Print 
เห็นกายในกาย
 
kajeerat
วันที่  18 ต.ค. 2556
หมายเลข  23875
อ่าน  3,830

     เริ่มฟังธรรมเคยได้ยินท่านอาจารย์พูดถึงคำว่าเห็นกายในกาย. แต่ครั้งนั้นยังเป็นผู้ใหม่ เพิ่งเริ่มเข้ามาฟังพระธรรมของท่านอาจารย์  จึงไม่ได้จดจำสนใจและจำไม่ได้ว่าฟังจากยูทูปตอนไหน. และนับแต่ครั้งนั้น   ข้าพเจ้าก็ฟังพระธรรมของท่านอาจารย์มาตลอด  แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ได้ยินและฟังเรื่องเห็นกายในกายอีก. จึงขอความกระจ่างค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 19 ต.ค. 2556 02:51 น.
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
 
การพิจารณาเห็นกายภายใน  กายภายนอกคือการเจริญกายานุปัสสนาสติปัฏฐานก็คือ
 
     การพิจารณาเห็นกายบ่อยๆ เนืองๆ  หมายถึง สติปัฏฐานขณะที่มีกายเป็นอารมณ์เป็นการระลึกศึกษาที่ลักษณะของรูปซึ่งเคยยึดถือว่าเป็นกายตามปกติ คือ ไม่มีการจดจ้องหรือเพ่งเล็งที่จะต้องการรู้สภาพของรูปใดรูปหนึ่งมาก่อน แต่เพราะการสะสมความเข้าใจจากการฟัง การพิจารณาเป็นสังขารขันธ์ปรุงแต่งให้สติพร้อมสัมปชัญญะเกิดขึ้นรู้ลักษณะของรูปธรรมซึ่งปรากฏโดยความเป็นสภาพที่ไม่รู้อารมณ์  เช่นลักษณะที่เย็นร้อน  อ่อน  แข็ง  ตึง  ไหว หรือ  สี  กลิ่น  รส  เป็นต้น  ที่เคยยึดถือผิดว่าเป็นกาย หรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของกาย เป็นการละวิปลาสที่ยึดถือว่างามในสิ่งที่ไม่งาม  เพราะโดยสภาพของรูปนั้นเป็นสภาพที่ไม่งาม เนื่องจากเกิดขึ้นและดับไปอย่างรวดเร็ว   มีอายุเพียง  ๑๗  ขณะจิต   แต่เพราะความไม่แยบคาย  จึงยึดนิมิตอนุพยัญชนะเห็นว่า รูปกายซึ่งไม่งาม  ว่าเป็นของงาม
 
     ที่สำคัญ การเจริญกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ก็ต้องพิจารณาเห็นกายภายในและภายนอกตามความเป็นจริง ซึ่งโดยปกติเราจะยึดถือว่ามีกายของเรา ก็คือกายภายในและ กายคนอื่นที่เป็นกายภายนอก พระพุทธองค์จึงทรงแสดงให้เห็นว่า ควรพิจารณากายภายในและ กายภายนอกว่าเป็นแต่เพียงธรรม คือ รูปธรรมที่ปรากฏทางกายเท่า นั้นไม่มีใคร มีแต่ธรรม

     ซึ่ง เห็นกายภายในและกายภายนอก ด้วยปัญญาที่เห็นตามความเป็นจริงว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา กายภายในคือตัวเราที่หลงยึดถือด้วยความเห็นผิดว่าเป็นเราจริงๆก็เป็นธรรมเป็นเพียงธาตุ  กายภายนอกคือบุคคลอื่นก็เป็นธรรมทั้งหมด ละความยึดถือว่าเป็นกายของเรา และกายของผู้อื่นเพราะเห็นตามความเป็นจริงว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา

อนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 19 ต.ค. 2556 07:40 น.

ขอนอบน้้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     สติปัฏฐานเป็นเรื่องของการอบรมเจริญปัญญา ระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังมี กำลังปรากฏตามความเป็นจริงบุคคลของผู้อบรมนั้น ซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้ฟังพระธรรม ได้ศึกษาพระธรรม ฟังในสิ่งที่มีจริงบ่อย ๆ เนือง ๆ มีความเข้าใจที่ถูกต้องในธรรม ที่เป็นนามธรรม และรูปธรรม ไม่มีการเลือก ไม่มีการเจาะจง หรือไม่มีการเว้นไม่ให้รู้รูปนั้น นามนี้ เป็นต้น และสภาพธรรมที่เป็นที่ตั้งให้สติปัฏฐานเกิดนั้น ล้วนเป็นธรรมที่มีจริงทั้งสิ้น เมื่อประมวลแล้ว ไม่พ้นไปจาก กาย เวทนา จิต และธรรม

     กายานุปัสสนาสติปัฏฏฐาน เป็นการระลึกรู้ลักษณะสภาพธรรมที่ปรากฏที่กาย หรือที่เคยยึดถือว่าเป็นกายของเรา นั่นก็คือ มหาภูตรูป ๔ คือธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ และธาตุลม ตึง ไหว ซึ่งจะต้องเห็นว่า ว่าเป็นเพียงสภาพธรรมที่มีจริง ไม่ใช่กายของเราเป็นเพียงรูปธรรมที่เกิดขึ้นปรากฏเท่านั้น ควรที่จะได้พิจารณาว่าทุกคนมีกายแน่นอน แต่ว่าก่อนที่ได้ฟังธรรม เรายึดถือว่า กายเป็นของเรา หรือเป็นตัวเราแต่เมื่อได้ฟังพระธรรมแล้วรู้ว่า ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตาแม้แต่คำว่า ธรรม คำเดียว ก็จะต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่า เมื่อเป็นธรรมแล้วก็ต้องไม่ใช่เรา

     ทั้งหมดนั้น ล้วนเป็นธรรมที่มีจริงทั้งสิ้น และประการที่สำคัญ สติปัฏฐาน ไม่ใช่การคิดนึก แต่เป็นการระลึกรู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง  และก่อนที่จะไปถึงสติปัฏฐาน ก็ต้องเริ่มที่การสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกในสภาพธรรมที่มีจริง ๆ  ในชีวิตประจำวัน  ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 19 ต.ค. 2556 07:45 น.

เห็นกายในกาย คือ เห็นกายเป็นธรรม ไม่ใช่เห็นเป็นคน เป็นสัตว์ สิ่งของ ไม่ใช่เห็นกายเป็นจิต เห็นกายเป็นเวทนา ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
papon
papon
วันที่ 18 ต.ค. 2556 21:26 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 19 ต.ค. 2556 08:42 น.

ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
kinder
วันที่ 19 ต.ค. 2556 13:25 น.

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Suth.
Suth.
วันที่ 20 ต.ค. 2556 10:55 น.

ขออนุโมทนาทุกท่านทั้งผู้ถามปัญหาและท่านผู้ตอบ ตลอดจนทุกท่านที่เข้ามาอ่านเพิ่มพูนความเข้าใจ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 21 ต.ค. 2556 20:38 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 22 ต.ค. 2556 01:05 น.

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ดวงทิพย์
ดวงทิพย์
วันที่ 22 ต.ค. 2556 13:09 น.

ANUMODHANA   KAA

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
Suth.
Suth.
วันที่ 11 ก.ย. 2557 12:57 น.

แม้การอ่านซ้ำ ก็ได้ความเข้าใจเพิ่มขึ้นในทุกครั้งที่อ่าน ขออนุโมทนาแก่ทุกท่านผู้ให้ความรู้ความเข้าใจและทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
วิริยะ
วันที่ 2 ก.พ. 2558 14:01 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
sumek
sumek
วันที่ 30 ก.ย. 2558 15:47 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
peem
วันที่ 18 ธ.ค. 2558 10:22 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ