ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ศาลรัฐธรรมนูญ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่  26 มี.ค. 2555
หมายเลข  20867
อ่าน  1,016

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ

ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ

สังฆัง  สะระณัง คัจฉามิ

เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

และ คณะวิทยากร ของมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา 

ได้รับเชิญจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อไปสนทนาธรรม ที่ศาลรัฐธรรมนูญ

ถนนแจ้งวัฒนะ ในหัวข้อ "ธรรมะในชีวิตประจำวัน" ตามโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์

การสร้างองค์กรและบุคคลากร ให้มีความเข้มแข็ง มีคุณธรรม จริยธรรม

ระหว่างเวลา ๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. 

โดยมี ท่านวสันต์   สร้อยพิสุทธิ์   ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ท่านจรัญ   ภักดีธนากุล   ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ท่านชัช   ชลวร   ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ท่านอุดมศักดิ์   นิติมนตรี   ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ให้การต้อนรับ และ ร่วมรับฟังการสนทนาธรรมในครั้งนี้ด้วยครับ

ครั้งนี้ เป็นการสนทนาธรรมที่หน่วยงานของศาลยุติธรรม เป็นครั้งที่สอง

ที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสร่วมรับฟัง  โดยครั้งแรกเป็นการสนทนาธรรมที่

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ซึ่งท่านที่สนใจสามารถเข้าชมได้ที่ลิงค์นี้ครับ...

ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ๑๗ ส.ค. ๒๕๕๔ )

หลังจากที่ท่านพิธีกรได้กล่าวแนะนำประวัติของท่านอาจารย์ ต่อท่านผู้เข้าร่วมรับฟังแล้ว

ก็ได้เรียนเชิญท่านอาจารย์ และ คณะวิทยากร เพื่อเริ่มการสนทนาธรรม

ซึ่งข้าพเจ้าขอนำความบางตอนมาฝากทุกท่านเพื่อพิจารณา ดังนี้ครับ

วันนี้ ก็เป็นวันหนึ่ง ที่จะได้ พูดความจริง

ความจริง เป็นสิ่งที่ รู้ยาก   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรทั้งสิ้น 

โดยเฉพาะ ความจริง ที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้

หลังจากที่ทรงบำเพ็ญพระบารมี สี่อสงไขยแสนกัปป์ และ ทรงแสดงพระธรรม

ซึ่งเป็นความจริง ทั้งหมด ทุกคำ  โดยละเอียดยิ่ง ถึง ๔๕ พรรษา 

เป็น คำจริง ที่ทุกคน มีโอกาสที่จะได้ "ฟัง" และ เข้าใจได้

เพราะว่า "คำจริง" ไม่ได้หมายความว่า เราต้องไปแสวงหาที่อื่น 

แต่...ขณะนี้...เดี๋ยวนี้...ก็มีสิ่งที่มีจริง

แต่ใคร? จะมีคำจริง ที่จะทำให้ได้เข้าใจ ลึกซึ้ง ละเอียด อย่างยิ่ง ของสิ่งที่มี

แต่ว่า พระธรรม "เผิน" อย่างที่เข้าใจ ไม่ได้เลย 

เพราะว่า ผู้ที่ตรัส เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

แล้ว "เรา" เป็นใคร?

 วันนี้ มีสิ่งที่ปรากฏ 

โดยที่ ไม่มีใครรู้เลย ว่าแท้ที่จริงแล้ว ปรากฏ กับอะไร?

ปรากฏ กับ ความไม่รู้

(ใน)สิ่งที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้

เพราะฉะนั้น ก็เป็นสิ่งที่ละเอียด ลึกซึ้งอย่างยิ่ง ที่จะต้อง ไม่เป็นผู้ที่ประมาท

ในพระปัญญาคุณ ในพระบริสุทธิคุณ และ ในพระมหากรุณาคุณ

เพราะฉะนั้น คำว่า สัมมาสัมพุทธเจ้า  "พุทธะ" เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

ซึ่งหมายความว่า คนอื่น ยังไม่รู้ และ ยังไม่ตื่น

ภาษาไทย รับคำต่างๆ มาจากภาษามคธี มาก 

แต่ว่า เมื่อไม่ได้ศีกษา ก็ไม่ทราบว่า "คำนั้น" มีความหมายว่าอะไร?

เช่น คำว่า "ปัญญา" 

เหมือนรู้ ทุกคำ เหมือนรู้หมด

แต่ถ้าถามว่า "เข้าใจถูกต้อง ตามความเป็นจริง"

เป็น "ปัญญา" หรือเปล่า?

เริ่มคิด นะคะ ภาษาไทยธรรมดา

"เข้าใจถูกต้อง" เป็นผู้ที่มีปัญญา หรือเปล่า?

ความรู้ถูก ความเห็นถูก จะผิดไม่ได้

เพราะฉะนั้น แม้แต่คำว่า "ปัญญา" 

"ปัญญา" เป็น "ความรู้" 

"รู้" อะไร?

ในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่หมายความว่า ให้ฟังแล้ว "จำ" แล้วก็พูดตาม 

แต่...ต้องเป็นการคิด...การไตร่ตรอง...

จนกระทั่ง สามารถที่จะ "เข้าถึง" ความหมายจริงๆ ของ "คำนั้น" ได้

 

แม้แต่คำว่า "ธรรมะ" เป็นภาษาบาลี 

แล้วก็ชาวมคธ ที่อยู่ในแคว้นนั้น จะไม่สงสัยเลย เวลาใครพูดคำว่า ธรรมะ

เขาก็รู้ ว่าหมายถึงอะไร?

แต่คนไทย "เข้าใจ" คำนี้ อย่างไร?

ชีวิตประจำวัน มีแต่ธรรมะ หรือเปล่า?

หรือต้อง โอกาสพิเศษ ถึงจะเป็นธรรมะ?

 นี่ก็คือว่า ถ้าเราเปลี่ยนเป็นภาษาไทย นะคะ "สิ่งที่มีจริง กำลังมีจริง"

เพราะเหตุว่า ถ้าขณะนี้ไม่มีจริง 

อะไร? จะจริง?

เพราะฉะนั้น สิ่งที่มีจริง ทั้งหมด ตั้งแต่เกิดจนตาย เป็นสิ่งที่มีจริง ที่สามารถจะปรากฏ

ว่ามีจริงๆ เมื่อตาเห็น เมื่อหูได้ยิน เมื่อจมูกได้กลิ่น เมื่อลิ้นลิ้มรส เมื่อกายกระทบสัมผัส  

จึงรู้ว่า  สิ่งต่างๆ เหล่านี้ มีจริงแน่นอน ใครจะว่าไม่มี ไม่ได้

เพราะฉะนั้น เราเกิดมา โดยการที่ เราใช้คำที่เราไม่รู้จัก ตั้งแต่เกิดจนตาย

ไม่รู้จักจริงๆ เพียงแต่พูด

ต่อเมื่อใดได้ฟังพระธรรม เมื่อนั้นก็เริ่ม เข้าใจความหมาย ของคำว่า 

...พระสัมมาสัมพุทธเจ้า...

...พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า...

พระธรรมที่ทรงแสดง ด้วยพระมหากรุณา ตลอด ๔๕ พรรษา

ทรงแสดงให้ผู้ฟัง เกิดปัญญา ของตัวเอง

เพราะฉะนั้น ก็เป็นมรดกที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง 

ที่มีโอกาสจะได้ฟัง "คำ" 

ซึ่งคนอื่น กล่าวไม่ได้เลย

แต่ว่า พระธรรมที่ทรงแสดงทั้งหมด

พร้อมที่จะให้ผู้ฟัง  เข้าใจว่า สิ่งที่มีจริง เป็นความจริง ที่ทรงแสดงนั้น

คือ....ในขณะนี้...เดี๋ยวนี้เอง.....

เพราะฉะนั้น ถ้าจะพูดถึง ขณะนี้เนี่ย ใครจะพูดได้?

ผู้คนในแคว้นมคธ ในขณะที่ฟังพระธรรม

รู้ว่า ทรงแสดง ความจริง ของสิ่งที่มีจริงๆ ในขณะนี้

ถ้าเราจะบอกว่า

เราจะฟังเรื่อง "เห็น" เราจะฟังเรื่อง "ได้ยิน" เราจะฟังเรื่อง "คิดนึก"

เราจะฟังเรื่อง ความสุข ความทุกข์

เป็นธรรมะ หรือเปล่า?

เพราะว่า คนส่วนใหญ่ ใช้คำว่า "ธรรมะ" แต่ว่า ไม่รู้จักธรรมะ

ไม่รู้ว่า ขณะนี้ เป็นธรรมะ

ถ้าไม่มีการเห็น การได้ยิน ไม่มีการเกิดเลย ไม่มีการคิดนึกเลย

อะไร จะมี? 

ก็ไม่มีอะไรทั้งสิ้น

พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า 

ทรงตรัสรู้ทุกอย่าง ที่มีจริง ทุกขณะ  ไม่ว่าจะหลับ หรือ ตื่น หรือ เกิด หรือ ตาย

เป็นสิ่งที่ต้อง คิด ไตร่ตรอง  จนกระทั่ง เป็นปัญญา ของตนเอง

เพราะว่า พระพุทธศาสนา ไม่ใช่เหมือนกับ คำ ที่มี คำสอน ให้เราเชื่อ

แต่ว่า เป็น "คำ" ที่ ได้ยิน ได้ฟัง แล้ว 

เริ่มพิสูจน์ ด้วยตัวเอง 

จริงหรือเปล่า?

ถูกต้องหรือเปล่า?

นั่น เริ่มเป็นปัญญาของตัวเอง

เกิดมาเป็นคนนี้ เป็นแล้วคนนี้ ไม่เป็นคนอื่น

แต่ว่า ก่อนจะเกิดเป็น "คนนี้" มี "คนนี้" หรือเปล่า?

เกิดมาเป็น "เรา" แต่ว่า ก่อนเกิดเนี่ย "มีเรา" อย่างนี้ไหม? 

เพราะฉะนั้น เมื่อเกิดมาจากที่ไม่มีมาก่อนเลย แล้วเกิดมี 

แล้ววันหนึ่ง ที่แน่นอนที่สุด ทุกคน ก็ต้องจากโลกนี้ไป

เหมือนเดิมไม๊คะ? 

เหมือนตอนที่ยังไม่ได้เกิด คือ ไม่มีอะไรเหลือเลยทั้งสิ้น

เพราะฉะนั้น ตั้งแต่เกิดจนตาย ทำอะไรบ้าง?  เพราะอะไร?

แต่ละคน จึงหลากหลาย แม้แต่รูปร่างหน้าตา

กิริยา อาการ ความคิดนึก สติปัญญา

ทั้งหมด พระผู้มีพระภาค ทรงแสดงว่า เป็นธรรมะ โดยละเอียดยิ่ง 

ไม่รู้ตัวเลย ว่าเป็นธรรมะ

คิดว่า ต้องไปหาธรรมะ ที่อื่น

แต่ ไม่ว่าที่ไหนๆ

ก็ไม่พ้นจาก "เห็น" จาก "ได้ยิน" จาก "ได้กลิ่น" จาก "ลิ้มรส"

จาก "กระทบสัมผัส" จาก "คิดนึก"

 ผู้ใดถึงพระพุทธเจ้า  พระธรรม  และ พระสงฆ์ เป็นสรณะ

  ผู้นั้นย่อมเห็นอริยสัจ  ๔  ด้วยปัญญาอันชอบ 

คือ เห็นทุกข์  ทุกขสมุทัย  ทุกขนิโรธ 

และ  อริยมรรคประกอบด้วยองค์  ๘  ซึ่งให้ถึงความสงบทุกข์

  นั่นแลเป็นสรณะอันเกษม นั่นเป็นสรณะสูงสุด

  ผู้อาศัยสรณะนี้  ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง  ดังนี้.

  พระสุตตันตปิฎก เอกนิบาต-ทุกนิบาต

  เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 331    

กราบอนุโมทนาท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

 ข้าราชการ และ พนักงานศาลรัฐธรรมนูญทุกท่าน ครับ

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

และ ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านด้วยครับ


Tag  ความจริง ณ กาลครั้งหนึ่ง ตุลาการ ธรรม ปรากฏ ปัญญา ศาล ศาลรัฐธรรมนูญ สติปัฏฐาน สนทนาธรรม สิ่งที่กำลังปรากฏ สิ่งที่มีจริง ไปสนทนาธรรม
  ความคิดเห็น 1  
 
pat_jesty
วันที่ 26 มี.ค. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณวันชัย และทุกๆ ท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็น 2  
 
Noparat
วันที่ 26 มี.ค. 2555
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง 
 
ขออนุโมทนาในกุศลจิตและกุศลศรัทธาของคุณวันชัย  ภู่งาม และทุกๆ ท่านด้วยค่ะ 
 
  ความคิดเห็น 3  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 26 มี.ค. 2555

 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

 

วันนี้ ก็เป็นวันหนึ่ง นะคะ ที่จะได้พูดความจริง

ความจริง เป็นสิ่งที่ รู้ยาก  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรทั้งสิ้น 

โดยเฉพาะ ความจริง ที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้

หลังจากที่ทรงบำเพ็ญพระบารมี สี่อสงไขยแสนกัปป์ และ ทรงแสดงพระธรรม

ซึ่งเป็นความจริง ทั้งหมด ทุกคำ  โดยละเอียดยิ่ง ถึง ๔๕ พรรษา 

เป็น คำจริง ที่ทุกคน มีโอกาสที่จะได้ "ฟัง" และ เข้าใจได้


 

 

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

 กราบอนุโมทนาท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

และ ข้าราชการและพนักงานศาลรัฐธรรมนูญทุกๆ ท่าน 

และขออนุโมทนาในจิต กุศลศรัทธา ของคุณวันชัย ด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็น 4  
 
kinder
วันที่ 26 มี.ค. 2555

ขอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 5  
 
daris
วันที่ 26 มี.ค. 2555

ขอกราบขอบพระคุณที่กรุณาแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ครับ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่ง

 
  ความคิดเห็น 6  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 26 มี.ค. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของพี่วันชัย  ภู่งาม และทุกๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็น 7  
 
nong
วันที่ 27 มี.ค. 2555

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 8  
 
ผู้รู้น้อย
วันที่ 27 มี.ค. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัยด้วยเศียรเกล้า

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็น 9  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 27 มี.ค. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ   ท่าน  ค่ะ

 
  ความคิดเห็น 10  
 
jaturong
วันที่ 28 มี.ค. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 11  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 29 มี.ค. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 12  
 
raynu.p
วันที่ 29 มี.ค. 2555

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 13  
 
จิตรพร
วันที่ 4 เม.ย. 2555

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 14  
 
aurasa
aurasa
วันที่ 5 เม.ย. 2555

กราบอนุโมทนาค่ะ

กับท่านอจ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์ และคณะ

และทุกๆ กุศลจิตค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ