รับประทานเนื้อสัตว์ ไม่ผิดศีล แต่รับประทานไข่ ผิดศีลหรือไม่ ?
 
ผ้าเช็ดธุลี
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่  23 ส.ค. 2554
หมายเลข  19559
อ่าน  2,647

กราบสวัสดีอาจารย์ที่เคารพอย่างสูงครับ

มีเรื่องสับสน  ดังนี้ครับ

เนื่องจากอ่านหนังสือ  พระพุทธเจ้าทรงฉันเนื้อหรือไม่ (เรื่องกลิ่นดิบน่ะครับ)

เข้าใจได้ครับว่า  การกินเนื้อสัตว์ไม่ผิดศีล ข้อ ปาณาติฯ  เพราะไม่ได้ฆ่า ไม่ได้รู้ ไม่ได้

สงสัยว่าฆ่ามาเพื่อตน  ผมจึงสับสนว่า

๑ ถ้าไม่ผิดศีล  ผมก็ต้องมีจิตเป็นกุศล (เมื่อสติเกิดระลึกที่รสอาหาร บ้าง...)    และ 

อกุศลเกิดบ่อยกว่าแน่ใช่ไหมครับ  เพราะขณะกินนั้นผมมียินดีในรสของอาหาร บางทีก็

เค็มไป เหนี่ยวไป  ก็ไม่พอใจ  มาณนี้เป็นต้นครับ

๒ การกินไข่ของสัตว์นะครับ  (ผมคิดเยอะน่ะครับต้องขออภัยครับ)

    ปัญหาอยู่ที่ว่า 

ก. ผมไปนำไข่ที่เล้ามา  คุณแม่ของไก่ก็ต้องหวง ไม่อนุญาตแน่ ผมผิดข้อ อทินนาฯ ใช่

หรือไม่ครับ

ข. ผมนำไข่ที่ได้มาตอกให้แตก (มีจิตที่ประทุษร้ายแน่เลย มองแทบไม่เห็นสภาพธรรมนี้

เลย)  เพื่อเจียว  โดยที่ไข่นั้น  มีการผสมระหว่าง  พ่อ กะ แม่ น้องไข่แล้ว   แสดงว่าผมมี

จิตฆ่าด้วยการทำให้แตกใช่ไหมครับ  

อย่างนี้ผมก็ผิดทั้งศีล  และ  มีจิตที่เป็นอกุศล มากมายในแต่ละวินาทีเลย

รบกวนอาจารย์เท่านี้นะครับ ขอให้อาจารย์ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง  ร่ำรวยมากๆ   โดยที่

ไม่ต้องหวัง  นะครับ   

ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 25 ส.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย๑ ถ้าไม่ผิดศีล  ผมก็ต้องมีจิตเป็นกุศล (เมื่อสติเกิดระลึกที่รสอาหาร บ้าง...)    และ 

อกุศลเกิดบ่อยกว่าแน่ใช่ไหมครับ  เพราะขณะกินนั้นผมมียินดีในรสของอาหาร บางทีก็

เค็มไป เหนี่ยวไป  ก็ไม่พอใจ  ประมาณนี้เป็นต้นครับ

------------------------------------------------------------------------

    ปกติของปุถุชนเป็นธรรมดาที่จะเิกิดอกุศลจิต เช่น ชอบ หรือ ไม่ชอบเป็นธรรมดาใน

ชีวิตประจำวัน   แม้ขณะนี้ ที่ไม่ได้รับประทานอาหารก็มีอกุศลเกิดเป็นปกติ โดยไม่รู้ตัว

เลยครับ เพียงแค่เห็น     ก็เป็นอกุศลจิคแล้วโดยไม่รู้ตัว เพียงแต่ว่าคฤหัสถ์ที่ดี ย่อมที่

จะไม่กระทำอกุศลที่ถึงขนาดล่วงศีลครับ แต่อกุศลจิตเกิดเป็นปกติ เป็นธรรมดาอยู่แล้ว

ครับ อกุศลจิตไม่สามารถนำให้วิบาก ให้เกิดในอบายภูมิได้ครับ  แต่อกุศลจิต สะสมเป็น

อุปนิสัยต่อไปครับ

*************************************************

๒ การกินไข่ของสัตว์นะครับ  (ผมคิดเยอะน่ะครับต้องขออภัยครับ)

    ปัญหาอยู่ที่ว่า 

ก. ผมไปนำไข่ที่เล้ามา  คุณแม่ของไก่ก็ต้องหวง ไม่อนุญาตแน่ ผมผิดข้อ อทินนาฯ ใช่

    หรือไม่ครับ

    จากที่ได้อ่านในข้อความพระไตรปิฎก ไม่เป็นอทินนาทานเพราะทรัพย์ สิ่งของที่เป็น

ของสัตว์เดรัจฉานครับ

----------------------------------------------------------------

ข. ผมนำไข่ที่ได้มาตอกให้แตก (มีจิตที่ประทุษร้ายแน่เลย มองแทบไม่เห็นสภาพธรรมนี้

เลย)  เพื่อเจียว  โดยที่ไข่นั้น  มีการผสมระหว่าง  พ่อ กะ แม่ น้องไข่แล้ว   แสดงว่าผมมี

จิตฆ่าด้วยการทำให้แตกใช่ไหมครับ  

      ปาณาติบาตนั้น  มีองค์  ๕  คือ

๑.  ปาโณ สัตว์มีชีวิต

๒.  ปาณสัญญิตา   ตนรู้ว่าสัตว์มีชีวิต

๓.  วธกจิตฺตํ  จิตคิดจะฆ่า

๔.  อุปกฺกโม  มีความพยายาม   (ลงมือทำ)

๕.   เตน มรณํ สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น.

    ถ้าไข่นั้นมีชีวิต คือ   พ่อ แม่ไก่ผสม และก็รู้ด้วยว่าไข่นั้นมีชีวิต มีจิตคิดจะฆ่า    โดย

การทำให้แตกและสัตว์นั้นตายก็เป็นปาณาติบาตครับ แต่การทานไข่ที่ไม่มีการผสม เป็น

ไข่ที่ไม่มีชีวิต การทานไข่ประเภทนั้นไม่เป็นปาณาติบาตครับ

*********************************************

อย่างนี้ผมก็ผิดทั้งศีล  และ  มีจิตที่เป็นอกุศล มากมายในแต่ละวินาทีเลย

-----------------------------------------------------------

    ขณะใดที่ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์...ดื่มสุรา ขณะนั้นเป็นบาป ล่วงศีลครับ แต่ขณะที่เป็น

อกุศลจิต ซึ่งก็มีมากมายในชีวิตประจำวัน นับไม่ถ้วน อกุศลจิตไม่เป็นปัจจัยให้เกิดใน

อบายภูมิครับ แต่สะสมเป็นอุปนิสัยและสะสมจนมีกำลัง ทำให้มีโอกาสให้ล่วงศีลได้ใน

อนาคตครับ ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนาครับ

อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 25 ส.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับไข่ดิบอยากทราบว่า ขายไข่ จะเป็น ปาณาติบาต รึเปล่าครับ  ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 25 ส.ค. 2554
ถ้าเป็นไข่ลม ไม่มีชีวิต รับประทานก็ไม่ผิดศีล ถ้ารู้ว่าเป็นไข่ที่มีชีวิต แล้วรับประทาน แน่นอนศีลข้อที่หนึ่งขาด แต่ถ้าเป็นพระภิกษุ ถึงไข่นั้นจะไม่มีชีวิต แต่รับประทานด้วย ความสงสัยว่ามีชีวิตหรือเปล่า อย่างนี้เป็นอาบัติค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ผ้าเช็ดธุลี
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่ 27 ส.ค. 2554
***---------*** กราบขอบพระคุณอาจารย์ทั้งสองผู้มีคุณอย่างสูง และ พี่วรรณีด้วยนะครับ ที่กรุณา และ อนุโมทนากับจิตดีดีด้วยอย่างมากครับ ****------------------------****
 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ