Print 
มีเพียงหลับกับตื่น ที่บางส่วนของเยอรมัน ออสเตรีย สโลวีเนีย 2
 
kanchana.c
kanchana.c
วันที่  7 พ.ค. 2558
หมายเลข  26520
อ่าน  901

เมือง Fussen

      หมู่นี้ชีพจรลงเท้า ต้องออกเดินทางไกลจากบ้านอยู่เรื่อยๆ เพิ่งกลับจากชมซากุระบาน

ที่ญี่ปุ่นเกือบ 2 อาทิตย์ ถึงเวลาเบื่ออากาศร้อนจัดที่บ้านพอดี ก็ได้เวลานัดหมายกับคุณหนู

อัญญมณี มัลลิกะมาส และสหายธรรมรวม 10 คน   เรียนเชิญท่านอาจารย์และพี่จี๊ด หลบ

ความร้อนที่กรุงเทพ ไปพักผ่อนที่เยอรมัน ออสเตรีย สโลวีเนีย ตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. 58 - 1

พ.ค. 58 คุณหนู อัญญมณี เป็นนักเขียน ( ทั้งเรื่องธรรมะ เช่น กรรม คำตอบของชีวิต และ

เรื่องอื่นๆ ) และนักท่องเที่ยว เธอและสามี คุณสาธิต โปรดปรานการเดินทางท่องเที่ยวต่าง

ประเทศด้วยตัวเอง โดยเช่ารถขับไปเรื่อยๆ พบที่ไหนสวยก็แวะพัก ถ้าสวยมากก็พักนาน

หน่อย ท่านทั้งสองไปมาหลายประเทศ พบที่ไหนสวยประทับใจ ก็ตั้งใจจะเรียนเชิญ ท่าน

อาจารย์และพี่จี๊ดไปพักผ่อน เหมือนลูกศิษย์ทั้งหลาย

    คราวนี้เธอประทับใจ 3 ประเทศ จึงหาเวลาที่เหมาะสมสำหรับการพักผ่อนและเรียนเชิญ

ท่านอาจารย์   สำหรับเรานั้นอยากไปท่องเที่ยวแบบนี้มานาน คือ เช่ารถขับกันเอง  เลือก

สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม อาหารเอง ( จริงๆ คุณหนูและสามี คุณสาธิตทำกันเองทั้งหมด

พวกเราเพียงอาศัยใบบุญเกาะไปด้วยเท่านั้นเอง ) ถ้าไม่ได้อาศัยท่านทั้งสอง คงไม่มีใคร

ชวนไปด้วย เพราะขับรถก็ไม่ได้  ดูแผนที่ก็ไม่เป็น  พูดภาษาเยอรมันก็ไม่ได้  แถมสุขภาพ

ยังไม่ค่อยแข็งแรง คอยจะง่วงอยู่เรื่อย

     พวกเราบินจากเมืองไทยเวลาเกือบตีหนึ่ง ของวันอาทิตย์ที่ 19 เม.ย.  ทำให้เกือบตก

เครื่องบิน  เพราะคิดว่าเป็นตีหนึ่งของคืนวันจันทร์  โชคดีที่ได้คุยกันก่อน   จึงกลับตัวทัน

มาสมทบกับท่านอาจารย์และคณะตอน 21.30 น.    นั่งหลับๆ ตื่นๆ มาเกือบ 10 ชั่วโมง

ถึงสนามบินมิวนิค เวลา 7.05 น. พบคนไทยมาท่องเที่ยวมากมาย    รวมทั้งสาวไทย ที่

แต่งงานกับชาวเยอรมันด้วย  แต่ละคนล้วนแต่มีอัธยาศัยดี เป็นมิตรและพร้อมช่วยเหลือ

ช่วงเวลาสั้นๆที่พบกันก็ประทับใจ เพราะเป็นกุศลที่ทำกิจให้จิตเบา สบาย เป็นสุข

 

  อากาศข้างนอกสนามบินหนาวเย็น อุณหภูมิ 1 องศา  พวกเรามานั่งรอเวลารับรถเช่า

2 คันที่นี่ มีเวลาเหลือ  จึงซื้อเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ให้คุณแอ้น ภริยาของท่านพลเอกสพรั่ง

ปรุงอาหาร เมนูมื้อเย็นวันแรก คือ ข้าวเหนียว  ที่เตรียมมาจากเมืองไทย ลาบไก่ ต้มจืด

ผักกาดขาว ไข่เจียว ออกจากเมืองไทยมาได้วันเดียว  รับประทานอาหารในเครื่องบิน 2

มื้อ ก็คิดถึงอาหารไทยเสียแล้ว ความติดข้องให้โทษที่ทำให้ยากลำบากในการแสวงหา

อย่างนี้เอง แต่ก็ยังไม่เห็นโทษอยู่ดี เพราะร่วมกันแสวงหาจนได้ทุกอย่างตามความติดข้อง

แต่ถ้าไม่ได้ เกิดโทสะ จึงจะเห็นโทษ  แต่เป็นโทษของโทสะที่ทำให้เดือดร้อน ไม่เป็นสุข

ซึ่งเห็นง่ายกว่า

     ได้รถเช่า 2 คัน สำหรับคุณหนู คุณสาธิต ท่านอาจารย์ และพี่จี๊ด 1 คัน และที่เหลือ อีก

8 คน 1 คัน เมื่อบรรจุกระเป๋าเดินทางก็เต็มแน่น จนต้องใช้เบาะนั่งวางกระเป๋า ขับรถออก

นอกเมืองไปจุดหมายแรกตามคำสั่งของ GPS ซึ่งรายงานเส้นทางด้วยภาษาไทย แม้บาง

ครั้งจะทำให้ขับวนไปมาหลายรอบ เพราะจีพีเอสไม่รู้ว่า ถนนบางเส้นอนุญาตให้เฉพาะรถ

ที่ติดบัตรผ่านเท่านั้น  พอถึงทางเข้ามีเจ้าหน้าที่ห้ามไม่ให้รถเข้า ต้องเชื่อเจ้าหน้าที่ ถอย

หลังกลับ จีพีเอสก็ดื้อดึง บอกทางซ้ำอย่างเก่า จนคนหลงทางอย่างเราจำได้ว่า มาทางเก่า

อีกแล้ว

     แต่ก็ถึงเมือง Fussen ที่ตั้งของปราสาทน้อยสวานช์สไตน์อันเลืองชื่อ ในความวิจิตร

สวยงาม และพาไปจนถึงร้านอาหาร Café Maria ริมทะเลสาป  รับประทานอาหารกลาง

วันมื้อแรกในเยอรมันที่แสนอร่อยจนได้  

     รถแล่นออกจากเมืองไปสู่ชนบท เห็นทุ่งหญ้าเขียวขจี ภูเขาสูงที่ยอดปกคลุมด้วยหิมะ

เห็นเมืองสวยสีส้ม ที่เรียกว่า ฟึซเซ่น เราจะพักที่นี่ 3 คืน ที่พักอยู่นอกเมืองตั้งอยู่ริมทะเล

สาปสีครามสวย เห็นภูเขามีหิมะปกคลุม และปราสาทน้อยช์อยู่ไกลๆ พวกเรา 6 คนพักที่

โรงแรมริมทะเลสาปเดียวกัน ห่างจากอพาร์ทเมนท์ที่ท่านอาจารย์พักประมาณ 500 เมตร

     ตอนแรกคิดว่าจะเดินเล่นไปมา แต่เอาเข้าจริงอย่าหวังว่าจะเดินเล่นเลย แม้แต่จะอยู่

นอกบ้านนานๆ ก็ไม่ได้ เพราะอากาศหนาว ยิ่งเย็น ยิ่งหนาว รับประทานอาหารเย็นร่วมกัน

แล้วก็แยกไปโรงแรมสวยริมทางหลวง เห็นทะเลสาบและปราสาทเช่นกัน  มีพนักงานคน

เดียว ทำหน้าที่ต้อนรับ มอบกุญแจห้องให้ แล้วพวกเราก็ช่วยตัวเอง เป็นเจ้าของโรงแรม

เอง เพราะไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว ทั้งโรงแรมจึงมีแต่พวกเราพัก เจ้าหน้าที่บอกว่า หลังทุ่มครึ่ง

ถ้าออกไปข้างนอก ต้องนำกุญแจห้องติดตัวไปด้วย  เพราะจะล็อคประตูทั้งหน้าและหลัง

และอาหารเช้าเริ่ม 7.30 น.

     เราตื่นกันแต่เช้าเพราะเวลาช้ากว่าเมืองไทย 5 ชั่วโมง ชื่นชมกับทิวทัศน์ที่สวยงามจาก

ระเบียงห้องพัก ภาพที่ปรากฏงดงามราวกับอยู่ในโพสการ์ดที่เคยเห็นในปฏิทินตอนเด็กๆ

มองภูเขาที่หิมะสีขาวเปลี่ยนสีไปตามพระอาทิตย์ เนินเขาสูงๆต่ำ ที่ปกคลุมด้วยหญ้าเขียว

มีทิวสนเป็นหย่อมๆ สีเขียวของหญ้า สีครามของทะเลสาบ  สีฟ้าใสของท้องฟ้า เมฆสีขาว

ล้วนแต่สี สี สี ที่เพียงปรากฏให้เห็นได้เท่านั้น แต่ก็ยังไม่รู้จริงๆ ยังคงยืนมองสีอย่างเพลิด

เพลิน แม้อากาศนอกห้องนอนจะหนาวเย็น ก็ทนหนาวเพื่อชื่นชมกับสีต่อไปจนเริ่มหิว จะลง

มาห้องอาหาร ลิฟท์ก็ล็อค ต้องลงทางบันไดหนีไฟ  รอเวลา 7.30 น. ลิฟท์จึงจะเริ่มทำงาน

พร้อมกับพนักงานคนเดิมมาทำอาหารเช้า ทีนี้ใช้คนคุมค่าแรงจริงๆ ยังดีที่เห็นผู้หญิงทำ

ความสะอาดอีกคน


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 8 พ.ค. 2558 14:40 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 8 พ.ค. 2558 16:21 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Boonyavee
วันที่ 10 พ.ค. 2558 11:06 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
rrebs10576
วันที่ 13 พ.ค. 2558 13:46 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
napachant
napachant
วันที่ 26 พ.ค. 2558 10:42 น.

...กำลังสนุกเลยค่ะ 

ขอติดตามอ่านรวดเดียวจบครบทุกตอน...

ขอบพระคุณและอนุโมทนาพี่แดงท่ีแบ่งปันเรื่องราวดีๆด้วยค่ะ...

 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ