Print 
ภิกษุวัชชีบุตร ต้องปาราชิก [พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑]
 
มศพ.
วันที่  23 ก.พ. 2558
หมายเลข  26209
อ่าน  1,475

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑ หน้าที่ ๓๙๙

เรื่องภิกษุวัชชีบุตร

     [๒๓]  ก็โดยสมัยนั้นแล  ภิกษุวัชชีบุตรชาวพระนครเวสาลีหลายรูปฉันอาหารพอแก่ความต้องการ  จำวัดพอแก่ความต้องการ  สรงน้ำพอแก่ความต้องการ  ครั้นแล้วทำในใจโดยไม่แยบคาย ไม่บอกคืนสิกขา  ไม่ทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง  ได้เสพเมถุนธรรม  สมัยอื่น วัชชีบุตรพวกนั้น ถูกความพินาศแห่งญาติกระทบแล้วบ้าง ถูกความวอดวายแห่งโภคะกระทบแล้วบ้าง  ถูกความ  เสื่อมคือโรคเบียดเบียนแล้วบ้าง จึงเข้าไปหาท่านพระอานนท์  แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า  ท่านพระอานนท์เจ้าข้า  พวกกระผมไม่ใช่เป็นคนติเตียนพระพุทธเจ้าไม่ใช่เป็นคนติเตียนพระธรรม  ไม่ใช่เป็นคนติเตียนพระสงฆ์  พวกกระผมเป็นคนติเตียนตน  ไม่ใช่เป็นคนติเตียนคนอื่น พวกกระผมซึ่งบวชในพระธรรมวินัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีอย่างนี้แล้ว ไม่สามารถประพฤติพรหมจรรย์ให้บริบูรณ์  บริสุทธิ์ได้ตลอดชีวิตนั้นแหละ  เป็นคนไม่มีวาสนา  เป็นคนมีบุญน้อย  ท่านอานนท์เจ้าข้า  แม้บัดนี้ ถ้าพวกกระผมพึงได้บรรพชาพึงได้อุปสมบท  ในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้า  แม้บัดนี้  พวกกระผมจะพึงเป็นผู้เห็นแจ้งซึ่งกุศลธรรม  หมั่นประกอบความเพียรในการเจริญโพธิปักขิยธรรมอยู่ตลอดเบื้องต้นแห่งราตรีและเบื้องปลายแห่งราตรี 

     ท่านพระอานนท์เจ้าข้าพวกกระผมขอโอกาส  ขอท่านได้โปรดกรุณากราบทูลความข้อนี้  แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า.

     "ได้  จ๊ะ"  ท่านพระอานนท์   รับคำของพวกวัชชีบุตรชาวพระนครเวสาลีแล้ว เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า  กราบทูลเรื่องนั้นให้ทรงทราบ.

     พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า  ดูกร อานนท์  การที่ตถาคตจะพึงถอนปาราชิกสิกาขาบทที่บัญญัติแล้วแก่สาวกทั้งหลาย  เพราะเหตุแห่งพวกวัชชีหรือพวกวัชชีบุตรนั้น  ไม่ใช่ฐานะ  ไม่ใช่โอกาส.            

     [๒๔]  ครั้งนั้นพระองค์ทรงกระทำธรรมกถา  ในเพราะเหตุเป็นมูลเค้านั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น  แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า  ดูกร ภิกษุทั้งหลาย 

     ผู้ใดแลเป็นภิกษุ  ไม่บอกคืนสิกขา  ไม่ทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง เสพเมถุนธรรม ผู้นั้นมาแล้ว  สงฆ์ไม่พึงอุปสมบทให้        

     ส่วนผู้ใดแล  เป็นภิกษุ บอกคืนสิกขาทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง  แล้วเสพเมถุนธรรม  ผู้นั้นมาแล้วสงฆ์พึงอุปสมบทให้

     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้  ว่าดังนี้ :-

พระอนุบัญญัติ  ๒

     ๑.  อนึ่ง  ภิกษุใด  ถึงพร้อมซึ่งสิกขาและสาชีพของภิกษุทั้งหลายแล้ว ไม่บอกคืนสิกขา  ไม่ทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง  เสพเมถุนธรรม  โดยที่สุดแม้ในสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย  เป็นปาราชิก  หาสังวาสมิได้.

สิกขาบทวิภังค์       

    [๒๕]  บทว่า  อนึ่ง....ใด  ความว่า  ผู้ใด  คือ  ผู้เช่นใด มีการงานอย่างใด  มีชาติอย่างใด  มีชื่ออย่างใด  มีโคตรอย่างใด  มีปกติอย่างใด  มีธรรมเครื่องอยู่อย่างใด  มีอารมณ์อย่างใด  เป็นเถระก็ตาม  เป็นนวกะก็ตาม  เป็นมัชฌิมะก็ตาม  นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า  อนึ่ง...ใด.

     [๒๖]  บทว่า  ภิกษุ  ความว่า  ที่ชื่อว่า  ภิกษุ  เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ  ชื่อว่า  ภิกษุ  เพราะอรรถว่าประพฤติภิกขาจริยวัตร  ชื่อว่า  ภิกษุ  เพราะอรรถว่าทรงผืนผ้าที่ถูกทำลายแล้ว ชื่อว่า  ภิกษุ  โดยสมญา  ชื่อว่า  ภิกษุ โดยปฏิญญา  ชื่อว่า  ภิกษุ  เพราะอรรถว่าเป็นเอหิภิกษุ  ชื่อว่า  ภิกษุ  เพราะ  อรรถว่าเป็นผู้อุปสมบทแล้วด้วยไตรสรณคมน์  ชื่อว่า  ภิกษุ  เพราะอรรถว่าเป็นผู้เจริญ  ชื่อว่า  ภิกษุ  เพราะอรรถว่ามีสารธรรม ชื่อว่า ภิกษุ  เพราะอรรถว่าเป็นพระเสขะ  ชื่อว่า ภิกษุ  เพราะอรรถว่าเป็นพระอเสขะ  ชื่อว่าภิกษุ  เพราะอรรถว่าเป็นผู้อันสงฆ์พร้อมเพรียงกัน  อุปสมบทให้ด้วยญัตติจตุตถกรรม  อันไม่กำเริบ  ควรแก่ฐานะ  บรรดาภิกษุเหล่านั้น  ภิกษุที่สงฆ์พร้อมเพรียงกันอุปสมบทให้ด้วยญัตติจตุตถกรรม  อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะนี้ ชื่อว่า  ภิกษุ  ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้.

        [๒๗]  บทว่า  สิกขา  ได้แก่สิกขา  ๓  ประการคือ  อธิสีลสิกขา อธิจิตตสิกขา  อธิปัญญาสิกขา  บรรดาสิกขา  ๓  ประการเหล่านั้น  อธิสีลสิกขานี้ ชื่อว่า  สิกขา  ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้.

        [๒๘]  ชื่อว่า  สาชีพ  อธิบายว่า  สิกขาบทใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติไว้   สิกขาบทนั้น  ชื่อว่า  สาชีพ  ภิกษุศึกษาในสาชีพนั้น  เพราะเหตุนั้นจึงตรัสว่า  ถึงพร้อมซึ่งสาชีพ.

        [๒๙]  คำว่า  ไม่บอกคืนสิกขา  ไม่ทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง ทรงอธิบายไว้ว่า   ภิกษุทั้งหลาย  การทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง  และสิกขา ไม่เป็นอันบอกคืนก็มี  ภิกษุทั้งหลาย  การทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาเป็นอันบอกคืนก็มี.


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
kullawat
วันที่ 17 มี.ค. 2558 10:12 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
pichet
pichet
วันที่ 21 มิ.ย. 2558 21:00 น.

ยินดีในบุญครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ