั่งให้เอาศพไปไว้ในวัดแล้วให้มีพระมาสวด 4 รูป แล้วเราจะบำเพ็ญกุศลให้พ่อแม่ที่ตายไปได้อย่างไร กราบเรียนถามด้วยค่ะ

การทำบุญอุทิศให้ผู้ที่ละจากโลกนี้ไปแล้ว  ไม่ใช่การสวดพระอภิธรรม  เพราะไม่ได้เป็นไปกับความเข้าใจอะไรเลย  ฟังไม่รู้เรื่อง  ดังนั้น การทำบุญอุทิศให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว  ก็ด้วยความดีทั้งหลาย ทั้งในเรื่องของการให้ทาน หรือแม้กระทั่งการฟังพระธรรม ก็สามารถอุทิศส่วนกุศล ได้   ดังนั้น  จึงเป็นเรื่องของผู้ที่เข้าใจธรรม ที่จะตั้งต้นทำในสิ่งที่ถูกต้อง   แม้ไม่มีการสวดพระอภิธรรม ก็ทำความดีอย่างอื่น อุทิศส่วนกุศล ได้  

ประเด็นจะเอาศพไปไว้ที่ไหน  
ขอเชิญคลิกศึกษาเพิ่มเติมจากหัวข้อนี้ ครับ


สมาชิกรมชมบ้านธัมมะ มศพ. แสดงความเห็นเกี่ยวกับฌาปนสถาน

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
Somjabonsom
วันที่ 28 ก.ย. 2560

เข้าไปอ่านเรื่องฌาปนสถานแล้วค่ะ   เข้าใจแล้วค่ะ  แต่ที่บ้านเกิดดิฉัน  อยู่ต่างจังหวัดไกลจากกรุงเทพ  คงเอามาที่กรุงเทพไม่ได้หละค่ะ    อีกอย่าง ญาติๆ แถวบ้านเขาก็มาลำบากค่ะ    คงต้องอาศัยวัดแถวบ้านจัดการต่อไปค่ะ

      วิธีที่คุณเสนอมาคงทำได้เฉพาะ พวกคนกรุงเทพ ที่ไม่ค่อยมีญาติกระมังมั้งค่ะ  ที่ทำได้

     คนที่รวยๆ ใหญ่โต  คงทำแบบนี้ยาก  เพราะมันเป็นประเพณีมานานแล้ว   นะค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
Somjabonsom
วันที่ 28 ก.ย. 2560

และขออนุญาตถามด้วยนะค่ะ  การเจิมบ้าน   เจิมรถ  ที่พระทำนี่ผิดไหมค่ะ  บางวัดก็ทำบางวัดก็ไม่ทำ

    เเละเรื่องบุหรี่นี่พระสูบนี่ผิดไหมค่ะ เคยถามพระที่สูบท่านบอกว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ห้ามสูบ    แล้วจริงๆ มันเป็นอย่างไรค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 28 ก.ย. 2560
อ้างอิงจาก ความคิดเห็นที่ 13 โดย Somjabonsom

และขออนุญาตถามด้วยนะค่ะ  การเจิมบ้าน   เจิมรถ  ที่พระทำนี่ผิดไหมค่ะ  บางวัดก็ทำบางวัดก็ไม่ทำ

    เเละเรื่องบุหรี่นี่พระสูบนี่ผิดไหมค่ะ เคยถามพระที่สูบท่านบอกว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ห้ามสูบ    แล้วจริงๆ มันเป็นอย่างไรค่ะ

-การเจิมบ้าน การเจิมรถ  ทั้งหมด ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่าเป็น เดรัจฉานวิชา เป็นวิชาที่ขัดขวางทางสวรรค์และมรรคผล ไม่ได้เป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของกุศลธรรม มีแต่ทำให้เกิดความลุ่มหลง ทำให้เสื่อมจากคุณความดีที่จะเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ และ ไม่ควรสนับสนุนด้วย  พระภิกษุทำ ก็เป็นอาบัติทุกกฏ ครับ  
-ประเด็นการสูบบุหรี่ของพระภิกษุ  ควรพิจารณาว่า แม้ไม่ได้มีพระบัญญัติในเรื่องนี้โดยตรง แต่ถ้าพิจารณาตามนัยของมหาปเทศ ๔ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว่ว่า  สิ่งใดที่ไม่ได้บัญญัติไว้ว่าไม่ควร แต่สิ่งนั้นเข้ากับของที่ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร  สิ่งนั้นก็ไม่ควร  เป็นต้น   ก็ต้องคล้อยตามอย่างนี้  อนึ่ง พระภิกษุเป็นเพศบรรพชิต เป็นเพศที่สละทุกสิ่งทุกอย่าง  เพื่อศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญาขัดเกลากิเลสของตนเอง มีความประพฤติคล้อยตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยความจริงใจ  แต่ถ้ายังติดข้องกับสิ่งเสพติดเหล่านี้อยู่ ก็เท่ากับมีความประพฤติไม่คู่ควรแก่ความเป็นบรรพชิต และไม่ได้คล้อยตามความประพฤติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลยแม้แต่น้อย,   การสูบบุหรี่ คฤหัสถ์ด้วยกันเองยังบอกว่าไม่ดีเลย ไม่ดีต่อสุขภาพของตนเอง และบุคคลรอบข้างด้วย   นี่ยิ่งเป็นบรรพชิต ยิ่งจะต้องขัดเกลาเป็นอย่างยิ่ง ครับ

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 4 ม.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ