ทำบุญเพราะอยากได้บุญ


    สุรีย์    ดิฉันอยากจะเรียนถามท่านอาจารย์สุจินต์อีกสักข้อว่า อกุศลกรรมหรือกิเลส เป็นอุปนิสยปัจจัยให้เกิดกุศลได้ ช่วยยกตัวอย่างอันนี้หน่อย อันนี้ดิฉันก็ไม่เข้าใจ

                สุ.       คุณสุรีย์หมายความถึงปฏิจจสมุปบาทที่ว่า อวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร

                สุรีย์    นัยยะของปฏิจ ถ้าเกิดโดยนัยยะ

                สุ.       เพราะว่าปฏิจจสมุปบาททั้งหมดต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับปัจจัย จะไม่มีการกล่าวลอยๆเลยว่า อวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร เฉยๆ แต่ต้องบอกว่าโดยปัจจัยอะไร แล้วก็สังขารเป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ ก็เป็นปัจจัย โดยปัจจัยอะไร จะต้องบอกเหตุผลไว้ด้วย แต่ว่าเรามักจะไม่เอ่ยถึง เรามักพูดถึงปฏิจจสมุปบาทโดยสั้นๆ และก็ไม่บอกว่าโดยปัจจัยอะไร ก็ทำให้เกิดความสงสัย แต่ถ้าแจงละเอียดถึงโดยปัจจัยอะไรก็จะหมดความสงสัย ถ้าเข้าใจเรื่องปัจจัยนั้นๆ

                สุรีย์    หมายความว่าอยู่ในเครือเดียวกัน

                สุ.       อยู่ในเรื่องเดียวกัน ถ้าต้องเกี่ยวข้องกับปฏิจจสมุปบาทก็เป็นเรื่องปัจจัย

                สุรีย์    ท่านผุ้ร่วมสนทนา การเรียนธรรมเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เราจะมาคิดเอาเองไม่ได้ เราต้องมีอาจารย์คอยถาม คอยซักอาจารย์ อย่างเวลานี้ดิฉันคิดว่า กิเลสเป็นเหตุให้กระทำกุศลกรรม โดยนัยยะของปฏิจจสมุปบาท  เราเข้าใจ พอฟังคราวที่แล้ว วิทยุ อาจารย์บอกโดยอุปนิสยปัจจัย นี้มันมีอีกนัยยะหนึ่งหรืออย่างไร วันนี้ก็ได้คำตอบจากอาจารย์ว่า มันอยู่ในเครือเดียวกัน อยู่ในพวกเดียวกัน

                สุ.       แต่เห็นง่ายๆ ถ้าไปที่ไหนแล้วมีคนถามว่า ทำบุญอย่างนี้แล้วได้บุญมากไหม อะไรเป็นเหตุให้เขาถามอย่างนั้น เพราะว่าเขาต้องการผลของบุญมาก ก็แสดงให้เห็นว่า โลภะเป็นเหตุให้ทำกุศล เขาอยากได้บุญ

                สุรีย์    อันนี้อาจารย์ก็ให้เหตุผล เขาอยากได้บุญมาก การที่เขาอยากได้บุญมากก็เป็นอุปนิสยปัจจัยที่สะสมไว้ให้เขาเกิดโลภะที่อยากได้บุญมาก จึงทำบุญได้กุศลใช่ไหมคะ

                สุ.       ที่คุณสุรีย์ถามว่ากิเลสเป็นเหตุให้ทำกุศล

                สุรีย์    ใช่ๆๆ

                สุ.       กิเลสก็คือโลภะ ที่ต้องการกุศล ผลของกุศล ก็เป็นเหตุให้เขาทำกุศล

                สุรีย์    อันนี้ก็เป็นคำตอบอีกอัน ที่ว่ากิเลสเป็นเหตุให้กระทำกุศล นี่เป็นตัวอย่างที่ดี ทีนี้หันกลับมาเรื่องของวิถีจิตโดยเฉพาะชวนวิถีจิต คือว่าซ้ำกัน ๗ ขณะ ก็เกิดสะสม การที่มันสะสมให้เกิดกำลังแรงกล้า ซึ่งเป็นที่อาศัยให้มีกำลังแรงกล้า คือสะสมมา ๗ หนๆๆ มันก็สะสมจนเป็นที่อาศัยที่มีกำลังแรงกล้า เพราะฉะนั้นอุปนิสยปัจจัยก็มีบทบาทให้เกิดการสะสมเหมือนกัน ใช่ไหมคะ

                สุ.       ชวนะเป็นกิจของจิต แล้วก็ต้องมีปัจจัยที่จะทำให้เกิดสภาพธรรมแต่ละขณะ

                สุรีย์    มันก็เป็นอุป เหมือนกันใช่ไหมคะ อาจารย์คะ

                สุ.       พูดถึงจิตที่เกิดที่สะสมต้องเป็น เพราะว่าศรัทธาก็เป็น อกุศลก็เป็น แล้วแต่ว่าจะเป็นกุศลหรืออกุศล


    หมายเลข 8949
    13 ก.ย. 2558