Print 
ภิกษุในธรรมวินัยไม่รับและไม่ยินดีในเงินและทอง จึงไม่สามารถลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐได้
 
มศพ.
วันที่  8 เม.ย. 2560
หมายเลข  28746
อ่าน  1,811

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๙ รับทราบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี ๒๕๕๙ ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไว้ สามารถมาลงทะเบียน ณ ธนาคารที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ถึงวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๙ และต่อมาได้มีโครงการลงทะเบียนเป็นครั้งที่ ๒ ในปี ๒๕๖๐ โดยมีหน่วยรับลงทะเบียนประกอบไปด้วย ๕ หน่วยงาน ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) คลังจังหวัดทั่วประเทศ (สังกัดกรมบัญชีกลาง) และสำนักงานเขตกรุงเทพฯ ทุกเขต รวมทั้งสิ้น ๓,๖๖๙ สาขา เพื่อขอรับสวัสดิการจากรัฐบาล

ต่อมา นายวิชัย พฤกษ์วัฒนาชัย ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เปิดเผยว่า “ธ.ก.ส. เตรียมหารือกระทรวงการคลังว่าจะให้กลุ่มนักบวชมาลงทะเบียนได้หรือไม่ หลังจากพบว่ามีพระและแม่ชีมาขอลงทะเบียน...” ปรากฏตามข่าวในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ คอลัมน์การเงินการคลัง ลงวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๐ นั้น

มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา มีหน้าที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา โดยก่อตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและการประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ ได้ตระหนักถึงปัญหาเกี่ยวข้องกับการที่ภิกษุขอลงทะเบียนในโครงการดังกล่าวข้างต้น และเห็นควรชี้แจงแก่หน่วยงานของท่านตามพระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปฐมภาค-ทุติยภาค และอรรถกถา หน้า ๙๓๙ ถึง ๙๔๐ เล่ม ๑ ภาค ๓ ซึ่งพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติ ว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอ พึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดง อย่างนี้ว่าดังนี้ อนึ่ง ภิกษุใด รับก็ดี ให้รับก็ดี ซึ่งทองเงิน หรือยินดีทองเงินอันเขาเก็บไว้ให้ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์" ทั้งนี้ เพื่อที่จะได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป

พระพุทธองค์ทรงแสดงว่า พระภิกษุเป็นผู้ที่สละอาคารบ้านเรือน สละวงศาคณาญาติ สละทรัพย์สมบัติมุ่งสู่เพศที่สูงยิ่ง โดยได้รับการอุปสมบทเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา เพื่อศึกษาพระธรรมและอบรมเจริญปัญญาขัดเกลากิเลสของตนเอง ภิกษุสละแล้วซึ่งทรัพย์สินทุกประการ จึงไม่ใช่คฤหัสถ์  และไม่ใช่ผู้มีรายได้น้อยหรือเป็นคนจน ดังนั้น การที่จะพิจารณาให้ภิกษุลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อหวังรับเงินหรือสวัสดิการค่าครองชีพในด้านต่าง ๆ เหมือนคฤหัสถ์จากรัฐบาล  ย่อมไม่เป็นไปตามพระธรรมวินัย

หากภิกษุใดประสงค์จะรับเงินหรือสวัสดิการดังกล่าว จะต้องลาสิกขาเป็นคฤหัสถ์เสียก่อนเพื่อขอรับเงินหรือสวัสดิการนั้น ๆ  จึงจะไม่เป็นการทำลายพระธรรมวินัยของพระพุทธองค์

มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลเกี่ยวกับภิกษุข้างต้นจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาปัญหาภิกษุขอลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการจากรัฐบาลตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐข้างต้น ทั้งนี้ มูลนิธิศึกษาแลเผยแพร่พระพุทธศาสนา มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการทำความเข้าใจและให้ข้อมูลแก่หน่วยงานของท่าน โดยได้แต่งตั้งผู้ประสานงานในด้านการให้ความรู้ความเข้าใจพระธรรมวินัยที่ถูกต้องตรงตามคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งประมวลมาในพระไตรปิฎก ทั้งนี้เพื่อดำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนต่อไป

...ขอความเจริญมั่นคงในกุศลธรรมจงมีแด่ทุกท่าน...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
มานิสาโข่งเขียว
วันที่ 8 เม.ย. 2560 20:45 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ssuwannasri
ssuwannasri
วันที่ 9 เม.ย. 2560 04:11 น.

สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 12 เม.ย. 2560 22:41 น.

ขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
มกร
วันที่ 22 เม.ย. 2560 19:19 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
jitvinyan
jitvinyan
วันที่ 23 พ.ค. 2560 22:42 น.

" อนุโมทนา สาธุ ครับ "

ทองและเงินควรแก่ผู้ใด
แม้กามคุณทั้งห้าก็ควรแก่ผู้นั้น
กามคุณทั้งห้าควรแก่ผู้ใด
เธอพึงจำผู้นั้นไว้โดยส่วนเดียวว่า
มีปกติมิใช่สมณะ
มีปกติมิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
กมลพร
กมลพร
วันที่ 26 พ.ค. 2560 06:45 น.

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
Somporn.H
Somporn.H
วันที่ 11 มิ.ย. 2561 01:16 น.

ขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
thongkhun1937
thongkhun1937
วันที่ 19 มิ.ย. 2561 11:12 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
thongkhun1937
thongkhun1937
วันที่ 19 มิ.ย. 2561 11:12 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ