พระพุทธพจน์ และ อรรถกถา
 
emancipation
วันที่  16 ก.ค. 2555
หมายเลข  21423
อ่าน  2,591

 สมัยนี้มีคนที่อ้างอิงพระพุทธพจน์ เชื่อในพระพุทธพจน์ แต่ไม่สนใจพระอรรถกถา

ท่านอาจารย์มีความเห็นอย่างไรครับ เพราะบางทีพระพุทธพจน์กล่าวเพียงสั้นๆ เรา

ซึ่งมีปัญญาน้อยอาจเข้าใจพระพุทธพจน์คลาดเคลื่อนตามความเข้าใจของเรา เราควร

ศึกษาำพระอรรถกถาด้วยใช่ไหมครับ 



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 16 ก.ค. 2555

      ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   ในความเป็นจริง อรรถกถา ก็เป็นพระธรรมของพระพุทธเจ้านั่นเองครับ เพียงแต่ว่า

กล่าวโดยพระสาวก เมื่อพระพุทธเจ้าทรงรับรองคำนั้น ก็ชื่อว่า เป็นพระพุทธพจน์แล้ว

ดังนั้น อรรถกถาที่อธิบายเพิ่มเติม ก็เป็นคำที่สาวกของพระพุทธเจ้า ไม่ได้แต่งขึ้นใหม่

ดังพระสูตรที่อ้างถึง ที่มีคำว่า นักกวีแต่งขึ้นใหม่ แต่อรรถกถาเป็นการอธิบายพระธรรม

ตามแนวของพระพุทธเจ้า คือ ตามพระบาลี     ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง อยู่แล้ว

ไม่ได้แต่งให้นอกเหนือจากคำสอนของพระองค์ แต่ที่พระสาวกผุ้มีปัญญา ได้อธิบาย

เป็นอรรถกถา ก็เพื่อความละเอียด เพื่อความเข้าใจของสาธุชนรุ่นหลัง    ให้เข้าใจได้

ถูกต้องไม่เผิน ในพระพุทธพจน์ที่ลึกซึ้งสุดประมาณ      ยากต่อการเข้าใจกับหมู่สัตว์

ผู้มากไปด้วยความไม่รู้ ครับ

          ดังนั้น การจะปฏิเสธ ถ้อยคำของใคร ผู้ใด นั้น ก็จะต้องศึกษาพระธรรมอย่าง

ละเอียดให้เข้าใจถูกต้อง และเมื่อเข้าใจพระธรรมแล้ว เมื่อได้ยินคำใดจากผู้ใดก็ย่อม

รู้ถึงคำนั้นคือ ไม่ได้ติดที่พยัญชนะ ว่าจะต้องตรงตามพระไตรปิฎก จึงจะเป็นพระพุทธ

พจน์ แต่ถ้อยคำนั้น   สื่อความหมาย    เป็นไปแนวทางเดียวกับพระธรรมหรือไม่ เมื่อ

ความหมายอรรถเป็นไปแนวทางเดียวกัน คำนั้น ก็ชื่อว่า คล้อยตามพระพุทธพจน์ เป็น

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าด้วย เพราะว่า อาศัย พระพุทธพจน์ ที่ได้ศึกษาเข้าใจ มา

อธิบายเพิ่มเติม เพื่อความเข้าใจละเอียดเพิ่มขึ้น ครับ   อรรถกถา ก็เช่นกันที่ แต่งขึ้น

โดยพระสาวกผู้มีปัญญา ท่านเหล่านั้นก็ยึดหลักพระธรรมของพระพุทธเจ้าเพราะท่าน

ได้ศึกษาเข้าใจแล้ว จึงอธิบายพระพุทธพจน์เพิ่มเติมให้มีความเข้าใจพระธรรมละเอียด

เพิ่มขึ้น และที่สำคัญ พระสาวกทั้งหลาย หากได้อ่านรายละเอียด ท่านจะกล่าวเสมอว่า

ท่านได้อธิบายแต่งอรรถกถาเพิ่มเติมโดยยึดแนวหลัก  คือ  พระพุทธพจน์เดิม ไม่ได้

แต่งนอกเหนือไปจากนี้ และเมื่อพระสาวกกล่าวธรรมแล้ว มีคนเลื่อมใสและผู้นั้นถาม

พระสาวกว่า คำนี้เป็นคำของท่านหรือไม่ ท่านก็กล่าวว่า ไม่ใช่คำของท่าน แต่เป็นคำ

ของพระพุทธเจ้านี่ก็แสดงถึง คำที่กล่าว แม้สาวกกล่าว ก็กล่าวมาจากความเข้าใจของ

ตนเอง ที่ได้ศึกษาพระธรรม ฟังพระธรรม  ท่านพระอรรกถาจารย์ มีพระสาวกรุ่นหลัง

ก็เช่นเดียวกัน

     ดังนั้น พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง เป็นสิ่งที่ลึกซึ้งสุดประมาณ หากมีผู้ที่มี

ปัญญามาก มีพระอริยสาวก ที่อธิบายพระธรรมให้เข้าใจขึ้น ก็ควรศึกษาเพิ่มเติม คือ

ควรอ่าน ศึกษาจากพระอรรถกถาจารย์ทั้งหลาย เพื่อประโยชน์ในการเข้าใจพระธรรม

ที่ถูกต้อง   ดังเช่น มงคลข้อแรกๆ คือ การคบกัลยาณมิตร ย่อมได้คุณวิเศษ  มีการ

ได้ความเข้าใจพระธรรมและได้บรรลุธรรม ครับ

คิดเอง กับ อาศัยผู้อื่นอธิบายที่มีปัญญา มีความเข้าใจ

อย่างไหนประเสริฐกว่ากัน

ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
เข้าใจ
เข้าใจ
วันที่ 16 ก.ค. 2555

กราบขอบพระคุณท่านเจ้าของกระทู้เป็นอย่างมากครับ ที่ทำให้ผมได้อ่านคำตอบ  ที่ยังให้สติ  ปัญญาความเข้าใจถูกและรู้ถูกเกิดขึ้นเป็นอย่างมากครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 16 ก.ค. 2555

          ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   สิ่งสำคัญที่สุด คือ การตั้งใจฟังพระธรรม    ศึกษาพระธรรมด้วยความละเอียดรอบคอบ

และตั้งจิตไว้ชอบในการศึกษา    ว่า ศึกษาเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกเท่านั้น  ไม่ใช่เพื่อ

อย่างอื่น

   จะเห็นได้ว่า พระธรรมที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงตลอด ๔๕ พรรษา ที่

สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้จากการที่พระอริยสาวกทั้งหลายเห็นประโยชน์ของพระธรรม

ช่วยกันรักษาพระธรรมวินัยให้คงอยู่อันจะเป็นประโยชน์   แก่ผู้ที่มีโอกาสได้ศึกษาอย่าง

แท้จริง นั้น   เป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกโดยตลอด กล่าวได้ว่า พระไตรปิฎกและ

อรรถกถา เป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกทั้งหมด    สำคัญอยู่ที่ว่าผู้นั้นจะศึกษาโดย

ละเอียดหรือไม่?     อรรถกถาส่วนหนึ่งมาจากปกิณณกเทศนาของพระอรหันตสัมมาสัม

พุทธเจ้า  และส่วนหนึ่งก็มาจากพระอรหันต์สาวกมีท่านพระสารีบุตรเป็นต้นท่านอธิบาย

ไว้     เป็นการอธิบายพระบาลีคือพระพุทธพจน์ให้เข้าใจยิ่งขึ้น อันเป็นการอธิบายของ

พระอริยสาวกผู้ที่ประกอบด้วยปัญญา ที่ควรค่าแก่การศึกษาพิจารณาไตร่ตรองเป็นอย่าง

ยิ่ง   จึงสมควรที่จะได้ศึกษาทั้งพระพุทธพจน์ และคำที่อธิยายพระพุทธพจน์ ด้วยครับ.

                           ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ... 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
emancipation
วันที่ 17 ก.ค. 2555

ยินดียิ่งครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ms.pimpaka
ms.pimpaka
วันที่ 5 มิ.ย. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ประสาน
วันที่ 26 เม.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ