พระภิกษุในพระธรรมวินัย
 
nattawan
nattawan
วันที่  26 ก.พ. 2559
หมายเลข  27497
อ่าน  898

     ข้อความบางส่วนจากการสนทนาธรรมที่บ้านคุณปริญญา  สีดาโสม  อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี  วันที่ ๒๓-๒๕  ก.พ. ๒๕๕๙

# ขณะใดที่เข้าใจ  ขณะนั้นละความไม่รู้

# กิเลส  สิ่งไม่ดีงามเป็นอกุศล  สามารถดับได้  ผู้รู้หนทางคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์  ทรงแสดงหนทางให้เข้าใจสภาพธรรมขึ้น  จนสามารถดับกิเลสได้

# ให้เงินพระภิกษุเป็นบุญไหม ?  ประเทศไทยเป็นประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาจริงหรือเปล่า ?

เวลาที่ไม่รู้  ก็ทำสิ่งที่ไม่รู้  เมื่อรู้แล้ว  จะทำอีกหรือเปล่า ?  เป็นหน้าที่ของชาวพุทธที่จะต้องดำรงรักษาพระพุทธศาสนา  มิฉะนั้นคำสอนต่าง ๆ ที่ถูกต้องดีงามก็จะเสื่อมไปและไม่กลัวที่จะเผยแพร่สิ่งที่ถูกต้อง  ผิดหรือที่จะพูดความจริง ?

# ปัญญาเป็นทรัพย์ที่ประเสริฐ  เข้าใจความจริงและรู้ได้ทุกอย่าง  เป็นอริยทรัพย์ที่นำมาซึ่งสิ่งที่ปลื้มใจสูงสุดคือ การดับกิเลส

# มีกิเลสยังไม่รู้เลย  แล้วจะไปรู้สิ่งที่ดับกิเลสได้อย่างไร  เพราะไม่รู้ละไม่ได้  มีใครอยากไปนิพพานบ้าง ?  ยังไม่รู้จักเลยว่านิพพานคืออะไร  นิพพานเป็นธรรมที่ไม่เกิดดับ  มีจริง  พ้นจากกิเลส  ต้องฟังธรรมให้เข้าใจ  ปัญญาเท่านั้นดับกิเลสได้

# ภิกษุคือผู้ออกบวช  สละทั้งหมดเพื่อขัดเกลากิเลส  เป็นผู้เห็นโทษของการอยู่ครองเรือน  ซึ่งเต็มไปด้วยกิเลส ( เสียงยังไม่ดับเลย  กิเลสเกิดแล้ว  ความสำคัญตน  ความรักตน  ความเห็นผิดทั้งหมด  เกิดเพราะไม่รู้ )

# อุบาสก อุบาสิกา  คือผู้เข้าใกล้พระศาสนา  เพื่อฟังพระธรรม  เห็นประโยชน์และประพฤติตาม

# ภิกษุที่เห็นแก่เงินทอง  ก็ไม่ต่างจากคฤหัสถ์  เพราะได้สละแล้วทุกอย่างเมื่อออกบวช

# พระวินัยงามพร้อมทั้งกายและวาจา  ไม่ผิดกฏหมายเลยทั้งสิ้น

# พระภิกษุต้องรู้และปฏิบัติตามพระวินัย  ถ้าไม่ปฏิบัติตามก็อาบัติ  ผิดพระวินัยและยังผิดกฏหมายด้วย

# อุบาสก อุบาสิกา ควรเพ่งโทษ  ติเตียนด้วยกุศลจิตต่อภิกษุผู้ทำผิดพระวินัย  เพื่อดำรงรักษาพระพุทธศาสนา

# พระภิกษุคือบุคคลที่อยู่อีกโลกหนึ่งที่สงบยิ่ง  เพื่อขัดเกลากิเลส  ศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัย  ต้องขัดเกลายิ่งกว่าคฤหัสถ์

# พระภิกษุไม่สามารถเรียกร้องสิ่งอื่นนอกจากปัจจัย ๔ ที่คฤหัสถ์ถวาย  เพราะเป็นผู้สละแล้วทุกอย่างเมื่อออกบวช  ภิกษุที่ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย  ก็ไม่ใช่พระภิกษุในพระธรรมวินัย

# วิธีที่จะให้พระภิกษุสำนึกตนเมื่อทำผิดพระวินัยคือ ไม่ทำความเคารพและไม่ถวายปัจจัย ๔

# ปฏิบัติคืออะไร  ไม่รู้อะไรแล้วปฏิบัติ  ไม่มีประโยชน์และไร้สาระ  เพราะไม่มีความเข้าใจถูกเห็นถูก

# คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละคำแสดงถึงสิ่งที่มีจริงขณะนี้

# ไม่มีเวลาฟังพระธรรมเท่ากับไม่มีเวลารู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  จะรู้จักได้อย่างไรถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมที่พระอวค์ทรงแสดง  "ผู้ใดเห็นธรรม  ผู้นั้นเห็นเรา"

# ดีเท่าไรก็ยังไม่พอ  เพราะยังไม่รู้ควา จริง  ยังเป็นเราดี  แล้วเราอยู่ไหน  มีเราจริง ๆ หรือเปล่า  เป็นเราในชาตินี้  จากชาตินี้ไปแล้ว  ชาติหน้าเราอยู่ไหน ?

# เมื่อได้ฟังธรรมแล้ว  ดีขึ้นเพราะเข้าใจขึ้นหรือดีขึ้นและไม่เข้าใจเหมือนเดิม ?

# ทุกครั้งที่มีการฟังธรรม  เป็นการบูชาอย่างสูงสุดของผู้ที่เคารพพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เมื่อฟังธรรมเข้าใจแล้วเผยแพร่ให่ผู้อื่นได้เข้าใจถูกด้วย  และกล้าที่จะพูดตักเตือนด้วยความเป็นมิตร  หวังดีให้สิ่งที่จริงที่ถูกต้อง  เมื่อมีผู้เข้าใจผิดหรือปฏิบัติผิด  เพื่อดำรงรักษาพระพุทธศาสนาเพื่อประโยชน์สุขของคนอื่นต่อไป  ไม่ใช่เอาตัวรอดและเมินเฉยต่อพุทธบริษัทอื่น

# ไม่เข้าใจแล้วไปปฏิบัติ  เป็นความไม่รู้ที่ปฏิบัติ

# เป็นผู้ตรงที่สุด  เมื่อปัญญารู้ความจริง

# พระธรรมไม่ผิด  พระธรรมตรง  ทรงแสดงพระธรรมโดยละเอียดยิ่งเป็นพระอภิธรรม  ละเอียดลึกซึ้งยิ่งกว่าทุกวิชาในจักรวาล

# กล่าวว่านับถือพุทธไม่ได้  ถ้าไม่ได้ศึกษาและเข้าใจคำสอน

# พระภิกษุเป็นหัวหน้าของพุทธบริษัท  เพราะฉะนั้น  หัวหน้าต้องไม่ใช่โจร

# ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นผู้สร้างพระเชตวัน  ไม่ใช่ภิกษุเป็นผู้สร้างสัด  ภิกษุที่สร้างวัดนั้นทำกิจใดมนพระพุทธศาสนา ?

# สมบัติที่พระภิกษุมีได้ ๘ อย่าง คือ สบง จีวร สังฆาฏิ บาตร ผ้าประคตเอว ที่กรองน้ำ มีดโกน และเข็ม  พอไหม ?  ผู้ที่พอคือผู้ที่มีอัธยาศัยที่จะดับกิเลส

# บุญที่ทำไว้แต่ปางก่อน  ทำให้ได้ฟังธรรม  เห็นประโยชน์ของพระธรรม  มีความเข้าใจเป็นของตนเอง

# สิ่งที่ประเสริฐที่สุดคือความจริง  คำจริงที่ทำให้เข้าใจความจริงถึงที่สุดคือคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพียงคำเดียวที่เป็นคำจริงมีค่ามากกว่าหลาย ๆ คำที่ไม่จริง

# ธรรมคือสิ่งที่มีจริง  แค่ฟังไม่พอ  ต้องฟังต่อไปอีกจนกว่าจะเข้าใจขึ้น ๆ ซึ่งต้องใช้เวลานานมาก  ต้องอดทนฟังจนกว่าจะเข้าใจจริง ๆ  สภาพธรรมปรากฏอย่างที่เคยฟัง

# ขณะที่ฟังว่าธรรมคืออะไรและเข้าใจมั่นคงไม่เปลี่ยน  รอบรู้ว่าไม่ใช่อื่นนอกจากสิ่งที่มีจริงเป็นสัจญาณ  มั่นคงในความจริงของสิ่งที่มีจริง เป็นธรรม เป็นอนัตตา คือ "ปริยัติ" รอบรู้ในพระพุทธพจน์  "ปฏิบัติ" รู้ว่าสิ่งที่ถูกเห็นไม่ใช่เห็น  รู้และเข้าใจจริง ๆ ของสิ่งที่มีจริง  เข้าใจแม้เห็นที่กำลังเห็น  "ปฏิเวธ" การประจักษ์แจ้ง

# แข็งรู้อะไรไหม  พูดได้ไหม  แข็งเป็นอะไร  ที่ตัวมีแข็งไหม ? ( ทุกคนอดคิดไม่ได้จากที่เคยคิดเพราะไม่รู้ ทำให้กั้นความเข้าใจของสิ่งที่ได้ฟังใหม่ )  มี  แต่แข็งที่ตัวเป็นแข็งหนือเป็นนิ้ว ?  เป็นแข็ง  ไม่ใช่นิ้ว  ไม่ใช่เรา  แข็งมีจริง ๆ ( พูดถึงความจริงตามความเป็นจริงของสิ่งนั้น  ไม่ใช่คิดเหมือนที่เคยคิด ) เป็นธรรมอย่างหนึ่ง  เปลี่ยนแข็งเป็นหวานไม่ได้  สิ่งที่มีจริงแท้มีลักษณะของตน ๆ ไม่เปลี่ยน  ไม่ปะปนกัน  ไม่ใช่เรา  ไม่ใช่ของเรา  เกิดและดับแล้วไม่กลับมาอีกเลย  และเป็นอนัตตา  แม้ไม่เรียกชื่อก็มีแข็งจริง ๆ  พิสูจน์ได้เดี๋ยวนี้  เพราะเกิดแล้วดับแล้ว  ไม่มีใครยับยั้งได้  

# กล่าวว่าพระธรรมยากมาก  เป็นการสรรเสริญพระปัญญาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

     อนุโมทนาในคุณความดีและกราบบูชาคุณท่านอ. สุจินต์  บริหารวนเขตต์

     อนุโมทนาเจ้าภาพคุณปริญญา  สีดาโสมและภรรยา

     อนุโมทนาในกุศลจิตของทกท่านค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 26 ก.พ. 2559 17:04 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลวิริยะ ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
Nitchare
วันที่ 27 ก.พ. 2559 09:07 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 28 ก.พ. 2559 19:01 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 4 มี.ค. 2559 22:38 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 13 มี.ค. 2559 17:14 น.

     ขอ นุโมทนาในกุศลวิริยะค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
athisamai
วันที่ 9 พ.ค. 2559 08:21 น.

ยินดีในบุญและขอบคุณครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
kemuta
kemuta
วันที่ 26 ก.พ. 2560 16:47 น.


สาธุบุญครับ
ข้อความมีประโยชน์
ขออนุญาตินำความรู้ไปแชร์ในเพจ ของวัดนะครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ