ความอดทน [มังคลัตถทีปนีแปล]
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่  3 มิ.ย. 2553
หมายเลข  16373
อ่าน  2,438

มังคลัตถทีปนีแปล เล่ม ๔ - หน้าที่ 175

กถาว่าด้วยความอดทน

     [๔๐๕]   ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถาว่า  " ภิกษุผู้ประกอบด้วยความอดทน คือความอดกลั้นใด    ย่อมเป็นผู้ไม่มีอาการผิดแปลก  เป็นประหนึ่งว่าไม่ได้ยิน และเป็นประหนึ่งว่าไม่เห็นบุคคลผู้ด่าอยู่ด้วยอักโกสวัตถุ ๑๐ หรือผู้เบียดเบียนอยู่ด้วยการฆ่าและการจองจำเป็นต้นดุจขันติวาทีดาบสฉะนั้น  ย่อมทำไว้ในใจโดยความเป็นผู้เจริญ เพราะความไม่มีความผิดยิ่งไปกว่านั้น  ดุจท่านพระ-ปุณณเถระฉะนั้น  ความอดทนคือความอดกลั้นนั้น ชื่อว่า ขันติ."...

     ฎีกาอุปริปัณณาสก์ว่า "สภาพใด ย่อมข่ม คือ ปราบปรามบาปธรรม มีพยาบาท ความเบียดเบียน ความถือตัว  และความกระด้าง  เป็นต้นเหตุนั้น สภาพนั้นชื่อว่า ทมะ  คือขันติ เพราะเหตุนั้น พระอรรถกถาจารย์ จึงกล่าวว่า  'ขันติ  พึงทราบว่าทมะ.' สภาพนั้นชื่อว่า ทมะเพราะอรรถว่า  กำจัดบาปธรรม มีพยาบาทเป็นต้น  และชื่อว่า อุปสมะเพราะอรรถว่า เข้าไปสงบบาปธรรม มีพยาบาทเป็นต้น เหล่านั้นนั่นแล เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า ทั้งข่ม ทั้งเข้าไปสงบ ได้แก่ อธิวาสนขันติ."

     แม้ในอรรถกถาสังคีติสูตร ท่านก็กล่าวไว้ว่า " ความอดทนคือความอดกลั้นที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้อย่างนี้ว่า  'ในมาติกาที่ยกขึ้นตั้งไว้ว่า  ขันตินั้น ขันติเป็นไฉน ?  คือ ความอดทน ความเป็นคือความอดทน ความเป็นคือความอดกลั้น ความเป็นผู้ไม่ดุร้าย การไม่ปลูกน้ำตา  ความที่จิตเบิกบานอันใด, นี้ เรากล่าวว่า ขันติ."ฎีกาสังคีติสูตรนั้นว่า  "ความอดกลั้น ชื่อว่า ความอดทนคือ ความเป็นคืออันยกกรรมชั่ว  และคำพูดชั่วของชนเหล่าอื่น  ไว้เหนือตนอดทนโดยไม่ทำการโกรธตอบ ความไม่โกรธ ชื่อว่า ความเป็นผู้ไม่ดุร้าย การไม่ให้น้ำตาเกิดในนัยน์ตาทั้ง ๒ ของชนเหล่าอื่น    ด้วยอำนาจความเกรี้ยวกราด ชื่อว่า การไม่ปลูกน้ำตา ความเป็นผู้มีใจเป็นของตนแห่งจิต ชื่อว่า ความเป็นผู้มีใจเบิกบาน คือ ภาวะแห่งใจที่ไม่พยาบาทอันเป็นของตน ชื่อว่า ความเป็นผู้มีใจเป็นของตน อีกอย่างหนึ่งอารมณ์อันเนื่องด้วยจิต ชื่อว่า จิต ความเป็นผู้มีใจเป็นของตน ด้วยใจอันสหรคตด้วยปีติ ซึ่งถือเอาโดยความเป็นธรรมชาติแน่วแน่ เกิดขึ้นในระหว่างแห่งจิตนั้น ชื่อว่า ความเป็นผู้มีใจเป็นของตน.  อีกอย่างหนึ่ง บุคคลมีใจเป็นของตนความเป็นแห่งบุคคลมีใจเป็นของตนนั้น ชื่อว่า  ความเป็นผู้มีใจเป็นของตน. ความเป็นผู้มีใจเป็นขอ'ตนนั้นหามีแก่สัตว์ไม่ เพราะฉะนั้น เพื่อจะห้ามบุคคลเป็นต้นท่านจึงกล่าวว่า  แห่งจิต........ 



เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ