จากวิกฤติให้เป็นโอกาส
 
paderm
paderm
วันที่  13 เม.ย. 2552
หมายเลข  11957
อ่าน  482

                 ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

สภาพธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา เมื่อผู้อื่นประมาทอยู่ ผู้มีปัญญาเห็นภัยจึงอบรมปัญญาของตนเอง เจริญกุศลทุกๆประการ ไม่ประมาทอยู่..ชีวิตเหลือน้อยแล้ว พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑-หน้าที่ 354
        
                        ๖.  อปฺปมตฺโต  ปมตฺเตสุ      สุติเตสุ   พหุชาคโร
         
                       อพลสฺสว   สีฆสฺโส          หิตฺวา   ยาติ  สุเมธโส.                            " ผู้มีปัญญาดี      เมื่อชนทั้งหลายประมาทแล้ว                    ไม่ประมาท,    เมื่อชนทั้งหลายหลับแล้ว   ตื่นอยู่โดย                    มาก ย่อมละบุคคลผู้มีปัญญาทรามไปเสีย  ดุจม้าตัวมี                    ฝีเท้าเร็ว  ละทิ้งตัวหากำลังมิได้ไปฉะนั้น."



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 13 เม.ย. 2552

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒-หน้าที่ 45
        
         เทพบุตร.   อายุของมนุษย์มีประมาณเท่าไร ?         เทพธิดา.  ประมาณ  ๑๐๐  ปี.         เทพบุตร.   เท่านั้นเองหรือ ?          เทพธิดา.   ค่ะ  นาย.         เทพบุตร.    พวกมนุษย์ถือเอาอายุประมาณเท่านี้เกิดแล้ว เป็นผู้ประมาทเหมือนหลับ  ยังกาลให้ล่วงไปหรือ  ?   หรือทำบุญมีทานเป็นต้น ?         เทพธิดา.  พูดอะไร  นาย,  พวกมนุษย์ประมาทเป็นนิตย์ ประหนึ่งถือเอาอายุตั้งอสงไขยเกิดแล้ว    ประหนึ่งว่าไม่แก่ไม่ตาย.
 
        ความสังเวชเป็นอันมาก   ได้เกิดขึ้นแก่มาลาภารีเทพบุตรว่า" ทราบว่า    พวก

มนุษย์ถือเอาอายุประมาณ  ๑๐๐  ปีเกิดแล้ว       ประมาทนอนหลับอยู่.   เมื่อไรหนอ ?   

จึงจักพ้นจากทุกข์ได้."

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 13 เม.ย. 2552

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒-หน้าที่ 63     พระศาสดา   ตรัสว่า     "ไม่ควรระลึกถึงถ้อยคำที่ชนผู้ไม่เสมอภาคกันเห็นปานนี้กล่าว,     การไม่คำนึงถึงถ้อยคำเห็นปานนี้แล้ว    ตรวจดูกิจที่ทำแล้วและยังมิได้ทำของตนเท่านั้นจึงควร"   ดังนี้แล้ว    ตรัสพระคาถานี้ว่า :-                              "บุคคลไม่ควรทำคำแสยงขนของคนเหล่าอื่นไว้

                 ในใจ,  ไม่ควรแลดูกิจที่ทำแล้วและยังมิได้ทำของคน

                 เหล่าอื่น,       พึงพิจารณากิจที่ทำแล้วและยังมิได้ทำ

                ของตนเท่านั้น."

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
paderm
paderm
วันที่ 13 เม.ย. 2552
      บาทพระคาถาว่า   น   ปเรส   กตากต    ความว่า     ไม่ควรแลดูกรรมที่ทำแล้วและยังไม่ทำแล้ว   ของคนเหล่าอื่น  อย่างนั้นว่า  " อุบาสกโน้น    ไม่มี

ศรัทธา    ไม่เลื่อมใส,      แม้วัตถุมีภิกษาทัพพีหนึ่งเป็นต้นในเรือน     เขาก็ไม่

ให้,     สลากภัตเป็นต้น

      บาทพระคาถาว่า    อตฺตโน  ว  อเวกฺเขยฺย    ความว่า   กุลบุตรผู้บวชด้วย

ศรัทธา         เมื่อระลึกถึงโอวาท๑นี้ว่า      "บรรพชิต  พึงพิจารณาเนือง ๆ  ว่า  

'วันคืนล่วงไป ๆ เราทำอะไรอยู่"  ดังนี้แล้ว ก็พึงแลดูกิจที่ทำแล้วและยังมิได้

ทำของตนอย่างนั้นว่า "เราไม่อาจจะยกตนขึ้นสู่ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง   

อนัตตา    แล้วทำให้เกษมจากโยคะหรือหนอ ?"                           อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 13 เม.ย. 2552
 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ลูกจีนหัวใจไทย
วันที่ 14 เม.ย. 2552
"เราไม่อาจจะยกตนขึ้นสู่ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา    แล้วทำให้เกษมจากโยคะหรือหนอ ?" โยคะ คือ อะไรครับ แล้วเหมือนกับ โอฆะ หรือไม่
 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
prachern.s
วันที่ 14 เม.ย. 2552
ขอเชิญคลิกอ่านที่  โยคะ ๔.  
                    
                             โยคสูตร .. โยคะ ๔ อย่าง (13-05-49)                               โอฆะ ๔.....และบุคคล ๗ จำพวก. 
 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
opanayigo
วันที่ 14 เม.ย. 2552

ชีวิตนี้สั้นนัก

(เป็นของน้อยและเปราะบาง)

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 14 เม.ย. 2552
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
เบน
วันที่ 14 เม.ย. 2552

 พวกมนุษย์ประมาทเป็นนิตย์ ประหนึ่งถือเอาอายุตั้ง

อสงไขยเกิดแล้ว    ประหนึ่งว่าไม่แก่ไม่ตาย.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 14 เม.ย. 2552

'วันคืนล่วงไป ๆ เราทำอะไรอยู่"

สภาพธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา เมื่อผู้อื่นประมาทอยู่ ผู้มีปัญญาเห็นภัย

จึงอบรมปัญญาของตนเอง เจริญกุศลทุกๆประการ

ไม่ประมาทอยู่...........   ชีวิตเหลือน้อยแล้ว

ขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ