การผิดหวังจากสิ่งที่ไม่เกิดขึ้น เป็นวิบากอย่างไร
เรียนถามท่านอาจารย์วิทยากรค่ะ ปัญจวิญญาณเป็นวิบากจิตที่เกิดขึ้นเมื่อมีรูปกระทบกับปสาทะ แล้วกรณีที่คาดหวังว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่เกิดขึ้น เช่น คาดว่าจะได้รับเช็คที่ส่งมาทางไปรษณีย์ แต่เช็คนั้นมาไม่ถึง จะมองว่าเป็นวิบากที่เกิดขึ้นอย่างไรคะ ในเมื่อไม่มีการกระทบกับปสาทะ
ขอบพระคุณมากค่ะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
จิตเป็นสภาพธรรมที่มีจริง เป็นสภาพรู้ เป็นใหญ่ เป็นประธานในการรู้ เมื่อจิตเกิดขึ้นวิบากชาติ วิปาก (ความสุกวิเศษ ผล) ชาติ (การเกิด จำพวก) คือการเกิดเป็น วิบาก จำพวกวิบาก หมายถึง วิบากจิต ๓๖ ดวง และเจตสิกที่เกิดร่วมด้วย เป็นชาติที่เป็นผลของกรรม คือ กุศลวิบากเป็นผลของกุศลกรรม อกุศลวิบากเป็นผลของ อกุศลกรรม เช่น ขณะที่เกิด ปฏิสนธิจิตเป็นผลของกรรม ขณะที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้กระทบสัมผัส เป็นต้น เป็นวิบากจิตที่เป็นผลของกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งจากคำถาม ความผิดหวังเกิดทางใจที่เป็นโทสะ เกิดที่ชวนจิต ความผิดหวังจึงไม่ใช่ วิบากที่เป็นผลของกรรม แต่เป็นอกุศลจิต รวมทั้งการคาดหวังเป็นก็เป็นโลภะ ไม่ใช่ วิบากเช่นกัน ครับ
ขออนุโมทนา
อาจารย์คะ ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดีค่ะ สมมติว่ามีบุคคลที่ควรจะได้รับเช็ค 10 คน ปรากฏว่ามี 9 คนที่ได้รับเช็ค ขณะที่เขาเห็นเช็ค เกิดจักษุวิญญาณเกิด เป็นกุศลวิบากจิตที่เกิดขึ้น แต่อีกคนที่เหลือไม่ได้รับเช็ค ก็คือไม่มีกุศลวิบากจิตเกิดขึ้น แต่การที่ไม่ได้รับ ไม่ได้เป็นผลจากอกุศลกรรมในอดีตเหรอคะ
ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขณะที่ได้รับในสิ่งที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นผลของกุศลกรรม แต่ถ้าได้รับในสิ่งที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ เป็นผลของอกุศลกรรม โดยที่ไม่มีใครทำให้เลย ธรรมเป็นธรรม ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน
ความเป็นจริงของธรรมเป็นจริงอย่างไร ก็เป็นจริงอย่างนั้น เป็นจริงแต่ละหนึ่งโดยไม่ปะปนกัน ถ้าหากไม่ได้ฟังพระธรรม ก็จะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าขณะไหนเป็นวิบาก และ ขณะไหนเป็นเหตุ ชีวิตของแต่ละคนนั้น มี ๒ ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนหนึ่งเป็นการรับผลของกรรม และ อีกส่วนหนึ่งเป็นส่วนของการสะสมเหตุ ที่เป็นกุศลบ้าง เป็นอกุศลบ้าง เพราะถ้ากล่าวถึงวิบากในชีวิตประจำวันแล้ว ไม่พ้นไปจากขณะที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้สิ่งที่กระทบสัมผัสทางกาย มีจริงๆ ในชีวิตประจำวัน แต่ขณะที่ผิดหวัง เศร้าโศกเสียใจ ไม่ใช่วิบาก ไม่ใช่เป็นการได้รับผลของกรรม แต่เป็นการสะสมอกุศล คือ โทสะ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ยังมีกิเลสอยู่นั่นเอง และในชีวิตประจำวันอกุศลก็เกิดขึ้นเป็นไปมาก เพราะถ้าไม่เป็นกุศลก็จะเป็นอกุศลโดยตลอด ถ้าไม่กล่าวถึงขณะที่เป็นวิบากและกิริยา ครับ
... ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ ...
อาจารย์คะ แต่เช็คที่ว่านั้นเป็นเงินรายได้ค่าตอบแทน คือทำงาน ให้เขา แต่ไม่ได้รับค่าตอบแทน ไม่ได้เป็นโลภะที่ต้องการเงินนั้นโดยไม่สมควรนะคะ อาจเปรียบได้กับคนที่ทำงานแต่ไม่ได้รับเงินเดือนด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งค่ะ แต่ก็เข้าใจที่ว่าขณะที่ผิดหวังนั้น ไม่ใช่วิบากแต่เกิดจากกิเลสที่สะสมมาค่ะ
เรียน อาจารย์ทั้งสองท่าน
ขอประทานโทษนะครับ ขอร่วมสนทนาด้วย การมองเห็นอย่างอาจารย์ เป็นการเห็นถูกเข้าใจถูกอย่างท่านอาจารย์พร่ำสอน และ ขณะนั้นการจะพิจารณาให้เกิดกุศลจิต จะพิจารณาอย่างไรครับ
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ
เรียนความเห็นที่ 2 ครับ
การจะวัดว่าเป็นกุศลวิบากทางตาหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าเป็นการได้รับเช็ค ที่เห็น เช็ค ชื่อว่าได้กุศลวิบาก ไม่เห็นเช็ค ชื่อว่าได้อกุศลวิบาก แต่ขณะใดที่เห็นสิ่งที่ดี แม้จะไม่ได้เห็นเช็ค ก็เป็นกุศลวิบากทางตาได้ และ แม้จะเห็นเช็ค แต่เช็คนั้นมีสีที่ไม่ดี ไม่ประณีต ก็เป็นอกุศลวิบากทางตาได้ เพียงแต่ว่า แม้จะเห็นหรือไม่เห็นสิ่งเดียวกัน ก็ต่างที่จะเกิด กุศลจิต หรือ อกุศลจิตที่ผิดหวัง หรือ ไม่ผิดหวังก็ได้ ครับ
เรียนความเห็นที่ 5 ครับ
โลภะมีความละเอียด แม้โลภะที่ไม่เป็นไปในทางทุจริต แม้ทำด้วยความสุจริต ประกอบอาชีพที่สมควร ก็เป็นโลภะได้ เป็นธรรมดา เพราะติดข้องพอใจ ยินดีเพียง เล็กน้อยก็เป็นอกุศลที่เป็นโลภะ เพราะฉะนั้น ขณะที่เป็นวิบาก ก็ขณะจิตหนึ่ง ขณะที่เป็นอกุศล ก็เป็นอีกขณะจิตหนึ่ง ครับ
เรียนความเห็นที่ 6 ครับ
ธรรมไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้ ให้เกิดกุศลอย่างไร ถ้าทำได้ บอกวิธีก็จะเกิดกุศลตามใจซึ่งไม่เป็นเช่นนั้น สำคัญที่ค่อยๆ เข้าใจถูกว่าเป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เราและไม่สามารถบังคับได้เลยว่าจะให้เกิดกุศล หรือ เกิดอกุศล หรือจะให้ได้รับเงิน หรือ ไม่ได้รับเงินเพราะ ธรรมเป็นไปตามเหตุปัจจัย ตามกรรมที่ทำมา และ ตามการสะสมที่จะเกิดกุศลหรือเกิดอกุศล หน้าที่ต่อไป คือ ไม่ใช่จะทำอย่างไรให้เกิดกุศล แต่หน้าที่ที่สำคัญ คือ ฟังพระธรรมต่อไป ครับ
ขออนุโมทนา
เรียนอาจารย์ผเดิมค่ะ เข้าใจที่อาจารย์กล่าวนะคะ แต่ก็ยังติดตรงประเด็นที่ว่า การที่ไม่ได้รับเช็คเงินที่เราควรจะได้นั้น เป็นวิบากหรือเปล่านะค่ะ หรือจะมีคำอธิบายในประเด็นนี้ว่าอย่างไรนะค่ะ ขอบพระคุณมากและขออภัยที่ถามเซ้าซี้นะคะ เพราะเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น แล้วก็ตอนนี้ก็ไม่สามารถทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้นะค่ะ ทำให้ติดอยู่ในใจมากนะค่ะ ขอโทษด้วยค่ะ
เรียน ความเห็นที่ 8 ครับ
ก่อนอื่น ที่เราติด ก็เพราะว่า เรายังไม่เข้าใจ คำว่า วิบาก จริงๆ ว่าคืออะไร ก่อนอื่นก็ต้องทบทวนครับว่า วิบาก คือ ขณะที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้กระทบสัมผัส ขณะที่ไม่ได้รับเช็ค ขณะนั้น มีวิบากอย่างอื่นไหม การไม่ได้รับเช็ค เป็นการสมมติขึ้น ที่เป็นบัญญัติเรื่องราว ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง มีคนจะให้ของขวัญผม ผมคิดอยู่ว่าจะได้ สุดท้ายก็ไม่ได้ ที่คิดว่าไม่ได้ ไม่ใช่วิบาก เพราะ กำลังคิด คิดเป็น กุศลจิต หรือ อกุศลจิตที่ไม่ใช่วิบาก แต่แม้ไม่ได้รับ แต่ก็ได้รับสิ่งที่ดีอย่างอื่นก็ได้ เพราะฉะนั้นขณะที่คิดว่าไม่ได้ ที่หวังจะได้ คิดเป็นอกุศล ไม่ใช่วิบาก การไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นวิบาก แต่เป็นการนึกคิดว่าไม่ได้ เพราะถ้าไม่นึกคิด จะรู้ได้อย่างไรว่าไม่ได้ รับเช็ค แต่เพราะคิดนึกว่าไม่ได้รับเช็ค จึงเป็นการคิดนึก ที่ไม่ใช่วิบาก และ แม้ไม่ได้รับเช็ค ก่อนที่จะคิดอย่างนี้ก็ได้รับวิบากอื่นๆ มากมาย เป็นกุศลวิบาก อกุศลวิบากบ้าง
ดังนั้น เราจะต้องมั่นคงว่า วิบาก คือ ขณะที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้กระทบ สัมผัส เท่านั้น ครับ
ขอยกตัวอย่าง อีกประเด็นหนึ่ง มีคนที่จะได้ไปเที่ยวประเทศอเมริกาที่สวยงามสองคน ทั้งสองคนคิดว่าจะได้ไป สุดท้าย อีกคนได้ไป แต่อีกคนไม่ได้ไป คนที่ไม่ได้ไป เป็นวิบากของเขาหรือเปล่าที่จะไม่ได้ไป แต่เป็นเหตุปัจจัยอื่นที่เขาจะได้รับวิบากอย่างอื่น คือ เห็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่รูปลักษณะเครื่องบิน ได้ยินเสียงอย่างอื่นที่ไม่ใช่เสียงเครื่องบินก็ได้ รับวิบากอย่างอื่นไป สุดท้าย เครื่องบินลำนั้นตก ซึ่งชาวโลกก็สรุปว่า โชคดีของคนที่ไม่ไป ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้น สรุปว่า เป็นวิบากที่ไม่ดี ที่ไม่ได้ไป จะเห็นนะครับว่า ควรเข้าใจความจริงให้มั่นคง ระหว่าง ความคิด กับ วิบาก โดยเฉพาะกับคำว่า วิบาก ให้ถูกต้อง ครับ
ขออนุโมทนา
อาจารย์คะ ขอบพระคุณมากๆ เลยค่ะที่อธิบายอย่างละเอียด ตอนนี้พอเข้าใจแล้วค่ะคือ ต้องดูเป็นขณะๆ ไป ความคิดก็คือความคิด เป็นกุศลบ้าง อกุศลบ้าง ตามการสะสม ไม่ใช่วิบาก วิบาก คือ ขณะที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้กระทบสัมผัส เท่านั้น ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ พอเข้าใจแล้ว ก็ไม่ค่อยกังวลเรื่องได้เช็คนี้แล้วค่ะ ไม่ได้ก็ไม่ได้ค่ะ ที่มีค่ามากกว่าคือเข้าใจแล้วค่ะ
ขออนุโมทนาบุญกับอาจารย์ทั้งสองท่านนะคะ _/_



