Print 
สนทนาธรรมที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ วันที่ ๒ - ๓ ธ.ค. ๒๕๕๗
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  3 ธ.ค. 2557
หมายเลข  25865
อ่าน  1,317

        ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    วันอังคารและวันพุธ ที่ ๒ - ๓  ธันวาคม ๒๕๕๗   ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

และคณะวิทยากรได้เดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่    เพื่อสนทนาธรรมที่โรงพยาบาล

มหาราชนครเชียงใหม่    ด้วยกุศลศรัทธาการจัดของคณะแพทย์ศาสตร์  มหาวิทยาลัย

เชียงใหม่ และชมรมสารธรรมล้านนา  (ร่วมด้วยชมรมบ้านธัมมะ มศพ.)   เพื่อประโยชน์

คือ ความเข้าใจถูกเห็นถูกซึ่งเป็นขณะที่มีค่าอย่างยิ่งในชีวิต    เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้

สะสมเหตุที่ดีมา      มีศรัทธาเห็นประโยชน์ของพระธรรมได้ฟังได้สะสมความเข้าใจถูก

เห็นถูกต่อไป     พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแพร่หลายยิ่งขึ้นตลอดการ

สนทนาธรรมนั้นล้วนมีแต่สาระประโยชน์ที่มีค่าอย่างยิ่งจากการได้ฟังความจริงที่เป็นคำ

สอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  

    ข้าพเจ้าขออนุญาตประมวลเป็นสาระสำคัญของการสนทนาธรรมในครั้งนี้    เท่าที่จะ

ประมวลได้ เป็นประโยคสั้น ๆ  (ส่วนหนึ่งก็คงจะได้อ่านแล้วจากการที่ อ.ผเดิม ได้ลงไว้

ในหัวข้อเก็บเล็กผสมน้อย สนทนาธรรมโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่)   เพื่อประ-

โยชน์ของผู้ศึกษาพระธรรมร่วมกัน  ดังนี้ 

 

 

 

 

เข้าใจพระธรรมเมื่อไหร่ ก็รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นทีละเล็กทีละน้อย

 

พระธรรม ไม่ใช่เรื่องได้ ไม่ใช่เรื่องเอา  แต่เป็นเรื่องละ  โดยตลอด  ละความไม่รู้  

ละความเห็นผิด  

 

ที่สุดของความเป็นมิตร  คือ  ให้ความจริง   ไม่ให้สิ่งที่ผิดแก่ผู้อื่น

 

ถ้าไม่เป็นผู้ตรง จะไม่ได้สาระจากพระธรรม 

 

เพราะความรู้น้อยมาก  จึงยังไม่สามารถละคลายการยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นเราได้


ปฏิบัติธรรม ไม่ใช่เรา แต่เป็นปัญญาที่เกิดพร้อมสติที่ระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรม

ที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง


ได้ยินคำว่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า สะดุดใจไหม


บังคับให้สภาพธรรมเกิดหรือไม่เกิด ไม่ได้


นามธรรม และ รูปธรรม เท่านั้นที่เป็นสิ่งที่มีจริงๆ   ไม่พ้นไปจากนี้เลย


สำนึกตัวเองว่ายังไม่รู้อะไรเลย จึงตั้งต้นที่การฟังพระธรรม ในแต่ละคำที่พระสัมมา

สัมพุทธเจ้าทรงแสดงด้วยความละเอียดรอบคอบจริง ไม่ประมาทแม้ในการฟังพระธรรม


คิดธรรมเอาเองตามใจชอบแล้วจะถูกต้องได้อย่างไร


เกิดมาด้วยความไม่รู้ แต่ก็มีคนเป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่ไม่สนใจที่จะรู้ความจริง


มีแต่ธรรม ไม่มีเรา  เป็นธรรมแต่ละอย่างซึ่งหลากหลายมาก


การศึกษาพระธรรมไม่มีวันจบ ศึกษาให้เข้าใจสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏในขณะนี้


จะมีเห็น โดยไม่มีสิ่งที่ปรากฏให้เห็นไม่ได้  มีได้ยิน โดยไม่มีเสียงไม่ได้


เห็นเป็นวิบาก  แต่ขณะที่ติดข้องยินดีพอใจ ไม่ใช่วิบาก แต่เป็นการสะสมกิเลสที่

เป็นความติดข้อง เป็นอกุศล


รู้คุณของพระธรรม    ถ้าไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะไม่มีใครสามารถเข้าใจความจริง

ของสิ่งที่มีจริงๆ ในขณะนี้ได้เลย


มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง  ทุกเวลาเมื่อระลึกได้


จะรู้แจ้งอริยสัจจธรรมโดยไม่มีความเข้าใจอะไรเลย  เป็นไปไม่ได้


คนใจบุญ ก็มี คนจิตใจโหดเหี้ยมก็มี   ตามการสะสม ซึ่งเป็นธรรมที่มีจริงๆ

ไม่มีสัตว์บุคคลตัวตน


ที่ว่าเป็นเรานั้น ก็ไม่พ้นไปจาก จิต เจตสิก และรูป ด้วย


ความติดข้อง มีหลายระดับ ความโกรธก็มีหลายระดับ ซึ่งก็คือ เจตสิก นั่นเอง


อยาก ตั้งแต่ลืมตาแล้ว แต่ขณะที่หลับสนิทไม่อยาก เพราะอกุศลและกุศล

ไม่เกิดในขณะที่หลับสนิท


เริ่มรู้ว่าอกุศลมีมากแค่ไหน ดีไหม? ดี เพราะถ้าไม่รู้   ก็จะไม่เริ่มละ


ชื่อว่าเป็นปุถุชน เพราะหนาแน่นไปด้วยกิเลส เต็มไปด้วยกิเลสจริงๆ เป็นอย่างนี้

มานานแล้วในสังสารวัฏฏ์ และยังจะเป็นอย่างนี้ต่อไปอีก


เห็น ไม่ใช่ได้ยิน    นี้คือ ๒ จิต แล้วที่แตกต่างกัน


พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงความจริงเดี๋ยวนี้ ซึ่งไม่เคยรู้ว่าไม่ใช่เรา


ระลึกได้ไหมว่าขณะนี้  เป็นเพียงสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ


เป็นเรื่องละความไม่รู้    ละความติดข้อง ละความเห็นผิด สำหรับพระธรรม

คำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง


พระธรรมอนุเคราะห์ไม่ให้หลงผิด


สภาพธรรมที่ดีงาม   ไม่เคยให้โทษแก่ใคร


กุศลเกิดเพราะเหตุปัจจัย    อกุศลก็เกิดเพราะเหตุปัจจัย


ขณะใดที่สภาพธรรมที่ดีงามเกิดขึ้น  ขณะนั้น ก็เพราะสติระลึกได้เป็นไปในกุศลธรรม


คนพาลให้อะไร  แตกต่างจากบัณฑิตอย่างสิ้นเชิง  คำจริงเป็นคำของบัณฑิต 

คำไม่จริงเป็นคำของคนพาล แล้วจะไปฟังคำของคนพาลทำไม


ส่วนใหญ่แล้วชีวิตไปตามกระแสของอกุศล


จิตเจตสิก  ทำงานไม่หยุดเลย เกิดดับสืบต่อกันอย่างไม่ขาดสาย


การได้พบกัลยาณมิตร ได้พบคำจริง ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้พบ


มีการประชาสัมพันธ์ว่าจะมีการสนทนาธรรม  มาเลย นั่นเป็นเพราะอุปนิสสยโคจร

(อารมณ์คือพระธรรมที่ได้ยินได้ฟังสะสมเป็นอุปนิสัยที่มีกำลัง)


สะสมความโกรธไว้มากๆ ก็เป็นโทษสำหรับตนเองนั่นแหละ ไม่ใช่คนอื่น


เมื่อเข้าใจ    ก็ค่อยๆ ละคลายความเห็นผิดและความไม่รู้

 

ความเข้าใจพระธรรม  อารักขาไม่ให้ตกไปในฝ่ายของอกุศล  จากที่เคยเป็นอกุศล

ก็เป็นกุศลยิ่งขึ้น  ด้วยความเข้าใจพระธรรม

 

ธรรมหลากหลาย     แต่ทั้งหมดก็ไม่ใช่เรา


จิตเป็นกุศล   เมื่อมีเจตสิกฝ่ายดีเกิดร่วมด้วย


เจตสิกฝ่ายไม่ดี  เกิดกับจิตขณะใด จิตขณะนั้นก็เป็นอกุศลจิต

 

ธรรมใด ที่ไม่ใช่กุศล และไม่ใช่อกุศล  ธรรมนั้น เป็นอัพยากตธรรมทั้งหมด (ได้แก่

วิบากจิตและเจตสิกที่เกิดร่วมด้วย,  กิริยาจิตและเจตสิกที่เกิดร่วมด้วย, รูปทั้งหมด

และพระนิพพาน)


โกรธ ไม่ดี แต่ก็บังคับไม่ให้โกรธไม่ได้


เมื่อเป็นธรรม จะเป็นเราได้อย่างไร


ปลาบปลื้มที่ได้ฟังพระธรรมเข้าใจ ขณะนั้นก็เป็นโสมนัสที่เกิดร่วมกับธรรมฝ่ายดี


ดีใจไปกับอาหารที่อร่อย นั่นเป็นโสมนัสที่เกิดร่วมกับอกุศล


ขาดการฟังพระธรรม ไม่ได้


คนที่ตายไปแล้วไม่สามารถย้อนกลับมาเป็นบุคคลนี้ได้อีก


ยังไม่สิ้นสุดการเกิด  เมื่อยังไม่สิ้นเหตุที่ทำให้เกิด


กว่าจะรู้ว่าไม่ใช่เรา ก็ต้องอาศัยการฟังพระธรรมนานมากทีเดียว


คำใดที่กล่าวถึงสิ่งที่มีจริงในขณะนี้  คำนั้นเป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

แต่ถ้าเป็นคำที่ไม่ทำให้เข้าใจความจริง นั่นไม่ใช่คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


อุบาสกอุบาสิกา คือ ผู้ฟังพระธรรม มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง


วิธีง่าย ทุกวิธี เป็นวิธีไม่รู้.


...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ที่เคารพยิ่ง

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่าน...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 3 ธ.ค. 2557 17:24 น.

ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของอาจารย์ คำปั่น ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
papon
papon
วันที่ 3 ธ.ค. 2557 18:37 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ดวงทิพย์
ดวงทิพย์
วันที่ 3 ธ.ค. 2557 18:47 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Boonyavee
วันที่ 3 ธ.ค. 2557 20:26 น.


ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองคนั้น
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ขอกราบอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านด้วยคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 3 ธ.ค. 2557 20:59 น.

ขออนุโมทนาใกุศลวิริยะของ อ. คำปั่น อักษรวิลัย เป็นอย่างยิ่งครับ

และ 

ขอบพระคุณและอนุโมทนาในกุศลวิริยะของน้องบุญยวีร์  รัชนี ตากล้องหญิงคนเก่งของมูลนิธิฯ

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่าน ครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ch.
ch.
วันที่ 3 ธ.ค. 2557 22:48 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
thilda
thilda
วันที่ 3 ธ.ค. 2557 23:35 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 00:58 น.

กราบอนุโมนาสาธุในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
pulit
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 04:25 น.

      ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีมีพระภาคพระอรหันตสัมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น                                   กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์   บริหารวนเขตต์    ด้วยความเคารพยิ่ง                                     ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลวิริยะ ของ อ.คำปั่น  อักษรวิไล                                                     ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่าน

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
kullawat
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 08:00 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
siraya
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 08:25 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
peem
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 10:45 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 12:49 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
napachant
napachant
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 13:04 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
Jans
Jans
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 19:56 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 20:10 น.

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
swanjariya
วันที่ 6 ธ.ค. 2557 17:10 น.

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ด้วยความเคารพยิ่ง

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณท่านอาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย  ท่านวิทยากรและท่าน

ผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 9 ธ.ค. 2557 12:29 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ