ความซื่อสัตย์ – ความสัจ – ความจริงใจ – ความสุจริต
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่  18 ธ.ค. 2557
หมายเลข  25917
อ่าน  6,009

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ความซื่อสัตย์ – ความสัจ – ความจริงใจ – ความสุจริต

แต่ละคำ  มาจาก  ภาษามคธี  บาลี  สันสกฤต  ว่า  อะไร 

แต่ละคำ  มีลักษณะ  อาการ โดยสภาพธรรมะ  เป็นประการใด /  

แต่ละคำ  มีความต่างกัน  อย่างไร

กรุณายกตัวอย่าง  ในพระไตรปิฎก  ที่ใช้คำเหล่านี้

กรุณายกตัวอย่าง  ที่ท่านอาจารย์สุจินต์  อธิบายถึง  คำเหล่านี้

สาธุ อนุโมทนา และขอบพระคุณ เป็นอย่างยิ่ง สำหรับคำตอบค่ะ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 18 ธ.ค. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

           

     ความซื่อสัตย์ ความจริงใจ ความสุจริต  ก็มาจากภาษาบาลี ที่ว่า อุชุ ความตรงนั่นเองครับ ความจริงใจ มาจากภาษาบาลีว่า สจฺจ (สัจจะ) เป็นธรรมประการหนึ่งที่ส่งเสริมเกื้อหนุนให้กุศลธรรมทั้งหลายเกิดขึ้นและเจริญขึ้น เพราะว่าบุคคลผู้ประกอบด้วยสัจจะย่อมเป็นผู้ที่จริงใจต่อการที่จะขัดเกลากิเลสของตนเอง  ขณะใดที่กุศลจิตไม่เกิด แล้วเกิดระลึกขึ้นได้ว่า "เราพึงเป็นผู้มีความจริงใจต่อการเจริญกุศล"  ก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้กุศลเกิดขึ้นได้

     ฉะนั้น การที่จะละอกุศลทั้งหลายได้  ก็จะต้องเป็นผู้ที่มีความจริงใจพร้อมด้วยสติและสัมปชัญญะ ที่ระลึกรู้ลักษณะของอกุศลในขณะนั้น แล้วละ..  ซึ่งจะเป็นเหตุทำให้กุศลเจริญขึ้นได้

     สัจจะ  ซึ่งเป็นความจริงใจต่อการที่จะขัดเกลากิเลสนั้น เป็นบารมี (ธรรมที่ทำให้ถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน) ประการหนึ่ง  ตามความเป็นจริงแล้วจะเห็นได้ว่า ถ้าไม่มีความจริงใจต่อการที่จะกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย   สิ่งนั้นก็จะสำเร็จไม่ได้  แม้แต่ในเรื่องของกุศลทั้งหลาย ก็เช่นเดียวกัน  ทั้งในเรื่องของทานการให้   การสละวัตถุสิ่งของเพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น  เรื่องของศีล ความประพฤติที่ดีงาม ทางกาย ทางวาจา ที่เป็นปกติในชีวิตประจำวัน  การ วิรัติ งดเว้น จากทุจริตประการต่างๆ  เรื่องของภาวนา การอบรมความสงบของจิต และการอบรมเจริญปัญญา ก็จะต้องเป็นผู้ที่มีสัจจะ มีความจริงใจ มีความไม่คลาดเคลื่อนต่อการเจริญกุศลทุก ๆ ขั้น ทุก ๆ ประการ กุศลประการนั้น ๆ จึงจะเกิดขึ้นและเจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้นด้วย  ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนั้นก็เป็นไปเพื่อขัดเกลากิเลสของตนเอง ครับ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 340                  

ข้อความบางตอนจาก เมตตสูตร

      ชื่อว่า  ตรง (อุชุ)  เพราะทำด้วยความไม่อวดดี   ชื่อว่า  ตรงดี  (สุหุชู)  เพราะไม่มีมายา. หรือว่า  ชื่อว่า ตรง   เพราะละความคดทางกายและวาจา  ชื่อว่าตรงดี   เพราะละความคดทางใจ.  หรือชื่อว่า  ตรง   เพราะไม่อวดคุณที่ไม่มีจริง  ชื่อว่า  ตรงดี  เพราะไม่อดกลั้นต่อลาภที่เกิดเพราะคุณที่ไม่มีจริง.     พึงชื่อว่าเป็นผู้ตรงและตรงดี   ด้วยอารัมมณูปนิชฌาน(สมถภาวนา) และลักขณูปนิชฌาน (วิปัสสนาภาวนา)

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 18 ธ.ค. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ประโยชน์ของการศึกษาพระธรรมคือ ความเข้าใจถูกเห็นถูกและเข้าใจในภาษาของตนๆ ด้วย   แม้ไม่สามารถทราบได้ว่าคำดังกล่าวนั้นมาจากภาษาบาลี ภาษาสันสกฤตว่าอย่างไร  ก็ไม่ใช่อุปสรรคในการศึกษาพระธรรม   เพราะนั่นไม่ใช่ภาษาของคนไทย จึงสำคัญที่ความเข้าใจจริงๆ  ในคำที่กล่าวถึง

     ความซื่อสัตย์   ความสัจจ์   ความจริงใจ  ความสุจริต  ล้วนแล้วเป็นคำที่แสดงถึงความเกิดขึ้นเป็นไปของธรรมฝ่ายดี คือ กุศลธรรมทั้งหลายนั่นเอง เพราะมีความซื่อสัตย์คือตรงต่อความถูกต้อง จึงไม่กระทำในสิ่งที่ผิด ไม่กระทำทุจริตกรรมประการต่างๆ  ความสัจจ์ หรือ ความเป็นผู้จริงใจ   ก็จริงใจต่อการที่จะสะสมความดี  เพื่อขัดเกลากิเลส  แม้การฟังพระธรรม ก็จริงใจที่จะฟังด้วยความตั้งใจ   เพราะพระธรรมเป็นสิ่งที่ยาก  ฟังเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก  ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่น  สำหรับ สุจริต นั้น คือ ความประพฤติที่ดีงามก็ครอบคลุมความดีทั้งหลายที่เกิดขึ้นเป็นไป  ทั้งทางกาย  ทางวาจา  และทางใจ ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 18 ธ.ค. 2557

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
peem
วันที่ 18 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
bsomsuda
วันที่ 18 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 19 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ประสาน
วันที่ 20 ธ.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ