การเรียนทางโลกของภิกษุสามเณร เรียนได้หรือเปล่า

  
mick
วันที่  10 มี.ค. 2552
หมายเลข  11574
อ่าน  6,289

เล่ม 9 หน้า 65 เรื่องเรียนคัมภีร์โลกายตะ

สมัยนั้น พระฉัพพัคคีย์เรียนคัมภีร์โลกายตะ ชาวบ้านจึงเพ่งโทษ ติเตียนโพนทะนาว่า เหมือนคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ภิกษุทั้งหลายได้ยินชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงติเตียนว่า ดูก่อนโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส

ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่เห็นคัมภีร์โลกายตะว่ามีสาระ จะพึงถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ในธรรมวินัยนี้หรือ

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ไม่อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า อันผู้ที่เห็นธรรมวินัยนี้ว่ามีสาระ จะพึงเล่าเรียนคัมภีร์โลกายตะหรือ

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ไม่อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเรียนคัมภีร์โลกายตะ รูปใดเรียนต้องอาบัติทุกกฏ

สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์สอนคัมภีร์โลกายตะ ชาวบ้านจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา ว่า เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูก่อนโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ การกระทำของเธอนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส

ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสอนคัมภีร์โลกายตะ รูปใดสอน ต้องอาบัติทุกกฏ เรื่องเรียนดิรัจฉานวิชา (วิชาที่ขัดกับทางดำเนินไปพระนิพพาน)

สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์เรียนดิรัจฉานวิชา ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า

พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเรียนดิรัจฉานวิชา รูปใดเรียน ต้องอาบัติทุกกฏ

สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์สอนดิรัจฉานวิชา ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียนโพนทะนาว่า เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า

พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสอนดิรัจฉานวิชา รูปใดสอน ต้องอาบัติทุกกฏ

จากการอ่านพระสูตรนี้แล้ว ขอท่านผู้แตกฉานในพระไตรปิฎกช่วยอธิบายให้ด้วยค่ะ เพราะเห็นว่าการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยของพระทั้งหลาย มีการเปิดสอนคณะที่เป็นทางโลกมากมาย


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
prachern.s
วันที่ 10 มี.ค. 2552

ขออนุโมทนาครับ

  
  ความคิดเห็นที่ 2  
  
พุทธรักษา
วันที่ 10 มี.ค. 2552

พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสอนดิรัจฉานวิชา รูปใดสอน ต้องอาบัติทุกกฏ

ชัดเจนดีจังค่ะ ขออนุโมทนาที่คัดข้อความอันมีประโยชน์นี้มา เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาต่อไป

  
  ความคิดเห็นที่ 3  
  
wannee.s
วันที่ 10 มี.ค. 2552

วิชาใดๆ ในโลก ไม่มีวิชาใหนวิเศษเท่ากับวิชาทางธรรมะเลยค่ะ ปัญญาจะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากปริยัติธรรม พระอริยสาวกทั้งหลายอาศัยแล้วจึงถึงความเป็นสังฆรัตนะ

ปัญญาที่ประจักษ์แจ้งลักษณะของสภาพธรรมเกิดจากการฟังพระธรรม ผู้ที่เห็นคุณของพระรัตนตรัยมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ย่อมไม่ขาดการฟังพระธรรมซึ่งเป็นปริยัติธรรม

ข้อสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ฟังพระธรรมและศึกษาพระธรรม คือ ต้องรู้ว่าเพื่อน้อมประพฤติปฏิบัติตาม เท่าที่สามารถจะกระทำได้ อย่าได้เป็นผู้ที่เพียงฟัง จึงชื่อว่า เป็นผู้ที่เคารพในพระธรรมจริงๆ

  
  ความคิดเห็นที่ 4  
  
paderm
วันที่ 10 มี.ค. 2552

ทำให้เข้าใจมากขึ้นจริงๆ ครับ ขอบพระคุณที่ยกข้อความในพระไตรปิฎกให้เข้าใจในเรื่องนี้

ขออนุโมทนาครับ

  
  ความคิดเห็นที่ 5  
  
suwit02
วันที่ 10 มี.ค. 2552

สาธุ

  
  ความคิดเห็นที่ 6  
  
pichet
วันที่ 29 พ.ค. 2558

ยินดีในบุญกุศล ครับ

  
  ความคิดเห็นที่ 7  
  
khampan.a
วันที่ 22 มิ.ย. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

  
  ความคิดเห็นที่ 8  
  
kullawat
วันที่ 24 ก.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

  
  ความคิดเห็นที่ 9  
  
chatchai.k
วันที่ 22 ธ.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ

  
  ความคิดเห็นที่ 10  
  
Jarunee.A
วันที่ 21 ก.ย. 2566

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ