เปรียบความตายเหมือนงูลอกคราบ

  
Guest
วันที่  6 มี.ค. 2553
หมายเลข  15692
อ่าน  2,618

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๔
อุรคชาดก

เปรียบความตายเหมือนงูลอกคราบ

[๗๑๗] บุตรของข้าพเจ้าละทิ้งร่างกายของตนไป ดุจงูละทิ้งคราบเก่าไปฉะนั้น เมื่อร่างกายแห่งบุตรของข้าพเจ้าใช้อะไรไม่ได้ กระทำกาละไปแล้วอย่างนี้ บุตรข้าพเจ้าถูกเผาอยู่ ย่อมไม่รู้สึกถึงความร่ำไห้ของพวกญาติ เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่เศร้าโศกถึงเขา คติของตนมีอย่างใด เขาก็ย่อมไปสู่คติของตนอย่างนั้น.

[๗๑๘] บุตรของดิฉันนี้ ดิฉันมิได้เชื้อเชิญให้เขามาจากปรโลก เขาก็มาเอง แม้เมื่อจะไปจากมนุษยโลกนี้ ดิฉันก็มิได้อนุญาตให้เขาไป เขามาอย่างใด เขาก็ไปอย่างนั้น การปริเทวนาถึงในการที่บุตรของดิฉันไปจากมนุษยโลกนั้น จะเกิดประโยชน์อะไร บุตรของดิฉันถูกเผาอยู่ก็ไม่รู้สึกถึงความร่ำไห้ของพวกญาติ เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงไม่เศร้าโศกถึงเขา คติของตนมีอย่างใด เขาก็ไปสู่คติของตนอย่างนั้น

[๗๑๙] เมื่อพี่ชายตายแล้ว หากว่าดิฉันจะพึงร้องไห้ ดิฉันก็จะผ่ายผอม เมื่อดิฉันร้องไห้อยู่ จะมีผลอะไร ความไม่ยินดีจะพึงมีแก่ญาติมิตรและสหายของดิฉันยิ่งขึ้น พี่ชายของดิฉันถูกเผาอยู่ก็ไม่รู้สึกถึงความร่ำไห้ของพวกญาติ เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงไม่เศร้าโศกถึงพี่ชายนั้น คติของตนมีอย่างใดเขาไปสู่คติของตนอย่างนั้น.

[๗๒๐] เด็กร้องไห้ขอพระจันทร์อันโคจรอยู่ในอากาศฉันใด การที่บุคคลมาเศร้าโศกถึงผู้ที่ละไปสู่ปรโลกแล้วนี้ ก็มีอุปไมยฉันนั้น สามีของดิฉันถูกเผาอยู่ ย่อมไม่รู้สึกถึงความร่ำไห้ของพวกญาติ เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงไม่เศร้าโศกถึงสามีนั้น คติของตนมีอย่างใด เขาก็ไปสู่คติของตนอย่างนั้น.

[๗๒๑] หม้อน้ำที่แตกแล้ว เชื่อมให้สนิทอีก ไม่ได้ฉันใด การที่บุคคลมาเศร้าโศกถึงผู้ที่ละไปสู่ปรโลกแล้วนี้ ก็มีอุปไมยฉันนั้น นายของดิฉันถูกเผาอยู่ ย่อมไม่รู้สึกถึงความร่ำไห้ของพวกญาติ เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงไม่เศร้าโศกถึงนายนั้น คติของตนมีอย่างใด นายของดิฉันก็ไปสู่คติของตนอย่างนั้น.

จบ อุรคชาดกที่ ๔


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
chatchai.k
วันที่ 24 ส.ค. 2564

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  
  ความคิดเห็นที่ 2  
  
สิริพรรณ
วันที่ 31 ต.ค. 2569

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สนฺตนุํ แปลว่า ร่างกายของตน.

บทว่า นิพฺโภเค ความว่า ชื่อว่าเว้นจากการใช้สอย เพราะไม่มีชีวิตินทรีย์ คือความเป็นใหญ่คือชีวิต.

บทว่า เปเต ได้แก่ กลับไปยังปรโลก.
บทว่า กาลกเต ได้แก่ กระทำกาละแล้ว. อธิบายว่า ตายแล้ว.

ท่านกล่าวคำอธิบายนี้ไว้ว่า

นาย บุตรของข้าพเจ้าละทิ้งร่างกายของตนไป เหมือนงูลอกคราบเก่า ไม่เหลียวแลห่วงใย ละทิ้งไปฉะนั้น เมื่อร่างกายแห่งบุตรของเรานั้น เว้นขาดจากชีวิตินทรีย์ ใช้การไม่ได้อย่างนี้ และเมื่อบุตรของเรานั้นละไปแล้ว คือหวนกลับไปแล้ว กระทำมรณกาลแล้ว ประโยชน์อะไรด้วยความการุณย์หรือความร่ำไห้ เพราะบุตรของเรานี้ย่อมไม่รู้ แม้ความร่ำไห้ของพวกญาติ เหมือนเอาหลาวแทงแล้วเผาอยู่ ย่อมไม่รู้สึกสุขและทุกข์ฉะนั้น เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่เศร้าโศกถึงเขา เขาไปตามคติแห่งตนของเขาแล้ว ...

๔. อุรคชาดก เปรียบความตายเหมือนงูลอกคราบ

ท่านผู้ฟังได้ฟังเรื่องของชีวิตินทรียรูปและชิวิตินทรียนามแล้วก็ได้รู้ลักษณะของชีวิตินทรียเจตสิกและชีวิตินทรียรูป ให้ทราบว่าในขณะนี้รูปที่กายซึ่งมีความประพฤติเป็นไป หรือมีความดำรงอยู่เพราะชีวิตินทรียรูปนั่นเอง

ขณะนี้จักขุปสาทอยู่ไหมคะ ขณะที่เห็นนี้ จักขุปสาทดับไม่ได้ ยังดับไม่ได้ เพราะว่าถ้าดับไปแล้ว การเห็นจะมีไม่ได้ เพราะฉะนั้นในขณะที่เห็นแสดงว่าจักขุปสาทเกิดแล้วยังไม่ดับ การเห็นจึงเกิดได้

เพราะฉะนั้นถ้าหยั่งลงไปถึงชีวิตินทรียรูปว่า ในขณะที่จักขุปสาทขณะนี้ยังไม่ดับไป ที่มีการเห็นในขณะนี้ เพราะชีวิตินทรียรูปอุปถัมภ์ให้ตั้งอยู่ ในขณะที่ยังไม่ดับ

เพราะฉะนั้นชีวิตของทุกท่านนี้มีความเป็นไปในวันหนึ่งๆ ถ้าดูอย่างหยาบก็แสดงว่า ยังดำรงชีวิตอยู่ รูปยังเป็นรูปที่ดำรงชีวิต ยังทรงชีวิต เพราะชีวิตินทรียรูปเกิดร่วมกับกลุ่มของรูปซึ่งเกิดเพราะกรรมเป็นปัจจัยให้ดำรงอยู่ ยังไม่หมดกรรม ยังไม่สิ้นกรรม ยังคงเป็นบุคคลนี้อยู่ ...

ชีวิตินทริยรูป

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ