ขอเรียนถามเรื่อง อันตรายิกธรรม และ อาณาวีติกกมะ
 
majweerasak
majweerasak
วันที่  24 พ.ย. 2551
หมายเลข  10485
อ่าน  2,459

ถ้า อันตรายิกธรรม คือ ธรรมอันเป็นตรายแก่สวรรค์และมรรคผล

อันตรายิกธรรม มี  ๕ อย่าง คือ กรรม กิเลส วิบาก อุปวาท และอาณาวีติกกมะ และ อาบัติที่แกล้งต้อง ชื่อว่าอันตรายิกธรรม คือ อาณาวีติกกมะ.แล้ว

ขอเรียนถามเพิ่มเติมดังนี้ครับ

๑. เท่าที่ดูจากความหมายของคำว่า อันตรายิกธรรม ดูเหมือนว่า จะกั้นเฉพาะสวรรค์ไม่กั้นการเกิดเป็นมนุษย์ ขอเรียนถามว่า ไม่ทราบว่ามีอธิบายไว้ที่ใด (พระไตรปิฎกหรืออรรถกถา) หรือไม่ว่า พระภิกษุต้องอาบัติแล้วถ้าไม่แก้ไขให้ถูกต้องตามพระวินัย อาบัตินั้นเป็นเครื่องกั้นการบรรลุมรรคผล และกั้นการเกิดในสุคติภูมิ คือต้องเกิดในอบายเท่านั้นครับ

๒. ขอทราบความหมายของคำว่า อาณาวีติกกมะ ตามรากศัพท์ด้วยครับ

ขอบคุณครับ


Tag  อันตรายิกธรรม อาณาวีติกกมะ
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
prachern.s
วันที่ 24 พ.ย. 2551

พยัญชนะในพระไตรปิฎกและอรรถกถา ใช้คำว่า เป็นอันตรายแก่สวรรค์และนิพพาน คำว่าสวรรค์ในที่นี้ควรจะรวมหมายถึงสวรรค์ทุกชั้น พรหมโลกทุกชั้น และรวมถึงภูมิมนุษย์ด้วย  เพราะเป็นธรรมดาภิกษุผู้มีอาบัติติดตัว จิตจะเศร้าหมองเนืองนิจ ในสมัยใกล้มรณะ จิตเศร้าหมองทุคติเป็นอันหวังได้

ขอเชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่...     

ธรรมเป็นเครื่องกั้นมิให้บรรลุธรรม 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 24 พ.ย. 2551

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
  
พระวินัยปิฎก เป็นการรวบรวมสิกขาบทที่พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสำหรับเพศบรรพชิต มีทั้งข้อที่พระองค์ทรงห้าม และข้อที่พระองค์ทรงอนุญาต เมื่อภิกษุใดล่วงละเมิดในข้อที่พระองค์ทรงห้าม หรือ ไม่ประพฤติปฏิบัติในข้อวัตรอันงดงามที่พระองค์ทรงอนุญาตไว้ ภิกษุนั้นย่อมเป็นผู้ต้องอาบัติ มีโทษทางพระวินัย ตามควรแก่สิกขาบทที่ตนได้ล่วงละเมิด การก้าวล่วงสิกขาบทของพระภิกษุ จึงชื่อว่า อาณาวีติกกมะ ซึ่งเป็นอันตรายเป็นเครื่องกั้น ตลอดระยะเวลาที่พระภิกษุไม่ได้กระทำคืน ตามควรแก่ประเภทของอาบัติ แต่เมื่อได้กระทำคืนแล้ว ย่อมไม่เป็นธรรมอันกระทำอันตราย ไม่เป็นเครื่องกั้น ดังข้อความที่ว่า "อาบัติ ๗ กอง ที่ภิกษุจงใจล่วงละเมิดแล้ว ชื่อว่า อันตรายิกธรรม คืออาณาวีติกกมะ แม้อาณาวีติกกมันตรายิกธรรมเหล่านั้น ย่อมกระทำอันตราย ตลอดเวลาที่ภิกษุต้องอาบัติแล้ว ยังปฏิญญาตนว่าเป็นภิกษุอยู่ก็ดี ไม่อยู่ปริวาสกรรมก็ดี ไม่แสดงอาบัติก็ดี เบื้องหน้าแต่นั้นหากระทำอันตรายไม่"   

อาณาวีติกกมะ แยกศัพท์ได้ ดังนี้  คือ อาณา (โทษ) +วิ (วิเศษ) + อติ (ยิ่ง ล่วง) + กม (ก้าว ก้าวล่วง) แปลโดยความได้ว่า การก้าวล่วงละเมิดสิกขาบทที่พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้แล้ว ทำให้มีโทษครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
majweerasak
majweerasak
วันที่ 24 พ.ย. 2551

รู้สึกซาบซึ้งมากครับ ที่ได้กรุณาตอบคำถามให้อย่างรวดเร็วจริงๆ ครับ

ขออนุโมทนาในความเพียรและกุศลจิต

และขอให้กุศลธรรมของทุกๆ ท่านเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปครับ

ขอบคุณครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 27 พ.ย. 2551

อนุโมทนาคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
pornpaon
วันที่ 27 พ.ย. 2551
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
chatchai.k
วันที่ 15 มิ.ย. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ