Print 
สนทนาธรรมที่ไซ่ง่อน [เพราะไม่รู้ จึงยึดถือความเห็นซึ่งผิด จึงเป็นเรา] ตอน ๓
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  14 ม.ค. 2558
หมายเลข  26039
อ่าน  869

    คนเวียดนามส่วนมากไม่ว่าพระ  แม่ชี  ฆาราวาส ยังไม่มีความเข้าใจพระธรรมที่พระผู้มี

พระภาคทรงแสดงอย่างถ่องแท้   โดยมีความเห็นผิดว่า  การที่จะรู้ธรรมจะต้องศึกษาธรรม

และควบคู่กับการนั่งสมาธิ  จึงไปสู่สำนักปฏิบัติด้วยความไม่รู้    แม้แต่ชาวไทยเราก็ยังนั่ง

สมาธิกันไม่น้อยกว่าชาวเวียดนามเลย มีเป็นส่วนน้อยนิดอย่างพวกเราที่เริ่มเข้าใจหนทาง

ที่จะรู้ความจริง  ทำให้ระลึกถึงพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์เสมอ  ที่เพียรอดทนชี้หนทางให้

ศิษย์ได้เข้าใจความจริงสิ่งที่กำลังปรากฏขณะนี้ เป็นสิ่งที่ควรรู้ยิ่ง ต้องเริ่มด้วยความเข้าใจ

ถูกเห็นถูกก่อน ซึ่งเป็นปัญญาเป็นสัมมาทิฏฐิเป็นมรรคองค์แรกในการอบรมเจริญอริยมรรค

มีองค์๘ หรือสติปัฏฐานนั่นเอง  การฟังธรรมให้เข้าใจเป็นอันดับแรก พิจารณาไตร่ตรองให้

เข้าใจตรงตามพระธรรม ไม่คิดเอง แต่งต่อเติมเอง เพราะอวิชชานั้นไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่

มีจริงได้   สิ่งที่มีจริงที่พระพุทธองค์ตรัสรู้  เป็นธรรมแต่ละอย่าง ที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

เป็นอนัตตาคือไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครได้  จึงไม่ใช่สัตว์บุคคล ตัวตน  เพราะ

ความไม่รู้ จึงยึดถือความเห็นซึ่งผิด ยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นเรา  เป็นตัวตน  เป็นเราที่เห็น

เราได้ยิน... ทรงแสดงที่กายนี้ที่เป็นที่ยึดถือว่าเป็นกายของเรา แท้จริงแล้ว กายคืออะไร ?

ที่กาย เป็นเพียงสภาพธรรมแต่ละอย่าง  รูปกลุ่มต่างๆ ที่เกิดเพราะกรรม จิต อุตุ อาหาร  ที่

ประกอบขึ้นเป็นกาย  ทำไมพูดถึงกาย เพราะกายนี้เป็นที่ตั้งของความยึดถือ    ไม่ใช่พูดแต่

เรื่องราวของกาย  แต่เข้าใจกาย

 

   ตั้งแต่เช้าทุกคนยึดถือกายว่าเป็นเราหัวจรดเท้า ฟังเพื่อเข้าใจสิ่งที่เรายึดถือกายนี้ ขณะ

นี้อะไรปรากฏ   ที่กล่าวถึงกาย ขณะนี้กายปรากฏไหม? แล้วอะไรปรากฏจริงๆ มีแข็ง มีเย็น

มีตึงไหว  ฟังเพื่อเข้าใจจริงๆ ว่า ขณะนี้กายปรากฏไหม? เพื่อความเข้าใจของตนเองจริงๆ

กาย เห็น ได้ไหม? ขณะเห็นมีแต่ความทรงจำว่ามีกายนี้  มีกายคนอื่น  แท้จริงไม่มีใครเห็น

กายได้เลย เห็นเพียงสิ่งที่ปรากฏทางตา ถ้าไม่เข้าใจความจริงนี้ ใครว่าจะเป็นพระอรหันต์

ได้ไหม  สิ่งที่ปรากฏทางตาอยู่ที่ที่มีมหาภูตรูปอยู่  ดังนั้นเมื่อเห็นจึงเห็นว่าเป็นกายนี้  หาก

ความเข้าใจไม่อบรมเจริญ ก็ไม่มีโอกาสเข้าใจว่า  กายนี้คืออะไร? ค่อยๆ อบรมความเข้าใจ

กายนี้ และสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏทั้งหมด เป็นเพียงธรรมแต่ละอย่าง  ขณะนี้ยังไม่เข้าใจ

ว่ากายนี้ไม่ใช่ตัวตน เพราะความไม่รู้มีมาก 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 14 ม.ค. 2558 06:14 น.

    ขณะนี้มีทวารไหนบ้างที่เห็นกาย  (ไม่มี)    ดังนั้นตามความเป็นจริงแล้ว ไม่มีกาย  มีแต่

เพียงเย็น ร้อน อ่อน แข็ง ตึง ไหว  กายทั้งหมดไม่ปรากฏกับขณะที่กระทบสัมผัส  จึงอบรม

ความเข้าใจสิ่งที่กำลังปรากฏ  กายนี้มีเพียงเย็นหรือร้อน อ่อนหรือแข็ง ตึงหรือไหว  กายา

นุปัสสนาสติปัฏฐาน สติระลึกตรงลักษณะสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ  ไม่มีกาย  มีแต่เพียง

สภาพธรรม    ไม่มีตัวตนขณะนั่ง   ยืน  เดิน  นอน   แล้วคิดว่านี่คือ  รูปนั่ง  รูปยืน  รูปเดิน

รูปนอน     เมื่อไม่อบรมความเข้าใจสิ่งที่กำลังปรากฏแต่ละทาง   ทางตา  ทางหู ทางจมูก

ทางลิ้น  ทางกาย และทางใจที่คิด  ย่อมไม่สามารถละความยึดถือว่า กาย นี้ได้

    กาย เห็น ได้ไหม?    กาย กระทบสัมผัส ได้ไหม? 

    ที่กาย เมื่อกระทบสัมผัส มีเพียง เย็นหรือร้อน อ่อนหรือแข็ง ตึงหรือไหว ปรากฏ

    ไม่มีกาย  มีแต่สภาพธรรม  ขณะนี้ฟังให้เข้าใจความจริง กายนี้  จนกว่าสติปัฏฐานระลึก

รู้ความจริงที่กำลังปรากฏแต่ละอย่างตรงตามความเป็นจริง  ความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นจะเห็นว่า

มีเพียงความเข้าใจเท่านั้นที่จะค่อยๆ ละความติดข้องว่าเป็นเรา   ปัญญานำไปสู่กิจทั้งปวง

ขณะนี้เข้าใจ เป็นปัญญา ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ยิ่งๆ ขึ้น

                                       ...............................................

          พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 219          ขณะและสมัยในการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์มีประการเดียวแล  ดังนี้พึงทราบว่าเป็นขณะหนึ่ง.  อีกอย่างหนึ่ง  จักร  (การถึงพร้อม) ๔  คือ              ปฏิรูปเทสวาโส        (การอยู่ในประเทศที่สมควร)              สปฺปุริสูปนิสฺสโย      (การคบสัตบุรุษ)              อตฺตสมฺมาปณิธิ        (การตั้งตนไว้ชอบ)              ปุพฺเพกตปุญฺตา     (ความเป็นผู้มีบุญทำไว้ก่อน)ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในบาลีนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักร ๔ ประการนี้เป็นเครื่องดำเนินไปของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายผู้ประกอบแล้ว   ดังนี้   พึงทราบว่า    เป็นขณะ     ด้วยอรรถว่าเป็นโอกาสรวมจักร  ๔    เหล่านั้นเป็นอันเดียวกัน.  ด้วยว่า  จักร ๔ เหล่านั้นเป็นโอกาสในการยังกุศลให้เกิดขึ้น

                               ..............................................................

    ไม่มีเราที่จะไปทำอะไรได้เลย  ไปสำนักปฎิบัติ   ไปนั่งสมาธิ   ไปดูรูปยืน เดิน นั่ง นอน

ทั้งหมดไม่ใช่หนทางที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดง  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้มีตัว

ตนไปทำอะไร ด้วยความไม่รู้    ท่านอาจารย์กล่าวว่า ที่พวกเรามาฟังธรรมกัน ก็เพื่อรู้ความ

จริงตามที่ทรงแสดงไว้  ต้องเป็นผู้ตรงต่อความจริง   ไม่ว่าสนทนาธรรมที่เวียดนาม หรือที่

ประเทศไทย  ท่านคอยเตือนเสมอๆด้วยความเมตตาที่จะเกื้อกูลศิษย์ให้เข้าใจความจริงว่า

ฟังธรรมเพื่อเข้าใจธรรม      ท่านเป็นกัลยาณมิตร ที่ให้ความเข้าใจธรรมตามความเป็นจริง 

เป็นผู้ควรแก่ศิษย์จะต้อนรับกราบไหว้    วันชัย๒๕๐๔

                                                       (คุณวันชัย ภู่งาม  เสื้อยืดดำ คุกเข่าอยู่)

เป็นบุญที่ได้กระทำไว้แล้วแต่ปางก่อนเป็นเหตุให้ได้พบสัตบุรุษ ให้ได้อยู่ในที่ๆ สมควรได้

ฟังพระสัทธรรม    ให้ได้พิจารณาถูกต้องตามธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงตลอด ๔๕

พรรษา

    ขออนุญาตนำภาพและข้อความบางตอนจากพระสูตรของคุณ วันชัย ภู่งาม ที่ลงไว้ใน

ความคิดเห็นที่ ๘ กระทู้  สนทนาธรรมข้ามปีที่ไซ่ง่อน 11 มาลง ณ.ที่นี้ด้วยค่ะ

   ...     กราบเท้า บูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพอย่างยิ่งค่ะ.

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 14 ม.ค. 2558 07:53 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
peem
วันที่ 14 ม.ค. 2558 08:23 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 14 ม.ค. 2558 09:45 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
siraya
วันที่ 14 ม.ค. 2558 10:28 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาพี่เมตตาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 14 ม.ค. 2558 11:33 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Noparat
วันที่ 14 ม.ค. 2558 12:59 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของพี่เมตตาด้วยค่ะ

 
  
 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
Boonyavee
วันที่ 14 ม.ค. 2558 21:34 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
thilda
thilda
วันที่ 15 ม.ค. 2558 00:09 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
สิริพรรณ
วันที่ 15 ม.ค. 2558 06:08 น.

กราบนอบน้อมพระรัตนตรัยด้วยเศียรเกล้า

กราบแทบเท้าบูชาพระคุณท่านอ.สุจินต์ด้วยความเคารพยิ่ง

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาอ.กาญจนา คุณพี่เมตตา คุณวันชัย และกัลยาณมิตรทุกท่านที่ถ่ายทอดบรรยากาศและสาระธรรม

ชีวิตที่เกิดมาเป็นมนุษย์สิ่งที่ประเสริฐที่สุดคือ

ได้ศึกษาพระธรรมเพื่อเข้าใจความจริงที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้

แม้ขณะนี้ พระพุทธองค์ปรินิพพานแล้วกว่า 2500 ปี แต่พระธรรมยังคงอยู่

ซึ่งท่านอ.สุจินต์ได้ศึกษาและเข้าใจอย่างถ่องแท้ และนำมาถ่ายทอดได้อย่างถูกต้องชัดเจน

การได้พบ ได้ฟัง ได้สนทนาธรรม  จากท่านอ.สุจินต์ จึงเป็นความประเสริฐสุดค่ะ

กราบอนุโมทนา และสำนึกพระคุณในความเมตตาของท่านอ.เป็นอย่างสูงค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 15 ม.ค. 2558 14:37 น.

ขอบพระคุณ และ ขออนุโมทนาทุกๆท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
papon
papon
วันที่ 15 ม.ค. 2558 16:18 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 17 ม.ค. 2558 13:09 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 18 ม.ค. 2558 12:53 น.

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
Jans
Jans
วันที่ 19 ม.ค. 2558 07:27 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
ch.
ch.
วันที่ 24 ม.ค. 2558 08:14 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
wirat.k
wirat.k
วันที่ 24 ม.ค. 2558 17:43 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
วิริยะ
วันที่ 26 ม.ค. 2558 18:56 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 21 พ.ย. 2560 06:10 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ