อนุโมทนา...หรือไม่อนุโมทนาดี
 
คุณย่า
วันที่  2 มิ.ย. 2552
หมายเลข  12553
อ่าน  926

สนทนาธรรมที่มูลนิธิ 
พระสูตร ครั้งที่ ๗๖
๑๐ มกราคม ๒๕๕๒

อ.จ.   โดย..มากคนถามคำถาม  ก็เป็นเรื่องกฎเกณฑ์  จะทำอย่างหนึ่ง อย่างใด  และคิดว่าควรจะทำอย่างนั้น ไม่ใช่เป็นการเข้าใจธรรม  เพราะฉะนั้น  การศึกษาพระสูตร  พระวินัย  พระอภิธรรม  เพื่ออะไร  เพื่อ เข้าใจ  ธรรมว่าเป็นธรรม  แทนที่จะเป็นเรา  จะทำอย่างนี้ดีหรือว่าเรา จะทำอย่างนั้นดี  โดยที่ไม่รู้ว่าไม่มีเรา  เพราะฉะนั้น  เวลาที่ฟังหรือเวลา ที่อ่าน  ศึกษาด้วยความเป็นตัวตน  เพื่อตัวเอง  จะได้ประพฤติตาม  ฟัง เผินๆ   ดีใช่ไหมค่ะ ตัวเองจะได้ประพฤติตาม  แต่ไม่เข้าใจ  ธรรมว่าเป็น ธรรม  คำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  คือตรัสรู้ความจริง  ของ สิ่งที่มีจริงๆ ว่าไม่ใช่ของใคร เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย  แล้วก็ดับไป เพราะ ฉะนั้น  ยังมีเราที่จะทำดีทำชั่ว  หรือแม้ขณะนั้น  ก็เป็นธรรม  ถ้าไม่มีความ เข้าใจธรรมเลย  จากการฟังพระธรรม  ก็ชื่อว่าไม่รู้จัก  พระพุทธศาสนา เพราะว่าคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  สอนเรื่องอนัตตา ธรรม ที่มีจริงไม่ใช่ใครและไม่ใช่ของใคร  แต่ถ้ายังคงเป็นเราอยู่อย่างนั้นก็คือว่า ไม่ได้เข้าใจพระธรรม  แล้วก็ต้องตามกฎเกณฑ์  ตัดสินใจไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะ ทำอย่างไร  แต่ว่า  ตามความเป็นจริง  กุศลเป็นกุศล  อกุศลเป็นอกุศล  อนุโมทนาถ้าเราทำไม่ดี  คนอื่นจะอนุโมทนาไหม  ก็ไม่ต้องใช้คำพูดเลย ถ้าเป็นคนดี  ทำความดี  ใครอนุโมทนา  ก็เป็นกุศล  แต่ขณะใด  ที่ไม่ อนุโมทนาก็เป็นอกุศล  จะไปบังคับ  ไปชักชวน  ให้คนอื่นเขาเกิดกุศลได้ ไหม ถ้าเขาไม่ชอบเรา  ไม่ว่าเราจะคิด  เราจะทำ  เราจะพูด  ก็ไม่ถูก  ผิด ไม่ดี ไม่อนุโมทนา 

เพราะฉะนั้น จะใส่ใจถึงความคิดของบุคคลอื่น นานา จิตตัง คือว่าต่างคนก็ต่างคิด ต่างคนต่างก็สะสม แต่เป็นผู้ที่ไม่หวั่นไหว ที่จะเข้าใจพระธรรมให้ถูกต้องทุกเรื่อง เชื่อเรื่องความดีของตัวเองทำแล้ว พูดได้ไหม ต้องประกาศเปิดเผยไหม  หรือยิ่งประกาศเขายิ่งอนุโมทนายิ่ง เกิดกุศล  หรือยังไงค่ะ  ไม่ใช่อย่างนั้นเลยค่ะ เพราะฉะนั้นขณะใดก็ตามที่ เป็นคนดี คนอื่นไม่อนุโมทนา ก็ช่วยไม่ได้ ถ้าใครอนุโมทนาก็ เพราะว่า เขารู้ว่าสิ่งใดดีและใครทำดี  เขาก็อนุโมทนาในความดี จำเป็นที่จะต้องไปทำอย่างอื่นหรือเปล่า อย่างคุณอุดรมาฟังธรรม คนที่บ้านอนุโมทนาไหม ทำด้วยกลับไปบ้านเขาก็รู้ว่าไปไหนมา ไม่ต้องประกาศ ไม่ต้องบอก เขาอนุโมทนาหรือเปล่า 

เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่า การฟังธรรม แทนที่จะเป็นเรา และมีกฎเกณฑ์ เราจะทำอย่างนี้ดีไหม เราไม่ควรทำอย่างนั้น ไม่ควรทำอย่างนี้  ก็ไม่รู้จักธรรม ก็ยังคงเป็นเราอยู่ แต่ ฟังธรรมที่จะรู้จัก พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะตรัสรู้ความจริงว่า ไม่มีสภาพธรรมใดเลย ที่เป็นเรา ไม่ว่ารูปธรรมหรือนามธรรมใด ๆ ทั้งสิ้น ตั้งแต่ศรีษะจรดเท้านี้  ตรงไหนเป็นเรา  จิตแต่ละขณะ  เกิดขึ้นเพราะเหตุ ปัจจัยแล้วก็ดับไป ขณะไหนเป็นเรา แต่เราก็เป็นเราที่ฟังธรรม  เราจะ ทำอย่างนั้น  เราจะทำอย่างนี้  ชื่อว่าเราเข้าใจธรรมหรือเปล่า...


  ความคิดเห็น 1  
 
ปริศนา
วันที่ 2 มิ.ย. 2552

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 2  
 
pornpaon
วันที่ 2 มิ.ย. 2552

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 3  
 
จักรกฤษณ์
วันที่ 2 มิ.ย. 2552

 ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 4  
 
aiatien
aiatien
วันที่ 2 มิ.ย. 2552
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็น 5  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 2 มิ.ย. 2552
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็น 6  
 
อิสระ
อิสระ
วันที่ 2 มิ.ย. 2552
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็น 7  
 
ประสาน
วันที่ 2 มิ.ย. 2552

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 8  
 
คุณ
วันที่ 3 มิ.ย. 2552

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 9  
 
K
K
วันที่ 4 มิ.ย. 2552

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 10  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 4 มิ.ย. 2552
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็น 11  
 
suwit02
วันที่ 4 มิ.ย. 2552

สาธุ

 
  ความคิดเห็น 12  
 
pamali
วันที่ 13 ต.ค. 2553

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 13  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 24 ก.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ