ธรรมะจากพม่า 2

 
kanchana.c
วันที่  19 มี.ค. 2556
หมายเลข  22648
อ่าน  1,533

พุกาม ทะเลแห่งเจดีย์

เนื่องจากพวกเรามีถึง 107 ชีวิต สายการบินภายในพม่าใช้เครื่องบินเล็ก จึงต้องแบ่ง

กลุ่มออกถึง 3 กลุ่ม ตามกุศลวิบากและอกุศลวิบากของแต่ละท่าน จะแลกเปลี่ยนกันก็ไม่

ได้ เพราะได้ส่งชื่อผู้โดยสารไปที่สายการบินล่วงหน้าแล้ว พวกเราเริ่มออกเดินทาง

ตั้งแต่ห้าโมงเย็น (เวลาของพม่าข้ากว่าไทยครึ่งชั่วโมง) จากมัณฑะเลย์ไปพุกาม (พม่า

เรียก Bagan) เมืองแห่งเจดีย์หมื่นองค์ ใช้เวลานั่งเครื่องเพียงครึ่งชั่วโมงก็ถึงพุกามแล้ว

เพราะเป็นกลุ่มแรกที่ถึงพุกามจึงมีเวลาชมเจดีย์ที่มีมากมาย มะตู ไกด์พม่าเล่าประวัติ

ให้ฟังว่า พุกามเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของพม่า สมัยนั้นผู้นับถือศาสนาพุทธนิยมสร้าง

เจดีย์ เพราะเชื่อว่า เจดีย์คือนิพพาน ถ้าต้องการนิพพานก็ต้องสร้างเจดีย์ กษัตริย์

เสนาบดี คหบดี ชาวบ้านรวมกลุ่มกันสร้างเจดีย์ไว้เป็นหมื่นๆ องค์ (อ่านจากหนังสือว่า มี

ถึง 30.000 องค์ แต่มะตูเล่าว่า มี 3,000 กว่าองค์ ไม่ค่อยเชื่อมะตูเท่าไร เพราะภาษา

ไทยของเธอไม่ค่อยแข็งแรง เธอเล่าว่า เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เจดีย์หลายพันองค์พัง

ทลายไป ปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 2,000 กว่าองค์) แต่จะมากน้อยอย่างไรก็ตาม มอง

ไปข้างหน้า ทางซ้าย หรือทางขวาก็มีแต่เจดีย์และเจดีย์ที่สวยงามวิจิตรด้วยศิลปะแบบ

พม่า ผ่านเจดีย์สวยองค์หนึ่ง ถามมะตูว่า เจดีย์อะไร เธอบอกว่า ต้องลงไปอ่านป้าย

เพราะจำไม่ได้เหมือนกัน จำได้แต่เจดีย์ที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นของกษัตริย์สร้างไว้ ซึ่งจะพา

เราไปดูไปชมในวันรุ่งขึ้น

เข้าใจเอาเองว่า คงเพราะไม่เข้าใจว่า นิพพานคืออะไร จึงมีการแข่งขันกันสร้างเจดีย์

ให้สวยที่สุด ใหญ่ที่สุด สูงที่สุด (แสดงถึงความสำคัญตน ไม่ได้มีการละคลายอกุศล

อะไรเลย ซึ่งห่างไกลจากนิพพานเหมือนฟ้ากับน้ำ) และประวัติการสร้างเจดีย์บางแห่งก็

โหดร้าย กษัตริย์บางองค์ก็ปลงพระชนม์พระราชบิดา แล้วมาสร้างเจดีย์ บางท่านก็

ประหารชีวิตช่างฝีมือดีเมื่อสร้างเจดีย์เสร็จ เพื่อจะได้ไม่ไปสร้างเจดีย์ที่สวยงามเช่นนั้น

ให้คนอื่นอีกต่อไป (สร้างไม่สวยก็คงถูกประหารเหมือนกัน มีแต่ตายกับตาย ถ้าไม่เชื่อ

กรรมและผลของกรรมก็คงหดหู่น่าดู แต่ถ้ารู้ว่า ที่เป็นอย่างนี้ ไม่มีใครทำให้ นอกจาก

กรรมของแต่ละคนเท่านั้น ก็จะเกิดอุเบกขา ไม่หวั่นไหวได้ เพราะโลกมนุษย์เป็นที่ดูผล

ของบุญและบาป และบุญและบาป สาธุ) บางแห่งมีวิธีตรวจสอบความแข็งแรงของการ

ก่อสร้างเจดีย์ แต่ละวันผู้มีหน้าที่ตรวจสอบจะใช้เข็มแทงผ่านรอยต่อของก้อนอิฐมอญแต่

ละก้อนที่ประสานให้ติดกันด้วยของเหนียวทั้งหลายที่กวนเข้ากัน ถ้าเข็มสามารถแทง

ทะลุได้ ช่างคนนั้นจะต้องถูกตัดแขน (มีแผ่นหินที่ให้สอดแขนเพื่อลงโทษแสดงไว้ให้ดู

ด้วย) ช่างฝีมือดีทั้งหลายจึงพากันหนีจากพุกามไปอยู่เมืองอื่นๆ

ฟังดูแล้วไม่น่าเลื่อมใสศรัทธาในเจดีย์เหล่านี้นัก ความจริงเจดีย์เป็นเพียงรูป แต่

อกุศลจิตบางขณะของผู้สร้างต่างหากที่ไม่น่าเลื่อมใส แต่อกุศลจิตนั้นก็ดับไปนานแล้ว

เหลือแต่เพียงเรื่องราวที่เล่าต่อๆ กันมานานนับพันปี เมื่อได้ฟังก็เกิดอกุศลจิตติดตามมา

ไม่ได้รู้เลยว่า เป็นธรรมะแต่ละอย่างที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่

ใช่ตัวตน ไม่ใช่เรา บังคับบัญชาไม่ให้เกิดก็ไม่ได้ เพราะเกิดแล้วเป็นไปตามการสะสม

ได้ปีนป่ายขึ้นไปชมเจดีย์ จำชื่อไม่ได้เหมือนกัน ซึ่งกำลังซ่อมแซม มะตูบอกว่า เขา

ห้ามไม่ให้ขึ้นไปข้างบน แต่มองไปเห็นนักท่องเที่ยวฝรั่งขึ้นไปนั่งกันเต็ม ก็เลยขอขึ้นไป

บ้าง เพราะเป็นคนชอบที่สูง เห็นไม่ได้จะต้องปีนป่าย (เพราะจิตเกิดดับสืบต่อ จึงใหม่

ตลอดเวลา ทำให้ลืมเสมอๆ ว่า เป็นผู้หญิงสูงวัยแล้ว แถมนุ่งกระโปรงยาวด้วย) มะตูเล่า

ประวัติเจดีย์ให้ฟัง แต่ก็ลืมตามเคย คงไม่สำคัญอะไร เพราะเรื่องราวเหล่านั้นก็ผ่านไป

หมดแล้ว จะมีเมื่อคิดถึงอีก เก็บไว้ให้ไกด์จำไว้เล่าให้ลูกทัวร์ฟังดีกว่า

ถึงเวลาทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารกลางแจ้งใกล้ๆ เจดีย์ที่เราชม นั่งรถประมาณ 5

นาทีก็ถึงร้านอาหารแล้ว ได้รับประทานอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์ท่ามกลางทุ่งแห่งเจดีย์ที่

มืดสนิท สว่างแต่บริเวณร้านอาหารและพระเจดีย์ที่มองเห็นได้ 360 องศา คนพม่าจะให้

ความเคารพนับถือเจดีย์มาก ไกด์บอกว่า ตอนกลางคืนที่บ้านจะมืดไม่เป็นไร แต่พระ

เจดีย์ต้องสว่าง ได้รับประทานอาหารพร้อมกับชมการแสดงศิลปะพม่า มีการร้อง การเต้น

ของเด็กๆ พม่า ที่สนุกก็คือน้องป๊อบของพวกเราออกไปร่วมเต้นด้วย ทำให้ได้หัวเราะกัน

ครึกครื้น และที่น่ารักก็คือการแสดงของช้างน้อยที่ได้รับเงินรางวัลจากคนไทยไปหลาย

หมื่นจ๊าด (500 จ๊าดเท่ากับ 20 บาท)

วันรุ่งขึ้น ตามโปรแกรมจะพาไปชมพระเจดีย์ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด คือ พระเจดีย์ชเวสิกอง

พระสถูปศิลปะพม่าแท้ มีขนาดใหญ่สีทอง บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 3 ส่วน คือ พระ

เขี้ยวแก้วที่ได้รับจากกษัตริย์ศรีลังกา พระธาตุกระดูกไหล่ จากเมืองศรีเกษตร (เมือง

แปร) และพระธาตุพระนลาฏ (หน้าผาก) จากนั้นไปชมพระเจดีย์ที่สวยงามที่สุด คือ วัด

อนันดา

เมื่อได้ทราบว่า เพื่อนชาวพม่าของคุณหมี ชุติมันต์ พานิชศักดิ์พัฒนา ที่เคยรู้จักกับ

คุณหมีตั้งแต่ปี 1980 เมื่อทั้งสองท่านไปศึกษาต่อที่ Texas A & M รัฐเทกซัส ประเทศ

สหรัฐอเมริกา คุณหมีได้แนะนำให้ มร. อู จั่น ตอง (ประมาณนี้) ศึกษาธรรมะจากท่าน

อาจารย์ และคุณตองได้เคยมามาสนทนาธรรมกับท่านอาจารย์ที่บ้านของท่านใน

กรุงเทพด้วย เมื่อทราบข่าวว่า ท่านอาจารย์และคณะเดินทางไปพม่า จึงมาขอสนทนา

ธรรมด้วย

ได้บอกข่าวนี้ต่อๆ กัน (ท่านอาจารย์บอกว่าไม่ต้องประกาศ) มีผู้มาร่วมสนทนาด้วย

หลายท่าน ที่ไม่น่าแปลกใจก็คือ ท่านจักรกฤษณ์ เจนเจษฎาและลูกสาวคนสวย น้อง

ดรีม เธอบอกว่า วันหลังมาเที่ยวพม่าใหม่ก็ได้ แต่โอกาสจะได้สนทนาธรรมนั้นยากกว่า

และอีกคนหนึ่ง คือน้องเต้ พีรพัช เด็กหนุ่มที่ทุ่มเทอุทิศตนศึกษาธรรมะอย่างจริงจัง ส่วน

เรานั้นก็น่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน เพราะปกติมีข้ออ้างที่จะไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ เสมอ

แต่เพราะเคยไปชมมาแล้ว และอากาศก็ร้อนจัดด้วย สนทนาธรรมน่าจะสัปปายะมากกว่า

มร. อู จั่น ตองซึ่งปัจจุบันทำงานที่ยูนิเซฟ ประจำพม่า มาสายไปเล็กน้อย เพราะรถที่

นัดกันว่าจะไปรับนั้นไม่มา จึงนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างมา ขอโทษพวกเราที่ทำให้ไม่ได้ไป

เที่ยวชมเมืองพุกาม ทุกคนก็ตอบว่า ไม่มีอะไรมีค่าเท่ากับการเข้าใจธรรมะอีกแล้ว ต่อไป

นี้เป็นการสนทนาธรรมที่คัดลอกมาจากเทปที่บันทึกไว้ แต่แบบย่อๆ ตามความเข้าใจ

ของตัวเอง

ตอง ผมไม่มีปัญหามาถามมากนัก เพราะยังไม่มีเวลาศึกษาธรรมะมากพอ แต่อยาก

จะขอคำแนะนำจากท่านอาจารย์ว่า ทำอย่างไรถึงจะสงบ แม้ว่าจะไม่มีเวลาปฏิบัติธรรม

ทุกวัน

ส. ขณะที่ดีที่สุดในชีวิตคืออะไร

ตอง ขณะปัจจุบัน

ส. เมื่อมีความเข้าใจถูกในสภาพธรรมะที่กำลังปรากฏขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นอะไร

สำคัญกว่าปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่เข้าใจอะไรเลย เพราะว่าพระผู้มีพระภาคทรงแสดง

ธรรมให้เข้าใจสิ่งที่กำลังปรากฏเดี๋ยวนี้ เพราะขณะที่ผ่านไปแล้วก็หมดไปแล้ว ขณะนี้จึง

เป็นขณะที่สามารถอบรมเจริญปัญญา โดยเริ่มจากการฟัง พิจารณาธรรมะที่ทรงแสดง

ไม่ใช่คิดเอง เพราะไม่มีใครสามารถคิดถึงธรรมะตามความเป็นจริงได้ เพราะไม่ใช่สัมมา

สัมพุทโธ จึงต้องมีพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ... แม้แต่คำๆ เดียว ก็ต้องพิจารณา อย่างเช่น

ปฏิบัติ ถ้าไม่เข้าใจ ปฏิบัติไม่ได้ เราเพียงแต่ศึกษาตามที่พระผู้มีพระภาคทรงตรัสรู้และ

ทรงแสดงไว้ดีแล้ว

การศึกษาธรรมะมี 3 ขั้น คือ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ถ้าไม่มีปริยัติ ไม่สามารถปฏิบัติได้

ต้องมีการฟัง พิจารณา ไตร่ตรองจนเป็นความเข้าใจของตนเอง จึงจะปฏิบัติได้ จึงต้อง

ศึกษาธรรมะอย่างละเอียดทีละคำ แม้แต่คำเดียว คือ “ธรรมะ” หมายถึงสภาพที่มีจริงใน

ขณะนี้ จะเรียกว่า เป็นคนนั้น คนนี้ หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้ แต่ธรรมะไม่ใช่ของใคร ไม่

เป็นใคร เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ..

.
ตอง เราสามารถจะเตรียมตัวก่อนตายได้อย่างไร

ส. เคยได้ยินคำว่า “อนัตตา” ไหม

ตอง เคยครับ

ส. คืออะไร

ตอง ไม่เที่ยง

ส. อะไรไม่เที่ยง

ตอง ทุกอย่าง

ส. ทุกอย่างคืออะไร คุณสามารถพูดได้ว่า ทุกอย่าง แต่ทุกอย่างนั้นคืออะไร ทีละอย่าง

เพราะทุกอย่างไม่เที่ยง ขณะนี้อะไรไม่เที่ยง เห็นไหมว่า ตอบไม่ได้ แสดงว่าไม่เข้าใจ

เพียงแต่พูดว่า ทุกอย่างเป็นธรรมะ แต่สิ่งนั้นคืออะไร เพียงอย่างเดียว เดี๋ยวนี้อะไรเป็น

อนัตตา เห็นไหมว่า ปฏิบัติคืออะไร ถ้ายังไม่เข้าใจอะไรเลย ดิฉันอยากจะทราบว่า ปฏิบัติ

อะไร และได้อะไรจากการปฏิบัติ

ตอง เราเรียกว่า มหาสติปัฏฐาน

ส. มหาสติปัฏฐานคืออะไร ต้องเป็นความเข้าใจของคุณเอง เมื่อศึกษาแล้ว แสดงว่า

คุณเข้าใจ เมื่อเข้าใจแล้ว ความเข้าใจเข้าใจอะไร ความเข้าใจเป็นคุณหรือไม่ ความเข้า

ใจก็เป็นอนัตตา ความเข้าใจไม่ใช่ความไม่เข้าใจ เป็นสภาพธรรมะคนละอย่าง

ฯลฯ

เป็นตัวอย่างแค่นี้นะคะ ที่เหลือทั้งหมดน่าสนใจมาก แต่คงคัดลอกทั้งหมดไม่ได้

ท่านอาจารย์สนทนากับคุณตองจนเกือบเที่ยง คุณตองก็ลากลับไปทำงานที่โรง

พยาบาลพุกาม เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนพม่าให้กินดี อยู่ดี มีสุขภาพอนามัย

แข็งแรง ท่านอาจารย์บอกว่า ถ้าไม่เข้าใจธรรมะ ไม่เป็นคนดี ก็ยังไม่ชื่อว่า มีความเป็นอยู่

ดี

รถมารับพวกเราไปรับประทานกลางวันร่วมกับคณะท่องเที่ยวที่ภัตตาคารริมแม่น้ำ

อิระวดี และไปพักผ่อนหลบแดดร้อนจัดที่โรงแรม เมื่อเวลาสมควรก็เดินทางไปชมวัดมนุ

ทา วัดที่อึดอัดที่สุด สร้างโดยพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์มอญ ที่นี่ไกด์แนะนำให้เข้าทางไหน

มองอย่างไร จึงจะเป็นพระพักตร์ของพระพุทธรูปร้องไห้บ้าง ยิ้มบ้าง แล้วแต่จะ

จินตนาการ ถ้าออกไปเห็นพระพุทธรูปยิ้ม ก็จะเป็นสิริมงคล

สุดท้ายไปชมเจดีย์ชเวซานดอว์ เพื่อปีนขึ้นไปบนยอดเจดีย์ ชมทะเลเจดีย์ 360 องศา

ยามพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งเป็นไฮไลท์ของพุกามค่ะ ภาพงามๆ รอชมจากฝีมือ ของน้อง

วันชัย ภู่งามนะคะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
panasda
วันที่ 19 มี.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
nong
วันที่ 20 มี.ค. 2556

ขอบคุณและขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
paderm
วันที่ 20 มี.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
JANYAPINPARD
วันที่ 20 มี.ค. 2556

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
j.jim
วันที่ 20 มี.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
yupaporn
วันที่ 20 มี.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
nopwong
วันที่ 20 มี.ค. 2556

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
jaturong
วันที่ 21 มี.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
rrebs10576
วันที่ 21 มี.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
Boonyavee
วันที่ 22 มี.ค. 2556

ขอกราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 22 มี.ค. 2556

ส. อะไรไม่เที่ยง

ตอง ทุกอย่าง

ส. ทุกอย่างคืออะไร คุณสามารถพูดได้ว่า ทุกอย่าง แต่ทุกอย่างนั้นคืออะไร ทีละอย่าง

เพราะทุกอย่างไม่เที่ยง ขณะนี้อะไรไม่เที่ยง เห็นไหมว่า ตอบไม่ได้ แสดงว่าไม่เข้าใจ

เพียงแต่พูดว่า ทุกอย่างเป็นธรรมะ แต่สิ่งนั้นคืออะไร เพียงอย่างเดียว เดี๋ยวนี้อะไรเป็น

อนัตตา

...............................

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาพี่แดงครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
khampan.a
วันที่ 22 มี.ค. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของ อ. กาญจนา และทุกๆ ท่านด้วย ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
Wisaka
วันที่ 28 มี.ค. 2556

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของ อ. กาญจนา และทุกๆ ท่านด้วย ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
orawan.c
วันที่ 17 พ.ค. 2556

ขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ