เดินเหยียบมด
 
ศราวุธวันทะก๋า
วันที่  23 ส.ค. 2554
หมายเลข  19553
อ่าน  3,894

เดินเหยียบมด โดยไม่ได้เจตนา จะเป็นปาปหรือเปล่า


Tag  เหยียบมด ไม่ได้เจตนา
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 23 ส.ค. 2554

   ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    การกระทำอะไรก็ตาม ที่จะเป็นบาป หรือ ไม่เป็นบาปนั้น ต้องพิจารณาว่า บาปคืออะไร? บาป คือ สภาพจิตที่เป็นอกุศล เป็นอกุศลธรรม เป็นสภาพธรรมที่ไม่ดี ไม่งาม ให้ผลเป็นทุกข์ ขณะที่อกุศลจิตเกิดขึ้น ขณะนั้นเป็นบาป อกุศลจิตที่เกิดขึ้นย่อมเป็นไปตามการสะสมมาของแต่ละบุคคล ถ้าหากว่ามีการล่วงออกมาเป็นทุจริตกรรม เบียดเบียนผู้อื่น เป็นอกุศลกรรมบถที่ครบองค์ ย่อมเป็นอกุศลที่มีกำลัง  บาป ย่อมมีแก่ผู้กระทำเท่านั้น   ย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ทำ

    เมื่อกล่าวโดยกว้างๆ แล้ว บาป โดยทั่วไปหมายถึง การกระทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนทางกาย ทางวาจา ทางใจ ที่เรียกว่า อกุศลกรรมบถ ๑๐ เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เป็นต้น แต่บางขณะแม้ว่าจิตเป็นอกุศล ก็ไม่ใช่ว่าทำบาป เช่น ความยินดีพอใจ ใน รูป เสียง กลิ่น รส ที่ดีที่น่าพอใจ เป็นอกุศลธรรมที่สะสม แต่ไม่ก่อให้เกิดวิบาก การเดินซึ่งเป็นอิริยาบถหนึ่งในชีวิตประจำวัน  ใครๆ ก็เดินด้วยกันทั้งนั้น ถ้าเดินไปเหยียบถูกมดตาย โดยไม่มีเจตนาที่จะเหยียบมดให้ตาย ไม่เป็นบาป ไม่เป็นอกุศลกรรมบถ เพราะไม่ได้มีเจตนาในการฆ่า [สัตว์โลกมีกรรมเป็นของของตน]  แต่ถ้ามีความจงใจที่จะเหยียบมดให้ตาย อย่างนี้เป็นบาป แน่นอน    ดังนั้น เมื่อมีความเข้าใจพระธรรมตามลำดับ ความกังวลใจในเรื่องต่างๆ ก็จะลดน้อยลงตามกำลังของความเข้าใจ และจะมีความมั่นคงในการทำความดี เพิ่มมากยิ่งขึ้นเพื่อขัดเกลากิเลสของตนเอง ครับ.

ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ทีนี่ครับ
  
ไม่มีเจตนาโดยตรงจะผิดบาป แค่ไหน

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 23 ส.ค. 2554

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 23 ส.ค. 2554

ถ้าไม่มีเจตนาฆ่าไม่บาปค่ะ ในพระไตรปิฎกก็มีแสดงไว้ พระภิกษุรูปหนึ่งตาบอด ท่านเดินจงกรม เหยียบมดตาย พระภิกษุรูปอื่นไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้า ตรัสว่า ท่านไม่มีเจตนาฆ่า ไม่บาปค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Jans
Jans
วันที่ 23 ส.ค. 2554
ขอบคุณและขออนุโมทนาคะ
 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
thorn
วันที่ 24 ส.ค. 2554

เรียนถามเพิ่มเติม 

เดินเหยียบมด ถือว่า เป็นกตัตตากรรม หรือกตัตตาวาปนกรรม  กรรมสักว่าทำ คือเจตนาอ่อนหรือมิใช่เจตนาอย่างนั้น ให้ผลต่อเมื่อไม่มีกรรมอื่นให้ผล   ได้หรือเปล่า   

ขอบคุณครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
paderm
paderm
วันที่ 24 ส.ค. 2554

เรียนความเห็นที่ 5 ครับ

    กฏัตตาวาปนกรรม กรรมเล็กๆ น้อยๆ เมื่อขึ้นชื่อว่ากรรมต้องมีเจตนา และต้องเป็นเจตนาที่เป็นไปในกุศล  หรือ อกุศลครับ ดังนั้นการเหยียบหมด โดยไม่มีเจตนาที่จะฆ่า ทุจริต จะเป็นกรรมที่สามารถให้ผลไม่ได้ครับ ดังนั้นกรรมที่เป็น กฏัตตาวาปนกรรม ต้องเป็นกรรมที่สามารถให้ผลได้ เมื่อไม่มีกรรมใหญ่ให้ผลแล้ว   กรรมนี้จึงให้ผล ดังนั้นเมื่อเป็นกรรมที่ให้ผลได้ แสดงว่ามีการทำกรรมที่เป็นบาป    คือ มีเจตนาฆ่านั่นเองครับ จึงเป็น กฏัตตาวาปนกรรม  แต่ไม่ได้หมายความว่า เมื่อเหยียบมดเฉยๆ โดยไม่มีเจตนาฆ่า จะเป็น กฏัตตาวาปนกรรมครับ  กฏัตตาวาปนกรรม   ฝ่ายอกุศลก็มี ทางฝ่ายกุศลก็มี ซึ่งถ้ากรรมใหญ่ๆ หรือกรรมหนักๆ ไม่มีที่จะให้ผลก่อนจะจุติ    กฏัตตาวาปนกรรม คือ กรรมเล็กๆ น้อยๆ ก็จะสามารถทำให้ปฏิสนธิจิตเกิดได้

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
thorn
วันที่ 24 ส.ค. 2554

เรียนถามเพิ่เติม

กฏัตตาวาปนกรรม  เป็นกรรมที่ไม่ใช่เจตนาโดยตรง  แต่เป็นกรรมที่มีผลทางอ้อมจากเจตนานั้น  เช่น เดินไปเหยียบมดตาย  โดยมีเจตนาที่จะเดินไปในทางนั้น ถ้าไม่มีเจตนาจะเดิน ก็ไม่มีการเหยียบมดตาย    อย่างนี้ถือเป็น กฏัตตาวาปนกรรมได้หรือ เปล่า

หรือ เป็นหมอรักษาคนไข้ แต่พลาดทำคนไข้เสียชีวิตโดยไม่เจตนา  ถ้าไม่มีเจตนาจะรักษาคนไข้ แต่แรก ก็จะไม่มีกรรมอื่นๆ ตามมา เป็น กฏัตตาวาปนกรรม ได้หรือเปล่า

ขอบคุณครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
paderm
paderm
วันที่ 24 ส.ค. 2554

เรียนความเห็นที่ 7 ครับ

ดังนั้นเราจะต้องเข้าใจคำว่าเจตนาให้ถูกต้องครับว่า เจตนาในที่นี้มุ่งหมายถึงอะไร ถึงจะเป็นกุศลกรรม และ อกุศลกรรม ขณะที่เดินไปเหยียบมด ขณะนั้นมีเจตนาเจตสิกเกิดร่วมด้วย เพราะเจตนาเจตสิกเกิดกับจิตทุกดวง แต่เจตนานั้นใช่เจตนาฆ่าหรือไม่ ขณะที่เดินเหยียบ หรือ เป็นเจตนาที่กำลังเดินนั่นเองครับ เจตนาเดิน จึงไม่ใช่เจตนาฆ่า จึงไม่เป็นอกุศลกรรม  กรรมนั้นจึงไม่สามารถให้ผลได้ เมื่อไม่มีเจตนาฆ่าที่เป็นทุจริต จึงไม่เป็นกฏัตตาวาปนกรรม  

ดังนั้นจากคำกล่าวที่ว่า

    กฏัตตาวาปนกรรม  เป็นกรรมที่ไม่ใช่เจตนาโดยตรง อันนี้ไม่ตรงตามความเป็นจริง เพราะเมื่อพูดถึงกรรมที่เป็น กฏัตตาวาปนกรรม ก็ต้องมีการกระทำกรรม  คือ มีเจตนาที่เป็นไปในกุศลหรือ อกุศล ถ้าเป็นฝักฝ่ายอกุศล ก็มีเจตนาที่จะฆ่าและการฆ่าสำเร็จ แต่เพราะการฆ่านั้น เป็นสัตว์เล็ก กรรมนั้นจึงไม่มากเท่ากรรมอื่นๆ     จึงเป็นผลให้ ถ้าไม่มีกรรมใหญ่ให้ผล   กรรมนี้สามารถให้ผลได้ครับ ดังนั้นเมื่อเป็นกฏัตตาวาปนกรรม ก็เท่ากับว่ามีการทำกรรมสำเร็จ ถ้าเป็นฝ่ายอกุศล เจตนานั้นจะต้องเป็นเจตนาทุจริต เจตนาฆ่านั่นเองครับ ต่างกับผู้ที่เดินไป เหยียบมด มีเจตนาฆ่าไม่มี แต่มีเจตนาเกิดด้วย แต่เป็นเจตนาที่เดิน ไม่ใช่เจตนาฆ่า ไม่ใช่เจตนาที่เป็นบาปทำทุจริตครับ 

    พระจักขุบาล เป็นพระอรหันต์แล้ว ท่านเดินเหยียบสัตว์เพราะท่านตาบอด แต่ท่านไม่มีเจตนาฆ่า พระอรหันต์จะทำบาปไม่ได้ครับ และจะเป็นกรรมที่เป็นกฏัตตาวาปนกรรม ที่เป็นอกุศลกรรมไม่ได้ เพราะพระอรหันต์ไม่มีการทำกรรมที่เป็นกุศลกรรมและอกุศลกรรมแล้วครับ ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา ถ้ามีข้อสงสัยถามได้อีกครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
thorn
วันที่ 24 ส.ค. 2554

เรียนถามเพิ่มเติม

การเดินเหยียบมด นั้น จะถือว่าเป็นกรรมที่สำเร็จแล้ว ได้หรือเปล่า  ส่วนว่าจะเป็น กุศล หรือ อกุศล นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

หรือ อย่าง คนที่ตามเพื่อนไปเที่ยวที่ที่มีการบรรยายธรรม แล้วได้ยินได้ฟัง ธัมมะที่บรรยาย รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะไม่ได้มีเจตนาจะมาฟังธรรม  กรรมนั้นก็สำเร็จ จะเป็นกุศล หรือเปล่า ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ในทางโลก ยังมีการลงโทษ ในความผิด ที่เป็นความประมาทที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย หรือทำให้ถึงแก่ชีวิต โดยไม่ได้เจตนาโดยตรง เช่น ขับรถไปชนคน โดยไม่มีเจตนา แต่ถือว่าขับรถโดยประมาท  เป็นต้น  จนมีการพูดว่า พอขึ้นนั่งขับรถ ก็เหมือนเอาเท้าแหย่เข้าในตารางข้างหนึ่งแล้ว 

อย่างนั้น กรรมที่สำเร็จแล้ว ก็เท่ากับสูญ ไม่เคยมีกรรมนั้นเกิดขึ้น หรือเปล่า  หรือจะไม่ใช่เป็นกรรม

ขออนุโมทนา
 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
paderm
paderm
วันที่ 24 ส.ค. 2554

เรียนความเห็นที่ 9 ครับ

ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนาครับ

ดังนั้นเราจะต้องเข้าใจคำว่า กรรมนั้นสำเร็จแล้ว หรือ ในทางธรรมเรียกว่า ครบกรรมบถ  ซึ่งกระผมจะขอยกองค์กรรมบถ ที่เป็นกรรมสำเร็จแล้วของปาณาติบาต มาให้พิจารณานะครับ

  ปาณาติบาตนั้น  มีองค์  ๕  คือ

     ๑.  ปาโณ สัตว์มีชีวิต

     ๒.  ปาณสัญญิตา   ตนรู้ว่าสัตว์มีชีวิต

     ๓.  วธกจิตฺตํ  จิตคิดจะฆ่า

     ๔.  อุปกฺกโม  มีความพยายาม   (ลงมือทำ)

     ๕.   เตน มรณํ สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น.

    จะเห็นนะครับว่า มีข้อ 1 ที่ว่า มีจิตคิดจะฆ่า หากไม่มีจิตคิดจะฆ่า กรรมนั้นไม่สำเร็จเป็นกรรมบถครับ    เรียกว่า   กรรมไม่สำเร็จ  แต่ถ้ามีเจตนาฆ่าละสัตว์นั้นตาย กรรมนั้นชื่อว่า สำเร็จแล้ว ด้วยองค์ 5 ครับ เมื่อเข้าใจดังนี้ ก็จะเข้าใจถูกกับคำว่า กรรมสำเร็จแล้วได้ถูกต้องตามพระธรรมครับ

    การเหยียบมดก็เช่นกัน ถ้ามีการเหยียบมด โดยไม่มีเจตนาฆ่า  แม้มดนั้นตาย กรรมนั้นชื่อว่าไม่สำเร็จ เพราะอะไร  เพราะคำว่ากรรม คือ มีเจตนา เจตนาอะไร ตามกรรมบถที่ยกมา คือ เจตนาฆ่านั่นเองครับ เมื่อไม่มีเจตนา กรรมไม่สำเร็จ ไม่ครบกรรมบถนั่นเอง  ส่วนกรณีที่ยกในเรื่องการฟังธรรมที่เพื่อนตามไปฟัง รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องบ้าง กรรมสำเร็จหรือไม่ ก็กลับมาความเข้าใจเดิมครับว่า กรรมคือเจตนา   ดังนั้นเมื่อพูดเรื่องการฟังพระธรรม เจตนานั้นก็เป็นเจตนาตั้งใจฟัง ถ้าพูดถึงเรื่องการหยียบมด เจตนานั้น คือ เจตนาฆ่า ดังนั้นกรณี ที่ฟังรู้เรื่องไม่รู้เรื่องบ้าง ก็ต้องพูดทีละขณะแล้วกันครับ  ขณะที่ไม่ตั้งใจฟัง ไมมีเจตนาฟัง แน่นอนครับว่าขณะนั้นไม่รู้เรื่อง    กรรมไม่สำเร็จ แต่ถ้าจะกล่าวว่า ก็บางทีไม่ตั้งใจฟังก็รู้เรื่อง นั่นแสดงแล้วครับว่า ขณะที่รู้เรื่องมีการตั้งใจฟังในจิตขณะนั้นแล้ว แต่ด้วยการเกิดดับของจิตที่รวดเร็ว จึงดูเหมือนไม่ตั้งใจฟังก็รู้เรื่อง  คราวนี้กล่าวถึงขณะที่ตั้งใจฟัง แม้ตั้งใจฟัง แต่ไม่รู้เรื่องก็มี  แต่ก็มีจิตศรัทธาที่จะฟังในขณะนั้น  กรรมนั้นสำเร็จเพราะมีการตั้งใจและเกิดกุศลจิตเกิดขึ้นได้     ดังเช่น ค้างคาวฟังเสียงธรรมและเกิดกุศลจิตครับ แม้จะไม่รู้เรื่องในเนื้อหา แต่มีจิตกุศล  เป็นธรรมสัญญารู้ว่าคือเสียงธรรมเกิดกุศลจิตครับ   และการตั้งใจฟังและรู้เรื่อง  กรรมนั้นสำเร็จเช่นกันเพราะมีปัญญาเข้าใจธรรมครับ

    ส่วนทางโลกที่ใช้คำว่า ไม่มีเจตนา ทำด้วยประมาท มีโทษ  อันนี้เราก็ต้องแยกระหว่างสัจจะ ความจริง กับทางโลกที่ตั้งขึ้นโดยความคิดของปุถุชนที่ไม่เป็นสัจจะครับ  ดังนั้นแม้ผู้นั้นจะได้รับโทษทางกฎหมาย แต่ถ้าไม่มีเจตนาทุจริต ทำร้ายหรือฆ่า กรรมนั้นก็ไม่สำเร็จ ที่จะทำให้ต้องไปเกิดในอบาย      กรรมนั้นไม่สำเร็จเพราะอะไร เพราะไม่มีเจตนาฆ่านั่นเองครับ ดังได้อธิบายไปแล้ว ในคำว่า กรรมสำเร็จแล้วคืออะไร   เชิญถามและสนทนาต่อได้ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
thorn
วันที่ 24 ส.ค. 2554

เรียนถามเพิ่ม..

ถ้าเป็นการกระทำที่ไม่ได้เจตนา ถึงแม้จะเป็นความประมาท  ในทางธรรม ไม่ต้องรับผลใดๆ เลยอย่างนั้น หรือเปล่า

ขออนุโมทนา
 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
paderm
paderm
วันที่ 24 ส.ค. 2554

เรียนความเห็นที่ 11 ครับ

ถ้าเป็นการกระทำที่ไม่มีเจตนาที่เป็นเจตนาที่เป็นกุศลกรรม หรือ อกุศลกรรม การกระทำนั้นไม่ให้ผลทำให้เกิดวิบาก คือ ทำให้เกิดผลของกรรมครับ

เชิญคลิกอ่านที่นี่ครับ

ฆ่าพ่อแม่โดยไม่ตั้งใจ เป็นอนันตริยกรรมหรือไม่

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
thorn
วันที่ 26 ส.ค. 2554

เรียนถามเพิ่มเติม

    แล้วที่ว่า กฏัตตาวาปนกรรม  คือ กรรมสักว่าทำ คือเจตนาอ่อนหรือมิใช่เจตนาอย่างนั้น   คำขยายความของ กฏัตตาวาปนกรรม ที่่ยกมานั้น ถูกต้องหรือเปล่า

และช่วยขยายความ ที่ว่า "กรรมสักว่าทำ คือเจตนาอ่อนหรือมิใช่เจตนาอย่างนั้น" เป็นอย่างไร

ขอบคุณ และขออนุโมทนา
 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
tanon
วันที่ 26 ส.ค. 2554
เรียนท่านkhampan.a มดไม่มีจิตเหมือนเรา แม้ตั้งใจฆ่าเราจะบาปได้อย่างไรครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 26 ส.ค. 2554
อ้างอิงจาก : หัวข้อ 19553 ความคิดเห็นที่ 14 โดย tanon
เรียนท่านkhampan.a มดไม่มีจิตเหมือนเรา แม้ตั้งใจฆ่าเราจะบาปได้อย่างไรครับ

   มด เป็นสัตว์มีชีวิต มีจิต เจตสิก และ รูป  ขณะที่มีความจงใจ คือ มีเจตนาที่จะฆ่ามดให้ตาย เป็นปาณาติบาต เป็นการล่วงศีลข้อหนึ่ง เป็นอกุศลกรรมบถ สามารถนำเกิดในอบายภูมิได้ เป็นสิ่งที่จะประมาทไม่ได้เลยทีเดียว ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 26 ส.ค. 2554
อ้างอิงจาก : หัวข้อ 19553 ความคิดเห็นที่ 13 โดย thorn

เรียนถามเพิ่มเติม

    แล้วที่ว่า  กฏัตตาวาปนกรรม  คือ กรรมสักว่าทำ คือเจตนาอ่อนหรือมิใช่เจตนาอย่างนั้น คำขยายความของ กฏัตตาวาปนกรรม ที่่ยกมานั้น ถูกต้องหรือเปล่า

และช่วยขยายความ ที่ว่า "กรรมสักว่าทำ คือเจตนาอ่อนหรือมิใช่เจตนาอย่างนั้น" เป็นอย่างไร

ขอบคุณ และขออนุโมทนา

 ในขณะที่ทำกรรม ไม่ว่าจะหนักหรือเบา หรือแม้กระทั่งที่เป็นกฏัตตาวาปนกรรม ย่อมไม่พ้นไปจากเจตนาเลย   ที่จะบอกว่ามิใช่เจตนา ไม่ได้อย่างแน่นอน   มี แต่มีกำลังอ่อนมาก เพราะกรรม ก็คือเจตนา ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นกุศลเจตนาหรือ อกุศลเจตนาครับ  สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับกฏัตตาวาปนกรรมขอเชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

กฏัตตากรรม หรือ กฏัตตาวาปนกรรม

กฏัตตาวาปนกรรม ให้ผล ?

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
น้ำมนต์
วันที่ 14 ก.ย. 2554

ขออนุโมทนา

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ