จากวิกฤติให้เป็นโอกาส
 
paderm
paderm
วันที่  13 เม.ย. 2552
หมายเลข  11957
อ่าน  499

                 ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

สภาพธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา เมื่อผู้อื่นประมาทอยู่ ผู้มีปัญญาเห็นภัยจึงอบรมปัญญาของตนเอง เจริญกุศลทุกๆ ประการ ไม่ประมาทอยู่..ชีวิตเหลือน้อยแล้ว พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑-หน้าที่ 354
        
                        ๖.  อปฺปมตฺโต  ปมตฺเตสุ      สุติเตสุ   พหุชาคโร
         
                       อพลสฺสว   สีฆสฺโส          หิตฺวา   ยาติ  สุเมธโส.                            " ผู้มีปัญญาดี      เมื่อชนทั้งหลายประมาทแล้ว                    ไม่ประมาท,    เมื่อชนทั้งหลายหลับแล้ว   ตื่นอยู่โดย                    มาก ย่อมละบุคคลผู้มีปัญญาทรามไปเสีย  ดุจม้าตัวมี                    ฝีเท้าเร็ว  ละทิ้งตัวหากำลังมิได้ไปฉะนั้น."



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 13 เม.ย. 2552

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒-หน้าที่ 45
        
         เทพบุตร.   อายุของมนุษย์มีประมาณเท่าไร ?         เทพธิดา.  ประมาณ  ๑๐๐  ปี.         เทพบุตร.   เท่านั้นเองหรือ ?          เทพธิดา.   ค่ะ  นาย.         เทพบุตร.    พวกมนุษย์ถือเอาอายุประมาณเท่านี้เกิดแล้ว เป็นผู้ประมาทเหมือนหลับ  ยังกาลให้ล่วงไปหรือ  ?   หรือทำบุญมีทานเป็นต้น ?         เทพธิดา.  พูดอะไร  นาย,  พวกมนุษย์ประมาทเป็นนิตย์ ประหนึ่งถือเอาอายุตั้งอสงไขยเกิดแล้ว    ประหนึ่งว่าไม่แก่ไม่ตาย.
 
        ความสังเวชเป็นอันมาก   ได้เกิดขึ้นแก่มาลาภารีเทพบุตรว่า" ทราบว่า    พวก

มนุษย์ถือเอาอายุประมาณ  ๑๐๐  ปีเกิดแล้ว       ประมาทนอนหลับอยู่.   เมื่อไรหนอ ?   

จึงจักพ้นจากทุกข์ได้."

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 13 เม.ย. 2552

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒-หน้าที่ 63     พระศาสดา   ตรัสว่า     "ไม่ควรระลึกถึงถ้อยคำที่ชนผู้ไม่เสมอภาคกันเห็นปานนี้กล่าว,     การไม่คำนึงถึงถ้อยคำเห็นปานนี้แล้ว    ตรวจดูกิจที่ทำแล้วและยังมิได้ทำของตนเท่านั้นจึงควร"   ดังนี้แล้ว    ตรัสพระคาถานี้ว่า :-                              "บุคคลไม่ควรทำคำแสยงขนของคนเหล่าอื่นไว้

                 ในใจ,  ไม่ควรแลดูกิจที่ทำแล้วและยังมิได้ทำของคน

                 เหล่าอื่น,       พึงพิจารณากิจที่ทำแล้วและยังมิได้ทำ

                ของตนเท่านั้น."

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
paderm
paderm
วันที่ 13 เม.ย. 2552
      บาทพระคาถาว่า   น   ปเรส   กตากต    ความว่า     ไม่ควรแลดูกรรมที่ทำแล้วและยังไม่ทำแล้ว   ของคนเหล่าอื่น  อย่างนั้นว่า  " อุบาสกโน้น    ไม่มี

ศรัทธา    ไม่เลื่อมใส,      แม้วัตถุมีภิกษาทัพพีหนึ่งเป็นต้นในเรือน     เขาก็ไม่

ให้,     สลากภัตเป็นต้น

      บาทพระคาถาว่า    อตฺตโน  ว  อเวกฺเขยฺย    ความว่า   กุลบุตรผู้บวชด้วย

ศรัทธา         เมื่อระลึกถึงโอวาท๑นี้ว่า      "บรรพชิต  พึงพิจารณาเนืองๆ   ว่า  

'วันคืนล่วงไปๆ เราทำอะไรอยู่"  ดังนี้แล้ว ก็พึงแลดูกิจที่ทำแล้วและยังมิได้

ทำของตนอย่างนั้นว่า "เราไม่อาจจะยกตนขึ้นสู่ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง   

อนัตตา    แล้วทำให้เกษมจากโยคะหรือหนอ ?"                           อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 13 เม.ย. 2552
 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ลูกจีนหัวใจไทย
วันที่ 14 เม.ย. 2552
"เราไม่อาจจะยกตนขึ้นสู่ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา    แล้วทำให้เกษมจากโยคะหรือหนอ ?" โยคะ คือ อะไรครับ แล้วเหมือนกับ โอฆะ หรือไม่
 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
prachern.s
วันที่ 14 เม.ย. 2552
ขอเชิญคลิกอ่านที่  โยคะ ๔.  
                    
                             โยคสูตร .. โยคะ ๔ อย่าง (13-05-49)                               โอฆะ ๔.....และบุคคล ๗ จำพวก. 
 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
opanayigo
วันที่ 14 เม.ย. 2552

ชีวิตนี้สั้นนัก

(เป็นของน้อยและเปราะบาง)

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 14 เม.ย. 2552
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
เบน
วันที่ 14 เม.ย. 2552

 พวกมนุษย์ประมาทเป็นนิตย์ ประหนึ่งถือเอาอายุตั้ง

อสงไขยเกิดแล้ว    ประหนึ่งว่าไม่แก่ไม่ตาย.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 14 เม.ย. 2552

'วันคืนล่วงไปๆ เราทำอะไรอยู่"

สภาพธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา เมื่อผู้อื่นประมาทอยู่ ผู้มีปัญญาเห็นภัย

จึงอบรมปัญญาของตนเอง เจริญกุศลทุกๆ ประการ

ไม่ประมาทอยู่...........   ชีวิตเหลือน้อยแล้ว

ขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ