Print 
ธรรม..คิดเองไม่ได้
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่  3 ธ.ค. 2558
หมายเลข  27280
อ่าน  787

ธรรม..คิดเองไม่ได้

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กรุณายก  หลายๆตัวอย่าง ของข้อความที่กล่าวแล้ว...ไม่  เป็นการแสดงให้เห็นว่า ...คิดธรรมเอง / และหลายๆตัวอย่าง ของข้อความที่กล่าวแล้ว...เป็นการแสดงให้เห็นว่า...คิดธรรมเอง / กรุณายกคำอธิบายของท่านอาจารย์สุจินต์ฯ เกี่ยวกับ"ธรรม..คิดเองไมได้"ด้วยค่ะ / พิจารณาธรรม ต้องมี"คิด" ร่วมอยู่ด้วยไหม  / คิด  ต่างกับ  พิจารณาอย่างไร / พิจารณา มีองค์ธรรมอย่างไรบ้าง

ขอบพระคุณที่อนุเคราะห์ให้ความรู้ความเข้าใจค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 3 ธ.ค. 2558 15:41 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

เชิญอ่านคำบรรยายท่านอาจารย์สุจินต์ในเรื่องนี้ที่อธิบายไว้ดีแล้ดังนี้ครับ

    พระธรรมเป็นสิ่งที่ละเอียดลึกซึ้ง ใครๆก็คิดเองไม่ได้ทั้งหมด ไม่มีใครสามารถจะคิดได้เลย เช่นในขณะนี้ สิ่งที่กำลังปรากฏ ใครรู้บ้างว่าจริงๆแล้วเป็นอะไร ชาวพุทธก็คงจะชินกับคำว่า “อนัตตา” โดยมากจะได้ยิน “อัตตา” กับ “อนัตตา” อัตตาก็คือความยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นเรา ตั้งแต่เกิด ก็มีเราเกิด แต่ว่าจากการตรัสรู้ก็ทรงแสดงว่า ธรรมทั้งหลาย คือ สิ่งที่มีจริงทั้งหมด ทุกขณะเป็นอนัตตา หมายความว่าไม่ใช่สิ่งที่เที่ยงถาวร หรือว่าเป็นของใคร คนใดคนหนึ่ง เป็นสภาพธรรมที่เกิดเพราะมีเหตุปัจจัย แล้วก็ดับไป แต่ว่าผู้ที่ไม่ได้ฟังพระธรรมเลยก็จะมีชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย โดยที่ไม่เข้าใจเลยว่า สิ่งที่มีในชีวิตประจำวันทั้งหมด พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญพระบารมีที่จะตรัสรู้ความจริงแท้ของสิ่งที่ปรากฏจนตลอด จนกระทั่งสามารถที่จะดับกิเลสเป็นสมุจเฉท แล้วก็ทรงประกอบด้วยพระญาณซึ่งบุคคลอื่นไม่มี ที่จะทรงแสดงธรรม คือ การใช้คำที่จะทำให้คนอื่นได้ยินได้ฟังแล้วค่อยๆ เข้าใจถูกต้องในสิ่งที่ปรากฏ ตรงกับคำที่ทรงแสดงว่าอนัตตา สภาพธรรมที่มีจริงถ้าผู้ใดตรัสรู้ความจริงไม่เปลี่ยน ไม่มีใครสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมนั้นได้เลย

     เพราะฉะนั้นแม้แต่เพียงคำเดียวคือคำว่า “อนัตตา” เราจะต้องฟังจนค่อยๆมีความเห็นถูกว่า ธรรมเป็นอะไร แล้วก็เป็นอนัตตาจริงหรือไม่ แล้วก็จนกระทั่งถึงสามารถที่จะรู้แจ้ง ความเป็นอนัตตาของสภาพธรรมนั้น จนสามารถดับกิเลสได้เป็นสมุจเฉท

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 3 ธ.ค. 2558 17:09 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 



  ธรรม คิดเองไม่ได้    ถ้าคิดเอง ผิดแน่นอน  เป็นการประมาทในพระปัญญาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ไม่รู้เลยว่า พระพุทธเจ้า เป็นใคร ทรงแสดงอะไร เพื่ออะไร   เพราะในฐานะของผู้ที่เป็นสาวกแล้ว  ล้วนเป็นผู้ที่ได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  ซึ่งเกิดจากการทรงตรัสรู้ความจริงของพระองค์แล้วทรงมีพระมหากรุณาเกื้อกูลต่อสัตว์โลกให้พ้นจากความไม่รู้และกิเลสทั้งหลาย จึงทรงแสดงความจริง ประกาศพระศาสนา เป็นระยะเวลานานถึง ๔๕ พรรษา เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ผู้ที่ได้ฟังได้ศึกษาอย่างแท้จริง  ดังนั้น  จึงควรอย่างยิ่ง ที่จะได้ฟังพระธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ด้วยความละเอียดรอบคอบ และ เคารพอย่างยิ่ง  เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกในธรรมตามความเป็นจริง ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 4 ธ.ค. 2558 09:40 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
peem
วันที่ 4 ธ.ค. 2558 10:00 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
วิริยะ
วันที่ 11 ธ.ค. 2558 10:13 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 15 ธ.ค. 2558 15:03 น.

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 17 ธ.ค. 2558 11:22 น.

ทุกอย่างเกิดจากเหตุปัจจัย   ไม่ว่าจะคิด หรือ พิจารณา  ตามการสะสม  ถ้าไม่ได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าที่ทรงแสดง  ก็ไม่มีทางที่จะเข้าใจความจริงที่ไม่ใช่สัตว์  บุคคล ตัวตน ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 19 ธ.ค. 2558 12:35 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ