Print 
ผู้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
 
นาวาเอกทองย้อย
นาวาเอกทองย้อย
วันที่  1 ก.ค. 2554
หมายเลข  18654
อ่าน  22,619

          กระผมเคยฟังมาว่า ผู้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ถ้าเป็นคฤหัสถ์จะต้องบวชในวันนั้นหรือภายใน 7 วัน ถ้าไม่บวชจะต้องนิพพาน ข้อสงสัยคือ   บวชหรือนิพพานภายในวันนั้นหรือภายใน 7 วัน ? และทำไมจะต้องเป็นอย่างนั้น หลักในเรื่องนี้คัมภีร์แสดงไว้อย่างไรครับ

         แถมอีกนิดหนึ่ง พระอริยบุคคลที่ไปเกิดในพรหมโลก และปรินิพพานที่พรหมโลกนั้นนิพพานในเพศบรรพชิตหรือเพศคฤหัสถ์ หรือว่าไม่มีเพศ ?

         ขอบพระคุณครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 1 ก.ค. 2554 23:28 น.

                  ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

    สำหรับในภพภูมิมนุษย์ ผู้ที่บรรลุเป็นพระอรหันต์ในเพศคฤหัสถ์  หากไม่บวชในวันนั้นก็ต้องปรินิพพานในวันนั้นเลยครับ ไม่ใช่ 7 วันครับแล้วค่อยบวช แต่ถ้าจะมีชีวิตดำรงต่อไปได้ ก็ด้วยการบวชเป็นเพศบรรพชิตครับในวันนั้นครับ  ซึ่งตัวอย่างของบุคคลที่บรรลุเป็นพระอรหันต์ในเพศคฤหัสถ์ เช่น ท่านสันตติมหาอำมาตย์ แต่ท่านไม่บวชในวันนั้น ท่านก็ปรินิพพานในวันนั้นนั่นเองครับ

    ซึ่งเหตุผลดังนี้ครับ การบรรลุเป็นพระอรหันต์ พระอรหันต์เป็นคุณธรรมที่สูงสุุด ดังนั้นเพศที่รองรับคุณธรรมก็ต้องเหมาะกับการรองรับคุณธรรมนี้  คือเพศบรรพชิตในภพภูมิมนุษย์ครับ

    ส่วนเพศฆราวาสเป็นเพศที่ต่ำ  ไม่สามารถรองรับคุณธรรมคือความเป็นพระอรหันต์ได้ครับ เปรียบเหมือนว่า หญ้า ไม่สามารถรองรับก้อนหินใหญ่ได้ฉันใด แม้เพศคฤหัสถ์ก็ไม่สามารถรองรับคุณธรรมคือความเป็นพระอรหันต์ได้  เปรียบเหมือนคนที่มีบุญน้อยแต่ได้ปราบดาได้เป็นกษัตริย์   เพราะความที่ตนมีบุญน้อย      ไม่มีความสามารถก็ไม่สามารถปกครองราชสมบัติและเกิดความเดือดร้อนตามมามากมาย จะโทษสมบัติก็ไม่ได้ ต้องโทษความที่ตนมีบุญน้อย  ฉันใด  ผู้ที่มีเพศต่ำคือคฤหัสถ์ไม่สามารถรองรับคุณธรรมคือความเป็นพระอรหันต์  หากไม่บวชก็ต้องปรินิพพานในวันนั้น จะโทษความเป็นพระอรหันต์ไม่ได้ เพราะเพศนั้นคือเป็นเพศคฤหัสถ์ไม่เพียงพอที่จะรองรับคุณธรรมขั้นสูงได้ครับ ดังนั้นผู้ที่ไม่บวชเมื่อเป็นมนุษย์แล้วย่อมปรินิพพานในวันนั้น แต่ถ้าบวชก็สามารถดำรง  มีชีวิตอยู่ได้เพราะเพศบรรพชิต  สามารถดำรงคุณธรรมความเป็นพระอรหันต์ได้ครับ  ซึ่งตัวอย่างผู้ที่บรรลุเป็นพระอรหันต์ในเพศฆราวาสแล้วไม่ได้บวช ปรินิพพานในวันนั้นก็เป็นท่านสันตติมหาอำมาตย์   ส่วนผู้ที่บรรลุเป็นพระอรหันต์ในเพศฆราวาสแล้วบวช สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ เช่น พระภัททชิเถระครับ

เชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ครับ

  ฆราวาสได้เป็นพระอรหัตหากไม่บวชต้องเข้าสู่พระนิพพาน [มิลินทปัญหา]

------------------------------------------------------------

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๑- หน้าที่ 445

          บทว่า     นตฺถิ  โข  วจฺฉ    ดูก่อนวัจฉะ    ไม่มีเลย     คือ        ผู้ยังไม่ละ

คิหิสังโยชน์  ชื่อว่าจะทำที่สุดทุกข์ย่อมไม่มี.แม้บุคคลเหล่าใดดำรงเพศคฤหัสถ์

คือ       สันตติมหาอำมาตย์    อุคคเสนะ    เศรษฐีบุตร   วีตโสกธารกะ   ก็บรรลุ

พระอรหัตได้.      แม้บุคคลเหล่านั้น    ก็ยังความใคร่ในสังขารทั้งปวงให้แห้งไป

ด้วยมรรคแล้วบรรลุได้.      แต่เมื่อบรรลุแล้วก็ไม่ตั้งอยู่ด้วยเพศนั้น.    ชื่อว่าเพศ

คฤหัสถ์นี้เลว  ไม่สามารถทรงคุณอันสูงสุดไว้ได้.  เพราะฉะนั้น    ผู้ตั้งอยู่ในเพศ

คฤหัสถ์นั้นบรรลุพระอรหัตแล้วย่อมบวช  หรือปรินิพพานในวันนั้นเอง

 -------------------------------------------------------------------

และจากคำถามที่ว่า

พระอริยบุคคลที่ไปเกิดในพรหมโลก และปรินิพพานที่พรหมโลกนั้น  นิพพานในเพศบรรพชิตหรือเพศคฤหัสถ์ หรือว่าไม่มีเพศ ?

---------------------------------------------------------------------

     ในเทวโลก และพรหมโลก ไม่มีการบวช จึงไม่มีเพศบรรพชิตและคฤหัสถ์ครับ สำหรับพระอรหันต์สามารถอยู่ในเทวโลกชั้นจาตุมหาราชิกาได้ แต่เป็นเทวดาภาคพื้นที่เป็นภุมมเทวดา เช่น มีวิมานอยู่ในต้นไม้  เพราะมีที่หลีกเร้นได้ของพระอรหันต์ครับ

แต่เทวโลกชั้นอื่นย่อมไม่สมควรกับพระอรหันต์และไม่มีที่หลีกเร้นอันสมควร และเต็มไปด้วยการละเล่น เป็นต้น   ส่วนพรหมโลกก็มีพระอรหันต์ได้ครับ ยกเว้น อสัญญสัตตาพรหมครับ ขออนุโมทนา

   พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 445

   ผู้ตั้งอยู่ในเพศคฤหัสถ์นั้นบรรลุพระอรหัตแล้วย่อมบวช  หรือปรินิพพานในวันนั้นเอง

  แต่ภุมมเทวดายังดำรงอยู่ได้.      เพราะเหตุไร.      เพราะมีโอกาสที่จะแฝงตัวอยู่ได้.ในกามภพที่เหลือ พระอริยบุคคล ๓    จำพวกมีพระโสดาบันเป็นต้น ยังดำรงอยู่ได้ในมนุษยโลก. ในกามาวจรเทวโลก  พระโสดาบันและพระสกทาคามียังดำรงอยู่ได้.  แต่พระอนาคามีและพระขีณาสพจะดำรงอยู่ในกามาวจรเทวโลกนี้ไม่ได้.     เพราะเหตุไร.  เพราะที่นั้นมิใช่เป็นที่อยู่ของชนผู้ละอายแล้ว.  และที่นั้นมิใช่เป็นที่ปกปิดที่สมควรแก่วิเวกของพระขีณาสพเหล่านั้น.

 อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 2 ก.ค. 2554 07:16 น.

          ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   พระอรหันต์   เป็นผู้ที่ห่างไกลจากกิเลสทั้งหลายทั้งปวง   เป็นผู้ทำลายข้าศึก  คือกิเลสได้หมดสิ้น  เป็นผู้ไม่มีภพใหม่อีกต่อไป    หลังจากที่ดับขันธปรินิพพานแล้ว ไม่มีการเกิดอีก  จึงเป็นผู้ดับวัฏฏะได้อย่างเด็ดขาด,   การบรรลุถึงความเป็นพระอริยบุคคลขั้นต่าง ๆ    เริ่มตั้งแต่พระโสดาบันบุคคล ถึง ความเป็นพระอรหันต์นั้น   ต้องเป็นผู้ที่สะสมอบรมเจริญปัญญา  สะสมการสดับตรับฟังพระธรรมจากพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ มาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน   และต้องเป็นผู้ดำเนินตามทางที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ คือ การอบรมเจริญอริยมรรค    ถ้าไม่มีปัญญาแล้วก็ไม่สามารถบรรลุถึงความเป็นพระอริยบุคคลได้เลย    เมื่อได้ศึกษาพระธรรมทางพระพุทธศาสนา    ก็จะพบข้อความที่แสดงถึงการบรรลุเป็นพระอรหันต์ ว่า เมื่อได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในเพศคฤหัสถ์แล้ว จะต้องบวช  เมื่อไม่ได้บวชก็จะต้องปรินิพพานในวันนั้น เพราะเพศคฤหัสถ์ไม่สามารถรองรับคุณธรรมอันสูงยิ่งนี้ไว้ได้   จะเห็นได้ว่าในสมัยพุทธกาล  ท่านพระยสกุลบุตร   เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า ท่านบรรลุเป็นพระอรหันต์ ในขณะที่เป็นคฤหัสถ์  และได้อุปสมบทในวันนั้น และอีกหลายท่าน เช่น  ภัททชิกุมาร (ตามที่ปรากฏใน ภัททชิเถรคาถา)  เป็นต้น  ก็ต้องได้อุปสมบทในวันนั้น   ส่วนผู้ที่บรรลุเป็นพระอรหันต์ในเพศคฤหัสถ์แล้ว  ไม่ได้บวช  และปรินิพพานในวันนั้น  ซึ่งมีหลายท่านด้วยกัน  มีสันตติมหาอำมาตย์   เป็นต้น     เมื่อกล่าวโดยสภาพธรรมแล้ว  ไม่มีสัตว์  ไม่มีบุคคล  ไม่มีตัวตน  มีแต่ธรรมเท่านั้น แม้แต่ความเป็นอรหันต์ ก็เพราะมีความเจริญขึ้นของปัญญาจนกระทั่งถึงขณะที่อรหัตตมัคคจิตเกิดขึ้นดับไป  แล้วเป็นปัจจัยให้อรหัตตผลจิตเกิดขึ้น  สามารถดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างไม่มีเหลือ  เมื่อได้บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์แล้ว  ความเป็นไปของท่านก็ดำเนินไปตามปกติของผู้ที่เป็นพระอรหันต์      แต่ไม่มีจิตและเจตสิกที่เป็นไปกับด้วยกิเลสเกิดขึ้นอีกเลย  จนกว่าจะถึงการดับขันธปรินิพพาน  เมื่อดับขันธปรินิพพานแล้ว ก็ไม่มีปัจจัยที่จะให้ขันธ์หรือสภาพธรรมใด ๆ เกิดขึ้นอีกเลย   ครับ    ในเว็ปไซต์ของมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศานา  คือ www.dhammahome.com      มีคำถามและคำตอบในเรื่องนี้    อยู่หลายกระทู้  ด้วยกัน   ท่านสามารถคลิกอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่   ครับ

            เพราะเหตุใดเพศคฤหัสถ์จึงรองรับคุณธรรมของพระอรหันต์ไม่ได้

       ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของท่าน นอ.ทองย้อย,คุณผเดิมและทุก ๆ ท่านครับ...
 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 2 ก.ค. 2554 20:11 น.

เพศฆราวาสเป็นเพศที่ต่ำ  ไม่สามารถรองรับคุณธรรมคือความเป็นพระอรหันต์ได้ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
chatchai.k
วันที่ 2 ก.ค. 2554 20:41 น.

ขอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
นาวาเอกทองย้อย
นาวาเอกทองย้อย
วันที่ 2 ก.ค. 2554 23:19 น.

         เป็นคำอธิบายที่ชัดแจ้งครับ รวมทั้งที่ให้ตามไปดูในกระทู้อื่นที่เคยถามมาแล้วนั้นด้วย ขอบพระคุณครับ  สาธุ  สาธุ  สาธุ  อนุโมทามิ

         สมมุติว่า สุภาพสตรีท่านใดท่านหนึ่งในปัจจุบันนี้เกิดบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ขึ้นมา ท่านจะบวชเป็นภิกษุณีก็ไม่ได้ เพราะภิกษุณีไม่มีแล้ว ถ้าบวชเป็นแม่ชี จะถือว่าได้บวชแล้ว และไม่จำเป็นจะต้องนิพพานในวันนั้น อย่างนี้จะใช้ได้ไหมครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
paderm
paderm
วันที่ 3 ก.ค. 2554 07:06 น.

เรียนความคิดเห็นที่ 5 ครับ

 สมมติว่าสตรีบรรลุเป็นพระอรหันต์ การจะบวชก็ต้องบวชด้วยความเป็นเพศบรรพชิตเท่านั้น แต่การบวชด้วยความเป็นแม่ชี นั่นไม่ใช่การบวชเป็นเพศบรรพชิตครับ เพราะเป็นเพียงการถือศีล 8 หรือ ศีล 10 ก็เป็นเพียงอุบาสิกา ที่เป็นเพศคฤหัสถ์ ไม่ใช่เพศบรรพชิต    ดังนั้น การเป็นแม่ชี จึงไม่ใช่การบวชในธรรมวินัยนี้และไม่ใช่เพศบรรพชิต เป็นเพศคฤหัสถ์อยู่ครับ ดังนั้นสมมติว่าเป็นพระอรหันต์ ท่านก็ต้องบวชในวันนั้นเป็นเพศบรรพชิต ถึงจะมีชีวิตอยู่ได้ แต่บวชเป็นแม่ชี ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ เพราะไม่ใช่การบวชเป็นเพศบรรพชิตครับ     ถ้าไม่บวชตามพระธรรมวินัย จึงเป็นเพศคฤหัสถ์ ก็ต้องปรินิพพานในวันนั้นครับ นี้เป็นธรรมดา แต่ที่สำคัญในปัจจุบัน ไม่มีการบรรลุคุณธรรมถึงพระอรหันต์แล้ว     และความเข้าใจถูกก็คือ แม่ชีคือ อุบาสิกา ที่เป็นคฤหัสถ์ที่รักษาศีล 8 เป็นต้น  ไม่ใช่เพศนักบวช บรรพชิตครับ ขออนุโมทนา

เชิญคลิกอ่านที่นี่ครับ

แม่ชี  

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
daris
วันที่ 5 ก.ค. 2554 14:52 น.

ขออนุญาตเรียนถามเพิ่มเติมครับ อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับหัวข้อเรื่องเท่าไหร่ แต่มีการกล่าวถึงพรหมที่เป็นอริยบุคคล   ขอเรียนถามว่าหากผู้ที่เป็นมนุษย์แล้วบรรลุเป็นพระอนาคามี แต่ไม่ได้บรรลุฌานจิต หรือบรรลุไม่ถึงขั้นปัญจมฌาน เมื่อจุติแล้วจะไปเกิดในสุธาวาสพรหมชั้นใดชั้นหนึ่งหรือไม่   (เพราะตามความเข้าใจของผมคือการจะเกิดในพรหมโลกชั้นสุธาวาสต้องเป็นผู้ที่ได้ปัญจมฌานด้วย)

ขอกราบขอบพระคุณครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
paderm
paderm
วันที่ 5 ก.ค. 2554 15:08 น.

เรียนความเห็นที่ 8 ครับ

   หากตายจากความเป็นพระอนาคามีในภพมนุษย์ แต่ไม่ได้ฌานถึงปัญจมาฌานที่เป็นฌานสูงสุด ก็จะไม่เกิดในชั้นสุทธาวาสเลยครับ แต่ก็จะเกิดในรูปพรหม ตามสมควรแก่กำลังฌานที่ได้ ในรูปพรหมชั้นต่างๆ ยกเว้น อสัญญสัตตาพรหมภูมิครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
daris
วันที่ 5 ก.ค. 2554 15:44 น.

กราบขอบพระคุณอาจารย์ paderm ครับ

แต่ผมมีข้อสงสัยเพิ่มเติมว่า หากบรรลุเป็นพระอนาคามีโดยไม่เคยได้ฌานจิตในชาตินี้เลย จะเกิดเป็นพระอนาคามีพรหมบุคคลได้รึเปล่าครับ (หรือว่าเคยได้ฌานในชาติก่อนที่ไกลๆก่อนหน้านี้ก็นับว่าเคยได้ฌานมาแล้ว จึงเกิดเป็นพรหมบุคคลได้ )

ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าผู้ที่จะบรรลุเป็นพระอนาคามีได้จะต้องเป็นผู้ที่เคยเจริญสมถภาวนาจนได้ฌานจิตอย่างน้อยก็ขั้นปฐมฌานใช่หรือไม่ครับ

ขอกราบขอบพระคุณและอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
paderm
paderm
วันที่ 5 ก.ค. 2554 15:52 น.

เรียนความเห็นที่ 10 ครับ

     พระอนาคามี แม้ในชาตินั้นท่านไม่ได้เจริญสมถภาวนา แต่เมื่อก่อนจุตินั้น เพราะท่านดับกิเลสโลภะและโทสะแล้ว เมื่อก่อนจุติ  ท่านต้องได้ฌานอย่างน้อยเทียบเท่าปฐมฌานครับ     เพราะความบริสุทธิ์ของจิตที่ดับกิเลสได้ มีโลภะ  ความพอใจในรูป เสียง..และดับโทสะ       ก่อนจุติ จิตของท่านจึงได้ปฐมณาน จึงไปเกิดในพรหมโลก แม้ในชาติที่เป็นมนุษย์จะไม่ได้เจริญสมถภาวนา แต่ก่อนจุติ ท่านต้องได้ฌาน   เทียบเท่าปฐมฌาน ตามเหตุผลที่กล่าวมาในการดับกิเลสบางประเภทนั่นเองครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
daris
วันที่ 6 ก.ค. 2554 10:21 น.

กราบขอบพระคุณครับเป็นอย่างสูงครับ

ตอนนี้ความสงสัยที่มีมานานหมดไปอีกอย่างแล้วครับ

ขออนุโมทนาในธรรมทานครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
Khun
Khun
วันที่ 7 ก.ค. 2554 21:43 น.

ขอรบกวนความคิดเห็นที่ 1 ช่วยขยายความ ข้อดังต่อไปนี้ค่ะ

1. เพิ่งทราบว่าพระอรหันต์ในเทวโลก นอกจากเทวดาภาคพื้นที่เป็นภุมมเทวดาในชั้นจาตุมหาราชิกานี้ นั้นไม่มี ขอถามว่าที่หลีกเร้นได้ หรือที่หลีกเร้นอันสมควรในชั้นนี้ของพระอรหันต์ คืออะไร

2. ที่ปกปิดที่สมควร ในเทวโลกนี้คืออะไร 

3. เทวดาในเทวโลกนอกเหนือจากภุมม ไม่สามารถบรรลุอรหันต์และพระอนาคามีได้เลย หรือว่าบรรลุได้แล้วจะต้องจุติทันที (เคยทราบมาว่าเทวดามีปัญญามากกว่ามนุษย์)

ขอขอบพระคุณด้วยความเคารพค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
paderm
paderm
วันที่ 7 ก.ค. 2554 21:45 น.

เรียนความเห็นที่ 14 ครับ

1. เพิ่งทราบว่าพระอรหันต์ในเทวโลก นอกจากเทวดาภาคพื้นที่เป็นภุมมเทวดาในชั้นจาตุมหาราชิกานี้ นั้นไม่มี ขอถามว่าที่หลีกเร้นได้ หรือที่หลีกเร้นอันสมควรในชั้นนี้ของพระอรหันต์ คืออะไร

       ที่หลีกเร้น ของเทวดาภาคพื้นคือ วิมาน ที่อยู่ในต้นไม้ เป็นต้นครับ ส่วนชั้นอื่น ๆ มีการละเล่นกันมากมาย ไม่เหมาะสมสำหรับการหลีกเร้นครับ

----------------------------------------------------------------------

2. ที่ปกปิดที่สมควร ในเทวโลกนี้คืออะไร

    ที่ปกปิดที่สมควรในเทวโลก ก็คือที่ที่สามารถหลีกเร้นได้ และไม่เป็นที่ที่มีการละเล่นของเทวดา อันเป็นที่น่ายินดี พอใจมาก ดังนั้น เทวดาที่เป็นเทวดาภาคพื้นที่มีวิมานอยู่ในต้นไม้ จึงเป็นที่ที่ปกปิดสมควร แต่เทวโลกอื่นไม่สมควร   ไม่เป็นที่ปกปิดครับ เพราะเต็มไปด้วย รูป เสียง..น่าพอใจและมีการละเล่นของเทวดาด้วยครับ

--------------------------------------------------------------------------

3. เทวดาในเทวโลกนอกเหนือจากภุมม ไม่สามารถบรรลุอรหันต์และพระอนาคามีได้เลย หรือว่าบรรลุได้แล้วจะต้องจุติทันที (เคยทราบมาว่าเทวดามีปัญญามากกว่ามนุษย์)

    เทวดาทุกชั้นสามารถบรรลุเป็นพระอนาคามีและพระอรหันต์ได้ครับ แต่เมื่อเทวดาบรรลุเป็นพระอนาคามี ย่อมไปเกิดในพรหมโลกทันที   ส่วนเทวดาที่บรรลุเป็นพระอรหันต์ ถ้าไม่ใช่พวกภุมมเทวดาแล้วก็ย่อมจุติ ปรินิพพานครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
Khun
Khun
วันที่ 8 ก.ค. 2554 00:48 น.

ขอบพระคุณสำหรับคำตอบในความเห็นที่ 15 ค่ะ  แต่เพราะผู้ถามมีความรู้น้อย เมื่ออ่านหรือฟังเรื่องใดเรื่องนึงจึงมักมีข้อสงสัยอยู่เรื่อย จึงขอถามเพิ่มดังนี้ค่ะ

     ที่หลีกเร้นที่สมควรของเทวดาภาคพื้นคือวิมาน  เท่าที่ทราบมาชั้นอื่นๆก็มีวิมาน คือถ้าเป็นในมนุษย์โลกเราก็ยังจะพอทราบความหมายของหลีกเร้น ปกปิด วิเวก หรือเพศบรรพชิต แต่ในเทวโลกอื่นๆ หาสถานที่เพื่อวิเวกสำหรับพระอนาคามีขึ้นไปไม่มีเลยน่าตกใจมาก  แม้แต่ชั้นดาวดึงส์ (มิน่าผู้ใหญ่ถึงว่าถ้าไม่มั่นคงจริงหลังจากสวรรค์ก็อาจดิ่งลิ่วลงนรกเพราะเพลิดเพลินในความประมาทเลยก็ได้) จึงอยากได้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติม หรือกรุณาช่วยแนะนำพระสูตรต่างๆเกี่ยวกับเรื่องนี้จะเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ ขอบคุณค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
paderm
paderm
วันที่ 8 ก.ค. 2554 08:53 น.

เรียนความเห็นที่ 17 ครับ

    คำว่าหลีกเร้นของเทวดาภาคพื้น ในที่นี้ มุ่งหมายถึงวิมานที่อยู่ในต้นไม้ครับ ถ้าเป็นวิมานที่อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  ก็มีการละเล่น มีรูป เสียง น่าพอใจ ไม่ใช่ที่หลีกเร้น วิมานก็คือที่อยู่   แต่ที่อยู่ที่อยู่ในต้นไม้ นั้นหลีกเร้นได้ครับ เหมือนดังเช่น ภิกษุเมื่อจะหลีกเร้น ก็ไปตามโคนไม้ ซอกเขา   เป็นต้น ที่หลีกเร้นของพระอรหันต์ที่เป็นเทวดา ที่เป็นเทวดาภาคพื้นก็คือ วิมานที่มุ่งหมายถึง ที่อยู่ที่อยู่ในต้นไม้นั่นเองครับ ที่อยู่ อยู่ในต้นไม้จึงเป็นที่หลีกเร้นได้ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
เซจาน้อย
วันที่ 6 มี.ค. 2555 19:12 น.

   ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
jaturong
วันที่ 8 มี.ค. 2555 15:09 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 22  
 
isme404
isme404
วันที่ 12 มิ.ย. 2555 20:20 น.

      ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 25  
 
pongckit
pongckit
วันที่ 15 ม.ค. 2560 03:32 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ